9 สิ่งที่คนรวยทำกัน

9 สิ่งที่คนรวยทำกัน

9 สิ่งที่คนรวยทำกัน ไม่ต้องมีเคล็ดลับพิศดารอะไรมากมาย “ถ้าคนรวยทำแล้วสำเร็จกันเป็นส่วนใหญ่”ก็หมายความว่าสิ่งนั้นทำแล้วมันได้ผลออกมาดีกว่าเดิม หรือ มากกว่าเดิม  ก็จงเดินตามอย่างเขานั่นหละ ถ้าอยากรวยมีเงินใช้ไม่ขาดมือ

 1. เป็นคนไม่โยนความผิด

คุณคิดว่าคนรวยเขาจะโยนความผิดไหม “คนรวยที่ประสบความสำเร็จส่วนมากชอบแก้ไขมากกว่าแก้ตัว”   

เปลี่ยนความล้มเหลวให้กลายเป็นความสำเร็จ     

แต่ทว่า…

มนุษย์ทั่วไป  เฉพาะบางคนนะ  รักษาหน้า  มีฟอร์ม  จนเคยชินติดเป็นนิสัย  พอทำอะไรผิดแทนที่จะแก้ไขที่ตัวเอง  แต่กลับแก้ตัว บลาๆ ๆ ฉันอย่างนั้น ฉันอย่างนี้  เป็นคนที่พัฒนาได้ยาก  

จากนั้นพฤติกรรมต่อไปคือการก็โยนกระจาด  สาดความผิดออกนอกตัวเอง  เพื่อให้ตัวเองดูดีพ้นผิด (ทั้งๆที่ผิด)     เข้าใจว่า  อยากให้ตัวเองเป็นที่น่านับถือ  น่ายกย่อง  เครดิตดี  ที่ไหนได้…  คนประเภทนี้รักษาหน้ามากกว่ารักษาใจ คนฉลาดเขามองออก

ถ้าอยากเป็นคนรวยยากมากคนประเภทนี้  ไม่นับกลุ่มที่โกงแล้วรวย  หรือ  ธุรกิจสีเทา หรือ ชอบเลียแข้งเลียขานะ 

มีเรื่องเล่าให้ฟัง มีเจ้าของโรงงานผลิตอาหารแห่งหนึ่ง  ส่งสินค้าออกไปขายตามห้างร้านต่างๆมากมาย   ได้ตรวจเจอแบคทีเรียสินค้าถูกตีกลับล็อตใหญ่สูญเงินมหาศาล  ปัญหาอยู่ที่คนงานไม่รักษาความสะอาด   และความที่เจ้าของก็ออกแนวสบายๆไม่ค่อยเข้มกับคนงานมาก “แต่เจ้าของก็ไม่ได้โยนความผิดไปที่คนงานอย่างเดียว” แต่ปรับเปลี่ยนที่ตัวเจ้าของโรงงานด้วยว่าต้องเข้มงวดมากกว่านี้  นี่คือพฤติกรรมคนรวยเขาทำกัน  “เขาถึงรวย”  คือ เป็นนักแก้ไขปัญหา  มากกว่าโยนปัญหา โยนความผิด

https://konruay.com

พอนึกออกนะที่นี้ การโยนความผิด ไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาที่ดี ปัญหามันยังอยู่ไม่ได้ถูกแก้ แค่มันซ่อนเอาไว้ใต้พรมกลายเป็นบ่มปัญหาเอาไว้ คนประเภทนี้ไปได้ไม่ไกล  รวยยาก เจริญยาก

 ฉันใดก็ฉันนั้นเราเองก็เช่นกัน ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พัฒนาตัวเองโลกมันยังหมุนไปเรื่อยๆเราเองก็เช่นกัน  ไม่หยุดที่จะเดิน

                   คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือ คนที่ไม่เคยทำอะไรเลย!!

                                                                                       คนที่กลัวความผิดพลาด ก็ไม่คิดที่จะทำอะไรเลย!! 

ดังนั้น ชีวิตการทำงานหรือธุรกิจ หรือ  ในเรื่องต่างๆในชีวิตเราต้องเจอกับความผิดพลาดล้มเหลวอยู่แล้ว  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามาก มองให้เป็นเรื่องปกติ   อย่ามองว่ามันผิดปกติ   ชีวิตมันต้องราบรื่นซึ่งไม่จริง   แต่ไม่ใช่พลาดเพราะไม่สมควรพลาดนะ

คนรวยที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนได้ คือ “คนที่ไม่โยนความผิด”  กล้ารับผิดชอบกล้าเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง  กล้าแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา  หากผิดพลาด กล้า ขอโทษ”  ใครๆ ก็อยากร่วมงานทำธุรกิจด้วย  อยากสนันสนุน  น่าไว้วางใจ  โตในสายงานองค์กรก็ง่าย ทำธุรกิจก็ง่าย

ฉะนั้น  “ควรมองที่ตัวเองก่อน”  ก่อนที่จะมองไปยังคนอื่น “อย่าโทษทุกสิ่ง” ยกเว้น “โทษตัวเอง” เราเปลี่ยนตัวเองง่ายกว่าเปลี่ยนคนอื่น คุณจะกลายเป็นคนรวยได้แน่หากไม่มีพฤติกรรมโยนความผิด

 2. จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง

https://konruay.com

คนรวยมีตารางเวลาแน่นอน และ  มีการวางแผนการทำงานอย่างชัดเจนว่าอะไรควรทำก่อนและหลัง   อะไรสำคัญที่สุดแบบเร่งด่วน  และ  ไม่เร่งด่วน หากเราไม่มีการวางแผนในแต่ละเรื่องความวุ่นวายจะมาเยือน

หากคุณอยากรวยคุณต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ให้กับตัวเอง ทำจนกลายเป็นนิสัยใหม่

เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของงาน ได้ 4 ประเภท

1. งานที่สำคัญมากและเร่งด่วนมาก เป็นงานเร่งจะเอา หากทำไม่เสร็จทำไม่ทันผลเสียหายตามมาแน่

2. งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วนมาก ประมาณว่ายังไม่เสร็จตอนนี้ก็ได้แต่อนาคตต้องเสร็จตามกำหนดเวลา

3. งานไม่สำคัญแต่เร่งด่วน  เราสามารถกระจายงานให้คนอื่นทำแทนได้เพราะด่วนแต่ไม่สำคัญ

4. งานที่ไม่สำคัญและไม่ด่วน  เราสามารถทำตอนช่วงว่างๆเคลียร์ได้เคลียร์ให้เสร็จไม่ต้องกองไว้ หรือ กระจายงานไปให้คนอื่นทำแทน

https://konruay.com

นี่แหล่ะ คือ “สิ่งที่คนรวยเขาทำกันฝึกเอาไว้” 

สาเหตุ  ที่ทำให้เราทำงานไม่ทันบ่อยๆ  เป็นไปได้ไหมว่า เราเป็นคนเรื่อยๆเฉื่อยๆ  ขาดความกระตือรือร้น เอาใจใส่งานไม่ดีเท่าไหร่หรือเปล่า ? หรือ  ชอบเวิ่นเว้อกับสิ่งไร้สาระมากเกินไป เช่น  เกม หนัง ละคร  โซเชียล เป็นไปได้ไหม ?   สิ่งเหล่านี้ใช่ว่าเราทำไม่ได้แต่ควรมองว่าตอนนี้อะไรสำคัญที่สุด

คนรวยเขามีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังตลอด ยิ่งสูงขึ้นความรับผิดชอบมากขึ้น  เรื่องเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญ  หากเรามีสิ่งเหล่านี้น้อยรับผิดชอบได้น้อยแล้วเราจะรับผิดชอบสิ่งใหญ่ๆขึ้นได้อย่างไร   ลองพิจารณาดู   ถ้าคิดจะรวยและสำเร็จแบบยั่งยืนได้นั้น  ต้องมีสิ่งนี้ไม่ใช่รวยแบบตกถังข้าวสารนะจ๊ะไม่นับ  เป็นแนวคิดในการทำงานง่ายๆที่เอามาฝากกัน

 การจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังเป็นสิ่งที่คนรวยเขาทำกัน  อยากรวยเราต้องทำให้ได้เหมือนอย่างเขา นี่คือ เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ

 3. ตั้งเป้าหมายที่จับต้องได้

“คนรวยทำอะไรมักจะมีเป้าหมายเสมอในการทำงาน” เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้

ถ้าเราไม่มีเป้าหมายเราจะเป็นเหมือนนักมวยที่ชกลม

 ชีวิตคนเรามันสั้นถ้าคิดจริงๆ   ไม่งั้น  เราจะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ อย่างเลื่อนลอย ไร้จุดหมาย  ไม่เป็นโล้เป็นพาย  ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน คนรวยเขามีเป้าหมายชัดเจน รู้ว่าจะไปทางไหนทำยังไงจะไปถึงซึ่งความสำเร็จ   เวลามันย้อนกลับมาไม่ได้  มันไปของมันเรื่อยๆ และเวลาเสียไปเสียเลย  เราจึงต้องทำทุกวันให้ดี

https://konruay.com

ทุกคนมีเวลา 24 ชม. เท่ากัน   แต่ทำไมประสิทธิภาพในการทำเงินต่างกัน  ลองคิดดู ทำยังไงเราถึงจะเพิ่มหรือสร้างรายได้ให้มีมากขึ้น  เมื่อเทียบกับเวลาที่มีเท่ากันอย่างที่คนรวยเขาทำ   เมื่อเราเทียบชั่วโมงงานกับจำนวนเงินซึ่งต่างกันลิบลับ

 เป็นไปได้ไหมว่าเพราะเราขาดเป้าหมาย  “คนรวยมักจะมีเป้าหมายเสมอและไม่หยุดคิด” เขาจะคิดเสมอว่าทำยังไงให้สำเร็จตามเป้าที่เขาตั้งเอาไว้  ทั้งเรื่องาน เงิน ธุรกิจ อนาคต  และ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขาจะทำให้ได้จนกว่าจะสำเร็จ 

มีนักธุรกิจชาวจีนท่านหนึ่งเคยล้มเหลวในการทำธุรกิจมาแล้วถึง 12 ครั้ง   บางคนเคยล้มเหลวมาแล้ว 8 ครั้งก่อนทั้งคู่จะรวย  หากเราสังเกตพบว่าที่ท่านเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้  คือสายตาที่จดจ่อไปยังเป้าหมาย และ  ทำอย่างไม่ลดละ ล้มแล้วลุก ๆ ๆ จนกว่าชนะ จากนั้นเราเริ่มจากง่ายๆก่อนเอาที่มันจับต้องได้เป็นรูปธรรม  แล้วค่อยๆไต่ขึ้นไปแบบขั้นบันได 

https://konruay.com

อีกรายหนึ่งจากที่รวยอยู่แล้ว  ก็รวยมากขึ้นไปอีกเพราะไม่หยุดคิดไม่หยุดเดินคือมีเป้าชัดและทำได้จริง  ได้วางแผนลงทุนธุรกิจใหม่ไปหลายล้านรู้ไหม ธุรกิจนี้คืนทุนภายใน 6 เดือนนอกนั้นกำไรเห็นๆ โตเอาโตเอา บางคนเขาเกิดมาเพื่อความสำเร็จและคนรวยประเภทนี้มีอยู่จริง  

 หากเราอยากรวยและประสบความสำเร็จ  “เราต้องมีเป้าหมายที่จับต้องได้อย่างคนรวยเขาทำกัน”

เมื่อ  เราได้เป้าหมายแล้ว ให้เขียนเป้าหมายนั้นลงไปในแผนที่เราวางเอาไว้ เสร็จแล้วลงมือทำ จดจ่อที่เป้าหมาย ไม่ล้มเลิกกลางคัน อย่าท้ออย่าหยุด ไม่ว่าจะเป็นการ  หางานใหม่ เปิดธุรกิจใหม่ หาอาชีพเสริมทำเพิ่ม 

และเมื่อ  เรามีเป้าหมายชัดเจนแล้ว  เราควรย่อยเป้าหมายนั้นเพื่อไปถึงซึ่งความสำเร็จ  

คนรวยเขามีเป้าหมายชัดมากลองสังเกตดูเกือบทุกคน  แม้แต่บริษัทที่เราทำอยู่  ธุรกิจหรืองานค้าขายต่างๆ   เพราะ เป้าหมายเป็นตัวชี้ชัด  วัดผล จับต้องได้ เห็นและพิสูจน์ได้จริง 

 เราควรมีเป้าหมายหากอยากเป็นคนรวยกับเขาบ้าง เพื่อเช็คตัวเอง ประเมินตัวเอง เดินไปข้างหน้าแบบมีเป้าที่จะไปให้ถึง

 คิดแบบไม่ใช่พวก ซุปเปอร์ฮีโร่ ประเภททำอะไรก็สำเร็จ  สมมุตเราตั้งเป้าหมายไว้ แม้เราไปไม่ถึง 100 % แต่เราไปถึง ตั้ง 50 % แน่ะ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ปีหน้าเอาใหม่ให้ได้ 100%    เห็นไหม ไม่ยากเลย ซึ่งดีกว่าเราไม่มีเป้าอะไร และไร้จุดหมายมาก

การไม่มีเป้าหมายเท่ากับว่า “มีค่าเป็นศูนย์” หาก เป้าหมายที่เราตั้งไว้ยังไม่สำเร็จ เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า เราพลาดตรงไหน ต้องเพิ่มตรงไหน หรือ  หลุดตรงไหน ก็แก้ตรงนั้นซะ  จากนั้นเราค่อยๆขยับเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น  “รับรองเราจะกลายเป็นคนรวยกันทั่วหน้า” นี่คือสิ่งหนึ่งที่คนรวยเขาทำกัน

          4. ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย

https://konruay.com

 มันเกี่ยวกันด้วยเหรอ เรื่องนี้ ?
เกี่ยวซิ
 

“คนรวยเขาเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย” เพื่อความคล่องตัวกระฉับกระเฉงความตื่นตัวของสมอง   ทำให้ปลอดโปร่งมีความคิดเฉียบแหลม คมและเร็ว 

การมีสุขภาพดีแข็งแรงเป็นการยืดอายุการใช้งาน  ในส่วนต่างๆของร่างกายให้อยู่กับเรายาวนาน  และ  มีประสิทธิภาพมากที่สุด การออกกำลังกายทำให้เราเป็นคนไม่เหนื่อยง่าย  และ  สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคภัยได้ดี 

 
 คนทั่วไปอาจมองข้ามเพราะคิดว่าไม่สำคัญ   “มีเฉพาะบางคนเท่านั้นที่คิดว่ามันสำคัญมาก”
 

ตัวอย่าง ที่เคยเห็นมาบางคนทำงานหนักจนตาย  อย่างญี่ปุ่นเกิดขึ้นเยอะ เพราะ เครียดจัด พักผ่อนน้อย ลืมดูแลตัวเอง สมองไม่ได้พักและตัวเองก็ไม่ได้พัก  ร่างกายรับไม่ไหวก็ช๊อคตายในชีวิตจริงมีให้เห็น

https://konruay.com

คนรวยเขาลงทุนกับตัวเองยิ่งเรื่องสุขภาพแล้วนั้น  เขายิ่งให้ความสำคัญมาก เพราะ สุขภาพแย่มันส่งผลต่อการทำงานและธุรกิจ เพราะ การมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้นหาซื้อด้วยเงินไม่ได้คุณต้องลงมือกระทำด้วยตัวเอง 

             “การไม่มีโรคคือสินทรัพย์อันประเสริฐ” 

 สุขภาพแย่ มีเงินเท่าไหร่ก็แค่นั้น ไปเที่ยว ไปพักผ่อนก็ไม่ได้ ไม่มีความสุข อยากทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ มันกระทบหมดแหล่ะ สุขภาพจิตก็เสีย คนรอบข้างก็ห่วง   อย่าคิดว่าไกลตัว ตอนนี้แข็งแรงดี ไม่เป็นไรหรอกมั้ง

อย่าประมาทเชียว ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เยอะๆ คนรวยเขาให้น้ำหนักเรื่องนี้มาก  นี่คืออีกหนึ่งองค์ประกอบ

 5. เรียนรู้ทุกวันผ่านการอ่าน

https://konruay.com

ก่อนอื่นเราควรถามตัวเองก่อนว่า  เรารู้ทุกเรื่องบนโลกนี้ไหม ?  คำตอบ คือ ไม่

ฉะนั้นเราต้องยอมรับก่อนว่า  เราไม่รู้ทุกเรื่องบนโลกใบนี้  การอ่านจึงช่วยเราได้ การอ่านช่วยเพิ่มพูนความรู้  สร้างความเข้าใจ  จนเกิดปัญญานำไปใช้ได้

   “คนรวยรักการอ่านและการเรียนรู้”  เช่น  “วอร์เรน บัฟเฟตต์” 80% แต่ละวันของท่านใช้เวลาในการอ่านหนังสือ     “บิล เกตส์” อ่านหนังสือปีละไม่ต่ำกว่า 50 เล่ม ท่านกล่าวว่า ที่ท่านมีวันนี้ได้เพราะมีโอกาสอ่านหนังสือเยอะ   “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” บางทีอ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่ม  

เห็นไหม “ทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการอ่านเป็นเรื่องที่ดี” ทำให้เรามีข้อมูลเยอะ เกิดความคิดลึกซึ้ง ครอบคลุมรอบด้าน มีวิสัยทัศน์กว้างไกล แตกฉานในความรู้  เราจึงต้องอ่านเยอะเพื่อมีข้อมูลนำมาประกอบการตัดสินใจช่วยให้พลาดน้อยที่สุด 

     การอ่านเป็นการอัพเดทข่าวสารข้อมูล  และ  เป็นการพัฒนาตัวเองรูปแบบหนึ่ง

 หากเราอ่านเยอะเราก็มีฐานข้อมูลเยอะ “ใครที่ไม่มีฐานข้อมูลอะไรในหัวเลยเราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง”  ว่านี่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัว  หรือ โฆษณาชวนเชื่อก็แยกแยะไม่ออก ไม่รู้อะไรเป็นอะไร  สุดท้ายโดนหลอก เพราะความไม่รู้

การอ่านทำให้เราพบไอเดียใหม่ๆแนวคิดใหม่ๆ  มาต่อยอดธุรกิจหรือเจออาชีพเสริมที่เราสามารถทำเพิ่มได้อีก  การอ่านยังช่วยให้เราประหยัดเงิน  เพราะ  เราจะพบเคล็ดลับดีๆหลากหลายที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ภาษี คูปองส่วนลด  ฯลฯ  

https://konruay.com

“การอ่านจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก”  เพราะ  เราไม่ต้องจ่ายราคาสูง “แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาคุ้ม”

พูดง่ายๆอะไรที่เราไม่รู้  “จงอ่าน”  ดีที่สุด ฝึกอ่าน  “ฝึกค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง” หาคำตอบด้วยตัวเอง ตัดสินใจด้วยตนเอง  คิดด้วยตนเอง  เช่น การเรียนต่อ การทำงาน

“ไม่ต้องรอคนอื่นเราสามารถช่วยเหลือตัวเองได้” ทำอย่างเต็มที่

คนที่สำเร็จเขาก้าวเร็วกว่าคนทั่วไป หนึ่งก้าวเสมอ (จริงๆอาจหลายก้าวแล้วก็ได้)

 = พื้นฐานคนรวยความสำเร็จก็มาจากการที่เขารักการอ่านนั่นเอง =

6. มีวินัย ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง

“นิสัยผลัดวันประกันพรุ่งไปกันไม่ได้กับคนรวย” คนรวยจะมีวินัยในการทำงาน คือ งานต้องเสร็จ และ ทำทันทีซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันมาก ใครที่มีนิสัยแบบนี้  มักเลื่อนไปเรื่อยๆ ทำสิ่งที่ไม่สำคัญก่อนไม่จวนตัวจริงๆไม่ทำ  งานก็ออกมาไม่ดีเพราะทำอย่างลวกๆ ผ่านๆ  ชอบมาเร่งทำโค้งสุดท้าย

หากเรามีนิสัยหรือชีวิตแบบนี้ไม่เจริญแน่ๆ  เพราะความรับผิดชอบเรามีน้อย  และ มันจะกระทบถึงเป้าหมายชีวิตระยะยาวแทนที่ทำอะไรก็สำเร็จแต่กลับต้องถูกเลื่อนออกไปเพราะเราทำตัวเอง

 https://konruay.comยกตัวอย่าง 

ให้รับผิดชอบงาน 1 ชิ้น ทำกี่วันก็ยังไม่เสร็จ ต่างจากคนรวยเขาจะรีบทำให้เสร็จทันทีเพื่อที่จะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ  คนรวยเขาทำงานไป 10 อย่างแล้ว มนุษย์ผลัดวันยังไปไม่ถึงไหน  เห็นความแตกต่างหรือยัง  มนุษย์ผลัดวัน มีโรคเลื่อนคือโรคประจำตัว ทำอะไรไม่ทันกินชาวบ้านเขา  ใจเย็นเกิ๊น (แซวเล่นนะ)

คนรวยจะทุ่มเท ขยัน กระตือรือร้น กับ มนุษย์ผลัดวันจะไปเรื่อย ๆ  คิดว่าใครจะไปได้ไกลว่ากัน

ตัวอย่าง การทำงานหรือนิสัยของคนรวย

“ทิม คุก CEO APPLE” จะตื่นขึ้นมาทุกเช้าตั้งแต่ 3.45 น. เพื่อมาเช็คอีเมล ราวๆ 700 – 800 ฉบับต่อวัน เรียกว่ามีความรับผิดชอบสูงมาก

“มาริสสา เมเยอร์ CEO Yahoo” เธอทำงานสัปดาห์ละ 130 ชม. ถือว่าหนักมาก 

 อ้างอิงข้อมูล จาก Businessinsider.com ได้เทียบเปอร์เซ็นต์การทำงานระหว่างคนจนและคนรวยมาให้ดูคร่าวๆ

44 % คนรวยจะมีชั่วโมงการทำงานจะมากกว่าคนจน

86 % คนรวยทำงานไม่ต่ำกว่า 50 ชม.ต่อสัปดาห์

57 % คนจนทำงานน้อยกว่า 50 ชม.ต่อสัปดาห์

88 % คนรวยลาป่วยน้อยกว่าคนจน

67 % คนรวยดู TV น้อยกว่าคนจน

63 % คนรวยใช้เวลาในอินเตอร์เน็ตน้อยกว่าคนจน

74 % คนจนใช้เวลาในอินเตอร์เน็ตมากกว่าคนรวย

69 % คนรวยมีการศึกษาที่ดีกว่าคนจน

ข้อมูลที่เอามาลงเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพเท่านั้น ไม่ใช่ให้ท้อใจกันนะคะ ดูเพื่อพัฒนาตัวเองไม่ใช่บั่นทอนจิตใจแต่อย่างใด จริงๆทุกคนก็ทำได้ถ้าคิดจะทำ วินัยสร้างได้ และ ควรละนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง เพื่อเราทุกคนจะประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้คนรวย ซึ่งเราทำได้ค่ะ

7. ไม่กลัวที่จะล้มเหลว

คนรวยหลายคนก็เคยล้มเหลวมาก่อน  แต่สิ่งที่แตกต่างคือใจเขาไม่ปลาซิว  แน่นอนความล้มเหลวมีใครบ้างไม่กลัว  บางคนกลัวจนไม่กล้าทำอะไรก็มี  ยิ่งบางคนเคยลิ้มรสความล้มเหลวมาแล้ว ยิ่งทำให้เข็ดขยาดหวาดกลัวจนไม่กล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ

อีกอย่าง

บางเรื่องจริงๆเราควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ เช่น ดินฟ้า อากาศ ลม พายุ  บ้านไม่รวย  สีผิว หน้าตา  ถิ่นฐานที่เกิด  

แต่เราเลือกดำเนินชีวิต  ประพฤติ ปฏิบัติ ในการรับมือต่อปัญหาต่างๆ ได้

https://konruay.com

“คนรวยเขาไม่กลัวปัญหาหรือความล้มเหลว” ถ้าเขากลัวความล้มเหลวเขาก็จะไม่ใช่คนรวย  จิตใจคนที่จะรวยได้นั้นต้องแข็งแกร่ง มีความเป็นนักสู้   เจอความล้มเหลวก็ลุกขึ้น  ให้มองปัญหาเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ  เมื่อชนะเราจะภูมิใจและสามารถช่วยคนอื่นก้าวข้ามได้   แต่ไม่ใช่ลักษณะบ้าคลั่งไม่กลัวปัญหาแบบขาดสติ  วู่วาม ไม่รอบคอบ  แต่ควรมีแบบแผนที่ดี การวางแผนเต็มที่ หากล้มเหลว  ก็ยังดีกว่าเราไม่เคยลงมือทำอะไร

บทเรียนอันล้ำค่า และ มีราคาสูงมากคือความล้มเหลวที่เราได้เรียนรู้และเอาชนะมัน เรียกว่าเป็นบทเรียนแห่งชีวิต เพราะไม่มีในตำราเรียน เราต้องเรียนรู้และเผชิญเอาเอง ดูว่าพลาดตรงไหน ก็แก้ตรงนั้นซะ และ เราจะเป็นคนรวยได้เช่นกัน 

คนรวย คือ “คนที่เอาชนะปัญหาไม่กลัวความล้มเหลวหรืออุปสรรค”

ดังนั้น อย่าหยุด หรือ อย่าท้อถอยง่าย อย่าบอกว่าไม่ไหวแล้ว จะเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว เรากำลังถูกหลอกความคิดอยู่ จริงๆเราทำได้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราจะทำ จงเชื่อมั่นในตนเอง

8.ทำในสิ่งที่รัก

คนรวยจะทำในสิ่งที่รักเพราะเขาจะคลุกคลีกับสิ่งนั้นตลอดเวลา  และมีความสุขในสิ่งที่ทำ หากมองไปรอบๆตัว คนทำในสิ่งที่รัก หาได้น้อยมาก ส่วนใหญจะพบแต่คนที่ทำเป็นหน้าที่และจำใจ  บวกจำเป็นต้องทำ

แต่ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก

เราจะทำได้อย่างเต็มที่  มีไอเดีย  มีความคิดสร้างสรรค์งานต่างๆสารพัดได้ สนุก มีพลังมีแรงบันดาลใจมากมาย ไม่รู้จบ  ไม่ใช่ตื่นเช้ามา โอ๊ย !! ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากไปทำงาน เบื่อ เบื่อ เบื่อ

 เป็นการทำงานแบบขอให้จบไปแต่ละวันแต่ละเดือนแต่ละปี ขอแค่ให้มีเงินกินเงินใช้พอแล้ว ฝืนทนตลอดชีวิต

https://konruay.com

                             คนรวย

จะมีพลังหากเขาสนใจในอะไรเขาจะทุ่มเทกับสิ่งนั้นเต็มที่  มีความสุขไม่เบื่อไม่ฝืนตัวเอง เหนื่อยเมื่อยก็สุข ยิ้มได้ ทุกข์ยังไงก็เดินหน้าต่อ เคยได้ยินพวกบ้าพลังไหม  พวกนี้ทำอะไรเต็มที่เสมอ  ทำอะไรต้องเลิศ เพอร์เฟคเพราะเขารักในสิ่งที่ทำ และอยากให้งานออกมาดี สมบูรณ์ ไม่แปลกที่เขาจะรวยและสำเร็จ อุปสรรค์ปัญหาฉุดเขาไม่ได้

ถ้าเราอยากสำเร็จในหน้าที่การงาน การลงทุน  การเรียน การสร้างอนาคตเราต้องทุ่มเท จ่ายราคา  ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ = จำไว้ =

    <=> สิ่งที่สำคัญคือรักในสิ่งที่ทำนี่คือสิ่งหนึ่งของคนรวยเขาทำกัน <=>

9. รู้จัก จุดอ่อน จุดแข็งตัวเอง

คนรวยจะรู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตนเองเป็นอย่างดี เพราะจะเอาจุดแข็งมาทำงานเอาจุดอ่อนมาพัฒนาให้กลายเป็นจุดแข็ง
https://konruay.com
จุดอ่อน
ขี้เกียจ อารมณ์ร้อน  โมโหง่าย  ฉุนเฉียว  อิจฉา เห็นแก่ตัว ชอบดูถูกคนอื่น ขี้โวยวาย ชอบทะเลาะ หยิ่ง  เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง แง่ลบ โลภ มักง่าย  ไม่ขยัน ผลัดวันประกันพรุ่ง  ไม่มีมารยาท เอาเปรียบคนอื่น  ชอบโกหก  ชอบขโมย ใช้เวลาไม่เป็น ขี้กลัว  อ่อนไหวง่าย  คิดมาก คิดเล็กคิดน้อย ไม่มั่นใจในตนเองเชื่อคนง่าย หูเบา ยุ่งเรื่องส่วนตัวคนอื่นมากเกินไป นินทา ฯลฯ
 
จุดแข็ง

ขยันหมั่นเพียร รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น  มีความพยายามสูง  เรียนรู้เร็ว ใฝ่รู้  รอบคอบ  มีความเป็นผู้นำ มุมานะ อดทน ทุ่มเททำงานหนัก  มุ่งมั่น กล้าแสดงออก  ชอบวางแผน คิดบวก มนุษยสัมพันดี  จริงใจ ซื่อสัตย์ รู้จักบริหารเวลา  ให้เกียรติคนอื่น ควบคุมอารมณ์ได้ดี รับแรงกดดันได้ดี ฯลฯ

ทำไมเราต้องรู้จัก จุดอ่อน จุดแแข็ง เพื่อเราจะได้รู้ความเหมาะสมในสายงาน หรือ ธุรกิจ ที่เราจะทำว่าไปด้วยกันได้ไหม เสริมกันไหม ไม่ใช่คนที่หน้าบึ้งตึงตลอดเวลา พูดจากระแทกหน้าคนฟัง  ไม่ชอบทักทายใคร โมโหง่าย ไม่ชอบบริการใคร อารมณร้อน คิดว่าคนประเภทนี้ เหมาะกับงานบริการหรือไม่

https://konruay.com/คนรวยตัวอย่าง 

คนที่สนใจงานด้านการตลาด งานขาย หากเจอการปฏิเสธบ่อยๆ  เราจะจัดการกับความเครียดและแรงกดดันยังไง คิดลบหรือไม่ หรือ ยังขยัน อดทน สู้ต่อไป คิดบวกได้ตลอดไหม อึดไหม ลองพิจารณาดู นี่คือลักษณะงาน และสิ่งที่จะเจอ ตัวเราไปกันได้ไหมกับงานนี้  ต้องปรับอะไรบ้างหากเราสนใจทำ ประมาณนี้นะ ลองนำไปประยุกต์ใช้ดู 

ฉะนั้นการรู้จักจุดอ่อนจุดแข็ง จะช่วยให้เรากลายเป็นคนรวยได้แน่ ทำจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็งให้ได้ และคนไม่เหมือนกัน จุดอ่อน จุดแข็งมีไม่เหมือนกัน  เราไม่ต้องไปแข่งกับใครแต่แข่งกับตัวเองพอ ไม่ต้องเทียบใครเทียบกับตัวเองพอ

หากใครทำได้ทั้ง 9 สิ่งนี้คุณจะเป็นคนรวยได้ไม่ยาก เพราะนี่คือ”เรื่องพื้นฐานของคนรวยเขาทำกัน”  ขอให้รวยกันถ้วนหน้า … สวัสดีทุกท่าน… 

 

12 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *