ภาษารัก 5 แบบ

5 ภาษารัก

5 ภาษารัก” ไม่ใช่แค่คำพูดหวานๆ เท่านั้น “แต่เป็นภาษาที่มีการแสดงออกของความรักที่แตกต่างกันออกไป” ด้วยใจบริสุทธิ์ระหว่างสามีและภรรยา “จากหนังสือ 5 ภาษารัก” (The 5 Love Languages) ซึ่งมียอดขายมากกว่า 11 ล้านก็อปปี้ “แปลเป็นภาษาต่างๆกว่า 49 ภาษา” เป็นหนังสือขายดีใน”Amazon” ติดอันดับใน Top 100 , เป็นหนังสือขายดี ติดอันดับ 1 ใน New York Time ผู้เขียน คือ “Dr. Gary Chapman” ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความรัก และ ถูกเชิญให้เป็นวิทยากรในหลายประเทศ รวมไปถึงรายการทีวีต่างๆ เพื่อช่วยเหลือชีวิตคู่ของหลายคนให้มีระดับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แน่นแฟ้นขึ้น เพราะ “ความรักที่แท้จริงต้องแสดงออกมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”

สิ่งที่ควรรู้ก่อนแต่งงาน

เพื่อช่วยให้เรื่องชีวิตคู่ง่ายขึ้น เพราะ ในช่วงแรกๆที่ผมแต่งงานก็มีปัญหาเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่มีเลย

ดังนั้น หาเรารู้ก่อนในเรื่องที่เราควรรู้ไว้ คงจะดีไม่น้อย เพื่อเตรียมความพร้อมในสิ่งที่เราต้องเผชิญในอนาคต ตัวผมเตรียมตัวไปกับเรื่องฮันนีมูนเยอะมาก ซึ่งมากกว่าการเตรียมตัว ในการใช้ชีวิตคู่ซะอีก

ตอนที่ผมไปฮันนีมูนพวกเราแฮปปี้มาก แต่หลังจากฮันนีมูนมาแล้ว การใช้ชีวิตคู่ด้วยกันค่อนข้างจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ฉะนั้น หากคุณมีการเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า “ก็จะช่วยลดความขัดแย้งลงได้” รวมไปถึงกระกระทบกระทั่งระหว่างกันและกันก็น้อยลง “แค่ 7 ปี สำหรับคู่แต่งงานใหม่ จากสถิติสำรวจพบว่ามีการหย่าร้างกว่า 50%”

ผมคิดว่าการที่คน 2 คน แต่งงานกันได้ก็เพราะ”รัก” ซึ่งทั้งคู่ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ทำให้ทุกอย่างดูสวยงามไปหมด “โลกทั้งใบเป็นสีชมพู” แต่ที่นี้ ในบางครั้งมันไม่ได้ลงเอยเช่นนั้นไปตลอด

ผมเดทกับภรรยา 2 ปีก่อนที่พวกเราตกลงแต่งงาน แต่งเสร็จไปฮันนีมูน ฮันนีมูนเสร็จ “เท่านั้นละครับโลกแห่งความจริงก็กระจ่างขึ้น”

 5 ภาษารัก - คนรวย

“ปรากฎว่าผมเจออะไรที่ผมไม่ชอบในตัวภรรยา” ส่วนภรรยาก็เจออะไรที่ไม่ชอบในตัวผม จากสมัยก่อนที่พวกเราไม่ได้เห็นชีวิตกันแบบใกล้ชิดขนาดนี้ แต่ประเด็นไม่ใช่อยู่ตรงนี้นะครับ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า แล้วเราจะก้าวข้ามภาวะอารมณ์เหล่านี้ไปได้อย่างไร จะจัดการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร และ “จะกลับไปยังจุดหวานชื่นแห่งรักครั้งก่อนอย่างไร”

ผมต้องแสดงออกความรักมากกว่าเดิม ทำมากกว่าเดิม ทำอะไรที่โรแมนติกมากขึ้นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้ให้ยาวนานและยั่งยืน

5 ภาษารัก ที่ผมเขียนไว้ในหนังสือ The 5 Love Languages

  • การให้ของขวัญ เนื่องในวันสำคัญต่างๆ อย่างไม่ละเลย เพิกเฉย เช่น ในโอกาสพิเศษ ในช่วงเวลาพิเศษ
  • มีเวลาให้กันอย่างมีคุณภาพ ไม่ปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดความเอาใจใส่ รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ทำให้เกิดความน้อยใจ คิดมากว่ารักน้อยลง
  • พูดจาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สร้างความรู้สึกดีให้กับอีกฝ่าย อย่างเห็นคุณค่า ถนอมรักษาน้ำใจกันเสมอ เช่น รู้ชักชมเชย มีคำพูดที่แสดงออกถึงความรักและให้เกียรติ
  • แสดงออกทางภาษากายโดยการสัมผัส เช่น จับมือ จูงมือ ฯลฯ
  • รู้จักช่วยงานบริการในเรื่องต่างๆ เช่น ทำกับข้าว
https://konruay.com

ทุกคนต้องทำความเข้าใจนะครับ

“ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก เป็นเรื่องของจิตใจ” เราต้องรู้จักภาษารัก ทั้ง 5 อย่าง “ซึ่งแต่ละคนก็จะมีภาษารักที่เป็นของตนเอง” อย่างผมภาษารักของผมที่ทำให้ผมรู้สึกดี คือเมื่อไหร่ที่ภรรยาพูดถึงในส่วนดีของผม “ผมจะรู้สึกดีมาก และ มีความสุขมาก”

“ส่วนภาษารักของภรรยาผม” เธอจะรู้สึกดีและพึงพอใจมาก หากผมได้ช่วยงานบ้านเธอ เช่น ดูดฝุ่น ล้างจาน เอาขยะไปทิ้ง “ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่มองว่าการที่ผู้ชายเอาขยะไปทิ้งเป็นเรื่องที่เซ็กซี่มาก” และ ช่วยเก็บข้าวของทุกอย่างให้เป็นที่เป็นทางเป็นระเบียบ

เวลาเราจะทำอะไรในบางครั้ง “เราจะคิดว่าสิ่งนั้นต้องถูกใจหรือสร้างความพอใจให้กับอีกฝ่ายแน่ๆ” ซึ่งผิด เพราะ บางทีผลที่ได้กลับตรงกันข้าม และ สิ่งที่ผมมักทำเป็นประจำ คือ “การบอกรักภรรยาทุกวัน” แต่คุณรู้ไหมครับว่า ภรรยาผมตอบกลับมายังไง “ถ้าที่รักรักฉันจริง” ทำไมที่รักไม่ช่วยงานบ้านภรรยาบ้าง และ ตอนนั้น ผมรู้เลยครับว่านั่นคือภาษารักของภรรยาผม “ ถ้าผมรักภรรยา ผมต้องทำงานบ้านเพื่อภรรยาที่ผมรัก”

5 ภาษารัก - คนรวย

การแต่งงาน

ไม่ใช่แค่เรื่องของคน 2 คนเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของครอบครัวอีกฝ่าย ครอบครัวเขามีลักษณะอย่างไร?

เพราะฉะนั้น ในช่วงที่กำลังเดทกันอยู่ “คุณต้องรู้จักชีวิตของแต่ละฝ่ายให้มากที่สุด ในทุกๆมุม” เพราะ บางครั้งตัวคุณยังไม่ทราบเลยว่าอีกฝ่ายชอบอ่านหนังสืออะไร? แล้วเคยอ่านหนังสือด้วยกันหรือไม่? เคยทำกิจกรรมด้วยกันหรือไม่? เคยมีเรื่องหรือหัวข้ออะไรที่นำมาถกปัญหากันรึไม่? ไม่ใช่ถกเถียงหรือโต้แย้งกันแบบจะเป็นจะตายด้วยอารมณ์ แต่เป็นการเอาเหตุผลมาพูดคุยกัน อย่างถูกต้องสันติแล้วหาข้อสรุปที่ดี

5 ภาษารัก - คนรวย

แล้วเวลาโกรธโมโหมีการควบคุมตัวเองอย่างไร? คุณแสดงออกแบบไหนเวลาที่คุณมีความสุขมากที่สุด? คุณรับมืออย่างไรเมื่อเผชิญกับความผิดหวังและเจ็บปวด? โดยการเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวไม่คุยกับใคร หรือ ต้องการเพื่อนพูดคุยระบาย

เรื่องพวกนี้ คือ “เรื่องที่คุณต้องทราบข้อมูลก่อนแต่งงานของแต่ละฝ่าย” รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้เวลาหมดไปกับอะไร “พยายามพิจารณาดูให้ลึกไปถึงแก่นของคนๆนั้นให้ได้” สังคมที่เขาอยู่ และ “ไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวัน” เช่น บางคนชอบรถแข่ง แต่บางคนอาจคิดว่าชอบเข้าไปได้ไงไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ

ที่นี้ “สมมุติว่าหากมีความชอบที่ไม่ตรงกันในด้านงานอดิเรกคุณทำอย่างไร?” คุณยอมรับได้ไหม ? ปรับตัวได้ไหม ? จะเข้าใจกันไหม? ถ้าอีกฝ่ายไปตีกอล์ฟทุกวันหยุดแต่คุณไม่ชอบเลย คุณจะทำยังไง? อึดอัดไหม? ทนได้ไหม?

https://konruay.com

กรณีคนที่แต่งงานกันแล้ว “หากภาษารักอยู่ในระดับเลเวลเดียวกัน” ทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย สะดวกราบรื่นขึ้น ไม่ต้องไปเจอกับแรงเสียดทาน แรงปะทะ รวมไปถึงการขัดแย้งระหว่างกันก็น้อยลงตามมา

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ภาษารักต่างกันเยอะมาก” ลำบากแน่ ยิ่งไม่ค่อยพูดคุยสื่อสารกันต่างคนต่างคิดไปคนละทาง จนหาจุดร่วมไม่ได้ยิ่งอันตราย

รุป ภาษารัก คือ “ความเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ได้มาจากความคิดของคุณเอง แต่มาจากความต้องการที่แท้จริงของคู่ชีวิตคุณ”

5 ภาษารัก - คนรวย

ขอบคุณ ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ Dr. Gary Chapman

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *