Catriona Gray ผู้คว้ามงกุฎ Miss Universe

Catriona Gray สาวงามจากฟิลิปปินส์ วัย 24 ปี ผู้คว้ามงกุฎ Miss Universe ปี 2018 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นดารา นางแบบ นักร้อง และ พิธีกร มาก่อน อาชีพเหล่านี้สร้างรายได้ให้กับเธอไม่ต่ำกว่า $2 million อีกทั้งเธอยังเคยติดอันดับ Top 5 ของการประกวด Miss World เมื่อปี 2016 อีกด้วย

โดยเธอเองมีเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน ในระหว่างการประกวด Miss World คือ

Emma Strandberg มิสยูนิเวิร์สจากสวีเดน วัย 22 ปี และ Helena Heuser มิสยูนิเวิร์สจากเดนมาร์ก วัย 22 ปี เช่นกัน

https://konruay.com

Emma Strandberg มิสยูนิเวิร์สจากสวีเดน ได้กล่าวแสดงความยินดีร่วม กับ Catriona Gray ::…::👸👸

“ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ในที่สุดพี่ก็ทำได้ ฉันร้องไห้ไม่หยุดเลย เพราะ ฉันดีใจไปกับพี่ด้วย ฉันภูมิใจในตัวพี่มากในที่สุดพี่ก็ทำได้สำเร็จ ”

Helena Heuser มิสยูนิเวิร์สจากเดนมาร์ก ได้กล่าวแสดงความยินดีร่วม กับ Catriona Gray ::…:: 💝💃🎄

https://konruay.com

“ขอบคุณพี่มากค่ะ สำหรับมิตรภาพดีๆและความทรงจำที่ดีที่มีให้กัน ฉันมองไปยังพี่เสมอในทุกๆทาง พี่เป็นดาราในดวงใจของฉันที่อัศจรรย์ใจมาก พี่ถ่อมใจและติดดิน

พี่เป็นพี่สาวที่ช่วยให้ฉันใจเย็นขึ้นในเวลาที่ฉันกดดันและตื่นเต้น พี่สมควรที่จะได้รับมงกุฎนี้จริงๆ แล้วเราเจอกันค่ะ พวกเราจะไปเยี่ยมพี่ที่นิวยอร์ก“

https://konruay.com


Richelle Singson-Michael
เธอคือ 1 ใน คณะกรรมการตัดสินมิสยูนิเวิร์ส ปี 2018 จากฟิลิปปินส์

เป็นบุตรสาวของนักการเมือง และ นักธุรกิจชื่อดัง นาม Chavit Singson ซึ่งเขาเองมีธุรกิจภายใต้การดูแลอยู่ไม่ต่ำกว่าหลัก 100

https://konruay.com

ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลคนหนึ่งในฟิลิปปินส์ ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มบริษัท LCS ที่เขาดูแลอยู่ได้เป็นสปอนเซอร์ในการจัดงานประกวดมิสยูนิเวิร์ส เมื่อปี 2016 ที่ฟิลิปปินส์ โดยใช้จำนวนเงินในการจัดงานไปไม่ต่ำกว่า $15 million

Richelle Singson-Michael ได้กล่าวว่า “ในการสัมภาษณ์เราจะพิจารณาในเรื่องบุคลิกภาพ และ ความมั่นใจในการตอบคำถามเป็นหลัก”

คณะกรรมการเราทุกคนได้มีการอ่านโปรไฟล์ของผู้เข้าประกวดมาล่วงหน้าก่อนแล้ว

https://konruay.com

จากการที่ได้สัมภาษณ์ “Catriona Gray” เธอเป็นคนที่ตอบคำถามได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ มีความมั่นใจ เฟรนลี่ สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ยิ้มแย้มแจ่มใส และ ผ่อนคลาย นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้เธอได้เข้าสู่ รอบ 20 คน จากนั้นเราก็จะไปพิจารณาคะแนนในรอบ ชุดว่ายน้ำ และ ชุดราตรี จะดูการเดิน การพรีเซ้นต์ ความมั่นใจ ว่ามีความน่าสนใจ มีเสน่ห์ ดึงดูดใจ มาก-น้อยแค่ไหน เพื่อเข้าไปสู่ในรอบตอบคำถามต่อไป

โดยประเทศไทย ติด Top 10 คนสุดท้าย ส่วนประเทศที่ติด Top 5 ได้แก่ เปอร์โตริโก , เวียดนาม , ฟิลิปปินส์ , เซาท์แอฟริกา และ เวเนซุเอลา

https://konruay.com

ส่วนประเทศที่ ติด Top 3 และ เป็นผู้ชนะเลิศ อันดับ 1.ฟิลิปปินส์ 2.เซาท์แอฟริกา 3.เวเนซุเอลา

ด้านผลงานการประกวด Miss Universe ในยุคของ WME/IME ตั้งแต่ ปี 2015-2018 ของแต่ละประเทศ ได้แก่

ฟิลิปปินส์

คว้ามงกุฎ MU ปี 2015👸 ,// Top 6 – ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017 และ คว้ามงกุฎ MU ปี 2018👸

USA

ได้อันดับที่ 3 ปี 2015 ,// Top 9 – ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017 และ Top 20 – ปี 2018

โคลอมเบีย

ได้อันดับที่ 2 ปี 2015 ,// ได้อันดับที่ 3 ปี 2016 ,// ได้อันดับที่ 2 ปี 2017

เวเนซุเอล่า

Top 10 – ปี 2015 ,// Top 5 – ปี 2017 ,// ได้อันดับที่ 3 ปี 2018

เซาท์แอฟริกา

Top 15 ปี 2015 ,// คว้ามงกุฎ MU ปี 2017👸 ,// ได้อันดับที่ 2 ปี 2018

ไทย

Top 10 – ปี 2015 ,// Top 6 – ปี 2016 ,// Top 5 – ปี 2017 ,// Top 10 – ปี 2018

บราซิล

Top 15 ปี 2015 ,// Top 13 ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017 ,// Top 20 – ปี 2018

แคนาดา

Top 9 ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017,// Top 10 – ปี 2018

อินโดนีเซีย

Top 15 ปี 2015 ,// Top 13 ปี 2016 ,// Top 20 – ปี 2018

ฝรั่งเศส

Top 5 – ปี 2015 ,และ คว้ามงกุฎ MU ปี 2016👸

กือราเซา

Top 10 – ปี 2015 และ Top 10 – ปี 2018

เม็กซิโก

Top 15 ปี 2015 และ Top 9 – ปี 2016

ออสเตรเลีย

Top 5 ปี 2015 และ Top 20 – ปี 2018

เบลเยียม

Top 15 ปี 2015 และ Top 20 – ปี 2018

จาเมกา

ได้อันดับที่ 3 ปี 2017 และ Top 20 – ปี 2018

อังกฤษ และ ไอร์แลนด์

Top 16 ปี 2017 และ Top 20 – ปี 2018

ในรอบตอบคำถามต่อหน้าสื่อ และ ต่อหน้าคนทั่วโลก

จะเป็นอะไรที่ยากกว่าการสัมภาษณ์ต่อหน้าคณะกรรมการในห้อง เพราะ ความกดดันและตื่นเต้นมีมากกว่า และ ดวงตานับล้านต่างจับจ้องไปยังนางงามแต่ละท่านว่าจะตอบคำถามกันอย่างไร?

เริ่มตั้งแต่ในรอบ 20 คนเป็นต้นมา ” ปีนี้นางงามบางท่านสติหลุด” ก็มีให้เห็นพอสมควร “บางคนแสดงสีหน้าความกังวลผ่านทางแววตา” และ น้ำเสียง บางคนเครียดจัดจนลืมยิ้ม บางคนถึงกับร้องไห้ หรือ บางคนตื่นเต้นมากเกินไปจนลืมโพสท่าไปเลยก็มี

หากใครมีความเป็นมืออาชีพจริงๆก็ต้องเอาเวทีอยู่ในทุกสถานการณ์ เพราะ นี่คือ”เวทีระดับโลก” และ สโลแกน ของ มิสยูนิเวิร์ส คือ “สวยอย่างมั่นใจ” และ ธีมงานในปีนี้ คือ “Empower Women”

Lea Salonga

เธอเป็นนักร้อง นักแสดง ที่ทำงานด้านสื่อทางทีวีและภาพยนต์จากฟิลิปปินส์ ผู้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า $18 million ได้กล่าวเอาไว้ล่วงหน้า และ คอนเฟิร์มอย่างมั่นใจ ว่า “Catriona Gray – เธอมีความสามารถมากพอที่จะคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาครองได้สำเร็จ”

https://konruay.com

ผลที่จะตามมาเมื่อ “Catriona Gray” ได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส คือ คนทั้งโลกก็จะได้รู้จักกับประเทศฟิลิปปินส์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัฒนธรรม หรือ การโปรโมททางด้านการท่องเที่ยวเพื่อนำเงินเข้าสู่ประเทศได้ต่อไป รวมไปถึงห้าง ร้านอาหาร แฟชั่น สไตล์ลิสต์ต่างๆก็ได้รับผลไปด้วย ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพไปอีกระดับหนึ่ง รวมไปถึงงานเพลง หรือ รูปแบบในการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในภาพรวมประเทศได้ดี

ฟิลิปปินส์ในปัจจุบันนับได้ว่าผงาดขึ้นมาเป็นแถวหน้าในโลกของการเทรนนางงาม เพื่อเข้าสู่เวทีต่างๆ อย่างมากมาย ไม่ต่างจากบางประเทศที่ชอบ หรือ คลั่งไคล้ในโลกแห่งกีฬา เช่น ฟุตบอล , บาสเกตบอล , เบสบอล , เทนนิส , รักบี้ , อเมริกันฟุตบอล หรือ ฮอกกี้น้ำแข็ง ฯลฯ

ฟิลิปปินส์ได้นำสิ่งที่ตนเองชอบและรัก มาแปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจ ตัวเงิน เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำได้บ้าง เพราะ อย่างน้อยก็เป็นการสร้างงานให้คนมีรายได้ในประเทศมากขึ้น

มีประเทศใดบ้างที่มาเทรนกับโค้ชประเทศฟิลิปปินส์


ปี 2018 มิสเวียดนาม ที่ติดท็อป 5 – โดยโค้ช Anjo Santos

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com


ปี 2018 มิสMalta – โดยโค้ช Marvin Buncayo

ปี 2018 มิสเอกวาดอร์ โดยโค้ชคนเดียวกัน กับ “Pia Wurtzbach” มิสยูนิเวิร์ส ปี 2015 ในนาม “Aces and Queens” ที่เป็นกลุ่มเทรนนางงามมืออาชีพ เพื่อไปแข่งขัน “Miss World” และ “Miss Universe” หรือ ในสายความงามในด้านต่างๆ

https://konruay.com


ในปี 2018 ก็จะมีมาจากประเทศลาว อินเดีย จีน และ กัมพูชา ตั้งแต่ปี 2017-2018

https://konruay.com

และ ในปีอื่นๆ เช่น

ปี 2014 Miss Asia Pacific World Myanmar – โดย Gouldian Atelier

ปี 2014 Miss Globe Myanmar – โดย Gouldian Atelier

ปี 2014 Miss Universe จากประเทศพม่า – โดย Gouldian Atelier

ปี 2016 Miss International จากประเทศอินโดนีเซีย – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ปี 2017 Miss International จากประเทศญี่ปุ่น – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ปี 2017 Miss Earth จากประเทศแองโกลา – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ปี 2016-2017 Miss Universe จากประเทศอินโดนีเซีย – โดย Aces and Queens – โค้ช Jonas Gaffud

ปี 2017 Miss Universe จากประเทศอังกฤษ – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ส่วน Catriona Gray คนเทรนในเรื่องการเดินให้ อย่างเช่น “ Lava Walk” คือ Carlos Buendia Jr. ซึ่งเป็นคนเดียวกับ คนที่เทรนให้ Megan Young ผู้ที่เป็น Miss World ปี 2013

https://konruay.com
https://konruay.com

และ Carlos Buendia Jr. เป็นคนที่คิดท่าสโลโมชั่นในการหมุนตัว ของ “Catriona Gray” ในรอบพรีลิมของชุดว่ายน้ำ ที่สำคัญเธอยังมีทีมที่ทำในด้านโซเชียลมีเดียโดยตรงเพื่อเป็นการโปรโมทเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ หรือ การตัดต่อทำวีดีโอเพื่อใช้ในการประกวด

https://konruay.com

ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สในครั้งนี้ เธอมีทีมงานมืออาชีพมาช่วยอย่างคับคั่ง เรียกว่า “ยกแผงกันมาเลยทีเดียว” อย่างช่างผมก็มีประสบการณ์กว่า 18 ปี ที่มาช่วยในเรื่องผมจัดทรงให้ดูดี มีสไตล์ออกแนวเซเลบริตี้ สไตล์ลิสก็ใช้คนเดียวกัน กับ “Pia” คนที่ชนะการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2015

ทางทีมงานได้เซ็ตแผนทุกอย่างเอาไว้หมดเลยว่าในแต่ละวันต้องแต่งหน้า ทำผม หรือ ใส่ชุดอะไร

ในด้าน “Catriona Gray” เธอได้กล่าวว่า “เธอเองก็ได้ติวเข้มในด้านทักษะการพูด การสื่อสารเยอะมาก และ มาจากหลายๆสำนักเพื่อได้เห็นความหลากหลายของข้อมูลความคิดเห็น ไม่ใช่แค่การตอบคำถามกับคณะกรรมการเท่านั้น แต่ติวเข้มในการตอบคำถามผ่านสื่อทั่วไปและอื่นๆอีกด้วย”

ส่วนในชุดราตรีสีส้มที่มีลายคล้ายนกยูง ในรอบพรีลิมที่เธอใส่ มีราคาอยู่ที่ $19,402

https://konruay.com
https://konruay.com

และ ชุดสีแดงที่เธอใส่นั้นในรอบตัดสิน มาจากความฝันของมารดาเธอ

“ เมื่อ Catriona Gray อายุได้ 13 ขวบ แม่ของเธอฝันว่า … เห็นเธอใส่ชุดสีแดง ชนะการประกวดมิสยูนิเวิร์ส“

https://konruay.com

ส่วนการออกแบบชุดของดีไซเนอร์ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากลาวา ของภูเขาไฟ “Mayon” ที่เป็นมรดกโลกแหล่งท่องเที่ยว จาก UNESCO ได้ประกาศขึ้น ในปี 2016 และ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในจังหวัดอัลไบซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอเอง

กว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย “เธอต้องฝึกฝนและทุ่มเทอย่างหนัก” เพราะ “ก่อนหน้านี้เธอเคยผิดหวังจากการประกวดมิสเวิลด์มาก่อน” ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอร้องไห้หนักมาก 😭😭😭 จากบทเรียนในครั้งนั้น “มันเป็นแรงผลักดันอย่างดีในการเตรียมความพร้อมให้กับเธอ” คือ ต้องรอบคอบมากขึ้น ไม่ประมาท ยิ่งในสนามการประกวดมิสยูนิเวิร์สแล้วด้วย หากพลาดแล้วก็คือพลาดเลยไม่มีการได้ให้แก้ตัวใหม่🏋️‍♀️💪💃

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เธอใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองเกือบๆ 2 ปี “จากสมัยก่อนที่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยมีความมั่นใจมากเท่าไหร่” การพูดจายังไม่เก่งมาก การตอบคำถามก็ยังไม่ฉะฉานยังขาดพาวเวอร์ในการพูด น้ำเสียงในบางช่วงก็ยังสั่นๆอยู่ ส่วนการเดิน การโพสท่าทางก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างหรือมั่นเท่าที่ควร บุคลิกภาพก็ยังขาดเสน่ห์ดูจืดๆ ยังไม่แรงหรือมีออร่ากระจาย ส่วนแววตาก็ยังไม่ฉายความมั่นใจในตัวเองมากเท่าที่ควร

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้มาทั้งหมดในวันนี้ ล้วนมาจากการฝึกฝนอย่างหนักทั้งสิ้น”

https://konruay.com

ส่วนกิจกรรมยามว่างหรืองานอดิเรกที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว และ เธอเป็นคนที่ชอบเต้นรำมากมาตั้งแต่ อายุ 3 ขวบ

กีฬาโปรด คือ คาราเต้ อีกทั้งเธอยังชอบเข้ายิมออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ฟิต&เฟิร์ม

เวลาใส่ชุดว่ายน้ำจะได้ดูไม่ย้วย 🏊‍♀️👙😻

ซึ่งตัวเธอเองได้มีการลองใส่ชุดว่ายน้ำ เพื่อเป็นการเทสล่วงหน้าก่อน เพื่อดูกระแส ฟีดแบคจากหลายๆคน และ เปิดรับให้ทุกคนช่วยกันวิจารณ์ว่าควรปรับแก้ตรงไหน รวมไปถึงการโพสท่าทางต่างๆ

เธอกล่าวว่า “เธอยินดีรับฟังทุกๆคำแนะนำ และ ความคิดเห็น เพื่อให้ได้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด”

อาหารเช้าที่เธอรับประทาน คือ สมูทตี้ผลไม้+ผักใบเขียว

https://konruay.com
https://konruay.com

น้ำผลไม้ , ผักต่างๆ , ผลไม้ต่างๆ , ขิงซอย , กล้วยชอบเป็นพิเศษ และ มิลค์เชค

Miss USA ปี 2003-2004 คือ ผู้ที่เทรน Miss USA ปี 2018 ได้คอมเม้นท์เกี่ยวกับการประกวด Miss Universe ดังนี้

“โซเชียลมีเดียได้ฆ่านางงามให้ตายได้อย่างง่ายดาย หากใครพลาดทำอะไรลงไปโดยปราศจากการยั้งคิด” เพราะ ในสมัยก่อนไม่มีอะไรแบบนี้ คนจะเห็นเฉพาะการถ่ายทอดทางทีวีในช่วงการประกวดเท่านั้น จะไม่เห็นเบื้องหลังซีนต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องคำพูดที่ไม่เหมาะสมก็ไม่มีใครรู้

ปัจจุบัน “หากใครพูดไม่ระวังออกไปในทางลบ” มันคือเรื่องที่ใหญ่มาก เมื่อมันถูกตีแผ่ ขยายวงกว้างออกไปแล้วมันเรียกเก็บกลับคืนมาไม่ได้ แม้คุณจะขอโทษไปแล้วก็ตาม เพราะ “มันเกี่ยวข้องกับทัศนคติและภาพลักษณ์อันดีงาม”

https://konruay.com

สิ่งที่พวกเธอชื่นชอบในการประกวดในครั้งนี้ คือ เวที หรือ รันเวย์ที่ยาว เพราะ จะได้ดูการเดินของสาวงามกันอย่างเต็มอิ่ม ใครเดินดีหรือไม่ดีก็จะได้เห็นกันอย่างชัดแจ้ง ดนตรีก็เข้ากับบรรยากาศ ชุดว่ายน้ำที่มีอะไรตรงหัวไหล่ก็ทำให้ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

สิ่งที่พวกเธอไม่ชอบ คือ การคัดเลือกนางงามตามโซน เพราะ “เป็นการปิดโอกาสคนที่ทำยอดเพอฟอร์แมนซ์สูงๆ” แต่กลับถูกปัดตกไปอันเนื่องมาจากพื้นที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งในบางโซนอาจมีปริมาณสาวงามที่มีคนสวยคนเก่งเยอะ และ ถ้าหากเทียบระหว่างโซนนางงามในบางพื้นที่ ในบางคนที่เข้ารอบยอดเพอฟอร์แมนซ์อาจจะไม่สูงเท่ากับคนที่ตกรอบก็ได้ เพราะ เขาต้องการแค่จำนวนคนให้เข้ารอบครบตามจำนวนโควต้าในแต่ละโซนเท่านั้นเอง

“น่าจะเลือกและให้โอกาสคนที่เหมาะสมจริงๆจะดีกว่า” ซึ่งถือว่าเป็นการยุติธรรมต่อพวกเธอ เพราะ บางคนที่ได้เข้ารอบมานั้น พอเห็นแล้ว เฮ้อ!!! พวกเราก็ไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่

การเดินของบางคนก็นะ ลองดู Lu Sierra” ก็ได้ เพราะ เธอเทรนในเรื่องการเดินของนางงามอยู่ ว่านางงามต้องเดินอย่างไร เอนเตอร์เทนคนบนเวทีควรทำอย่างไรให้เป็นที่สนใจและน่าดึงดูด

ในรอบ 20 คน ที่ให้นางงามได้กล่าวถ้อยคำสั้นๆ สิ่งที่พวกเขาอยากเห็น คือ Passion ของคุณคืออะไร วัตถุประสงค์เป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร นั่นหมายความว่าเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของคุณ ที่อยากนำมาเสนอให้กับชาวโลกได้รับรู้ ?? ส่วนนี้เขาต้องการคนที่กล้าแสดงออกมีการสื่อสารและพูดได้ดี

จาเมก้า เธอตื่นเต้นมากเกิน เธอจำข้อความในสิ่งที่เธอเตรียมมาพูดไม่ได้ ทำให้ติดๆขัดๆ ตะกุกตะกัก จริงๆเราขอเสนอว่า ให้จำเฉพาะโครงเรื่องที่จะมาพูดเท่านั้นพอ แล้วใส่เนื้อหาสำคัญๆลงไปก็ได้

ส่วนนางงามจากประเทศที่พวกเราชื่นชอบ คือ เซาท์แอฟริกา , เวเนซุเอลา , เวียดนาม , ฟิลิปปินส์ และ กือราเซา

ในช่วงที่เซาท์แอฟริกามาเดินในรอบชุดราตรีนั้น “พวกเราลุ้นไปกับเธอมากเพราะชุดมันมาเกี่ยวแข้งเกี่ยวขา” ทำให้เดินไม่สะดวก คือ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใครก็ตาม ให้คุณเดินเตะชุดมันไปไกลๆเลยค่ะ เพื่อเป็นการเปิดทางให้เดินได้สะดวกขึ้น และ “ทำหน้ามั่นเข้าไว้อย่าไปเสียความมั่นใจตามสิ่งที่เกิดขึ้น” ไม่มีใครไปสนใจอะไรหรอกถ้ามาถึงในจุดนี้แล้ว และ อย่าทำหน้าเสียโดยเด็ดขาด ให้ยิ้มเข้าไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอเราเห็นชุดราตรีของฟิลิปปินส์เดินออกมาเท่านั้นล่ะ โอ้ว!!! นี่คือกะมาฆ่ากันชัดๆ เดินก็ดีอย่างกับภูเขาไฟระเบิดที่พุ่งออกมาตามคอนเซ็ปต์ชุด เธอยืนอยู่บนเวทีแบบว่า “สวยเด่นเป็นสง่ามาก”

https://konruay.com

ชุดราตรีของแคนาดาก็สวยเช่นกัน ซึ่งพวกเราก็แปลกใจมากว่า ทำไมแคนาดาไม่เข้า Top 5 และ ชุดคนที่เข้า Top 5 ส่วนใหญ่ก็ไปในแนวเดียวกัน และ เฉดสีก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แม้ในดีเทลอาจต่างกันบ้างแต่ก็คล้ายกันอยู่ดี

ในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้าย ซึ่งถือว่ายากพอสมควร เพราะ ออกไปทางสังคม การเมือง ผู้อพยพ บางคำถามค่อนข้างเซ้นซิทีฟมาก หากใครตอบผิดนี่ คือ ได้ลงข่าวหน้า 1 แน่ๆ แนะนำว่าหากเจอคำถามในลักษณะนี้ “ให้ตอบแบบเป็นกลางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ซึ่งบางคนก็ตอบตรงคำถาม และ บางคนก็ไม่ตรง

Alycia Darby เธอ คือ ผู้เชี่ยวชาญในทางด้านการตอบคำถามของนางงาม

https://konruay.com

ซึ่งมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 13 ปี จากอเมริกา ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้

ให้คุณลองตั้งคำถามที่น่าจะถูกถามออกมาเป็นข้อๆ ต่อจากนั้นให้คุณลองตอบคำถามเหล่านั้นดู และการตอบ ก็ควรตอบให้เป็นธรรมชาติที่ตรงกับบุคลิก และ ชีวิตจริงของคุณมากที่สุด

โดยคณะกรรมการจะมองหาคนที่มีคุณสมบัติ 1- 2 – 3 – 4 ==> คือ ถ้าหากให้ทำเป็นเช็คลิสต์ออกมาเป็นข้อๆคงจะยาวมาก แต่ให้จำไว้เลยว่า คณะกรรมการจะไม่สนใจผู้หญิงในลักษณะ “Mean Girls” คือ เกลียดหรือเหยียดผู้อื่น หรือ คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

“แต่” มันจะมีผู้หญิงอีกลักษณะบุคลิกหนึ่ง ที่คณะกรรมการจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ คนที่มีความมุ่งมั่น เวลาทำอะไรแล้วมีความตั้งใจสูง และ ทำอย่างไม่ลดละ ไม่ท้อถอยใจอย่างง่ายๆ มีความเป็นนักสู้ เข้มแข็ง

มีเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนอยากเข้าหา อยากรู้จัก มีความเป็นมิตร ใครเห็นใครก็รัก เข้ากับคนอื่นได้ง่าย โดดเด่น น่าติดตาม น่าชื่นชม และ มีพลังเป็นแม่เหล็กชั้นดี

ยกตัวอย่าง “Put the right man in the right job” เหมือนกับ โฆษณา “Nike” เขาจะมองหานักฟุตบอลหรือนักกีฬาอาชีพมาเป็นพรีเซนเตอร์มากกว่านักกีฬาเด็กประถมโนเนม

ในช่วงตอบคำถาม – กรุณาอย่าท่องจำมาตอบ

เพราะ จะทำให้ไม่ลื่นไหล และ ขาดอินเนอร์จากภายใน

สิ่งแรกที่คุณต้องทำ คือ “การทำความรู้จักกับตัวเองอย่างถ่องแท้ “

การตอบคำถามในช่วงเวลากดดันมันจะดึงเอาตัวจริงของคุณออกมา มากกว่าการตอบคำถามในช่วงเวลาปกติที่สามารถท่องสคริปท์ตอบได้ ดังนั้น เวลาที่กดดันหนักมากๆ คุณอาจจะพลั้งเผลอพูดอะไรออกไปในเรื่องที่ไม่น่าจะพูดก็ได้ หรือ พูดไม่ออกก็ได้ หรือ ในบางกรณีที่ท่องจำมาได้ ในบางท่อน บางส่วนก็อาจลืมพูดไปกลายเป็นพูดไม่ครบหรือข้อมูลขาดหายไปบางส่วนก็ได้

โดยคำถามที่มักจะถูกถามบ่อย คือ

(1) รบกวนช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณให้พวกเราฟังหน่อย ค่ะ/ครับ? ในส่วนนี้ เขาอยากเห็นไฮไลท์สำคัญๆในชีวิตคุณ และ อะไรคือสิ่งที่คุณให้คุณค่ามากที่สุด

เวลาพูดหรือนำเสนอข้อมูลไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดดีเทลมากนัก ให้พูดเฉพาะสิ่งที่สำคัญๆพอ หลักๆให้คุณบอกถึงศักยภาพในตัวคุณว่า คุณสามารถมีส่วนช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร คือ คุณต้องสื่อให้เขาเห็นว่าคุณมี “Passion” ในเรื่องที่จะทำจริงๆ

ความแตกต่างระหว่างการสัมภาษณ์งาน (บริษัทหรือออฟฟิซ) และ การสัมภาษณ์นางงาม (Miss Universe)

– ในการสัมภาษณ์งาน สิ่งเขาอยากเห็น คือ วุฒิประวัติการศึกษาว่าคุณจบอะไรมา รวมไปถึงประสบการ์การทำงานตามสายงานของคุณ และ ทักษะต่างๆที่สอดคล้องกับสายงานที่คุณทำ

– ในการสัมภาษณ์นางงาม สิ่งเขาอยากเห็น คือ ประวัติการทำงานเพื่อสังคม การช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ ประสบการณ์ในการพูดต่อหน้าสาธารณชน ลักษณะเด่นเฉพาะตัวในชีวิตของคุณคืออะไร คือ คิดง่ายๆเขาเน้นไปทาง “Soft Skills” และ EQ เพราะ คุณต้องทำงานในด้านสังคมร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการสื่อสารและการตอบคำถามต่างๆได้เป็นอย่างดี

(2) ทำไมคุณถึงอยากประกวดนางงาม ? ตรงนี้ เขาอยากเห็นแรงจูงใจของคุณในการเข้าประกวด และ ทัศนคติของคุณที่มีต่อการประกวด

กรุณาอย่าตอบคำถามแบบดาดๆ เช่น ดิฉันอยากเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็กสาวหลายๆคน หรือ ดิฉันอยากมีอิทธิพลในทางที่ดีต่อผู้คนในวงกว้าง คือ คำตอบแบบนี้ ใครๆก็รับทราบ และ รู้อยู่แล้ว

มันยังไม่เด็ดพอที่ทำให้ดูโดดเด่น และ มีความแตกต่างจากคนอื่น เพราะ ใครๆก็พูดกันในทำนองนั้น

คุณต้องตอบ คำถาม ออกมาจากจิตใจภายในจริงๆ ว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณเข้ามาประกวดในครั้งนี้ ลองถามตัวเองสัก 4 ครั้งดูว่า ทำไมตัวคุณถึงอยากเข้าร่วมการประกวด

ยกตัวอย่าง – ทำไมคุณถึงอยากเข้าร่วมการประกวดนางงาม ?

“ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ตัวฉันเองก็มีความสามารถที่จะชนะการประกวดได้เหมือนกัน เพราะ มีหลายคนคิดว่าฉันยังไม่ดีพอ ไม่สวยพอ และ ไม่มีความสามารถมากพอ ซึ่งหลายคนมองว่าฉันไม่สวยเหมือนผู้หญิงในอดีตที่เคยชนะการประกวด และ ในครอบครัวของฉันก็ไม่เคยมีใครเข้าร่วมการแข่งขันในทำนองนี้มาก่อน ซึ่งฉันเองก็เป็นคนแรกในครอบครัวที่สนใจในการอยากทำในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างไปจากกรอบเดิมๆ และ การประกวดในครั้งนี้ เรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตของฉัน”

และนี่แหละ คือ เหตุผลหลักที่ทำให้ฉันมาประกวดในครั้งนี้

และนี่คือ คำตอบจริงที่ออกมาจากชีวิตจริงๆ ซึ่งมันมีความหมายมาก สื่อถึงอารมณ์ได้ดี และ เป็นการจุดประกายให้กับผู้อื่นได้ด้วย

คณะกรรมการตัวจริง เขามองออก ..ว่า.. คำตอบไหนจริง คำตอบไหนเฟคขึ้นมาก เพราะ เขามีประสบกาณ์สูงมาก ฉะนั้นอย่าไปเฟค

(3) ถ้าคุณชนะการประกวด คุณมีแผนจะทำอะไรหลังจากนี้ ? คือเนื่องจาก เขาอยากเห็นแผน หรือ เป้าหมาย ในชีวิตของคุณจริงๆ

สรุป “คุณต้องมีแผนงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในการตอบคำถามนี้”

(4) อะไร คือ จุดอ่อนในตัวของคุณ ? หรือ อะไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ? ตรงนี้ คือ เขาอยากรู้ว่าคุณเป็นคนที่รู้จักตัวเองมาก-น้อยแค่ไหน , ยอมรับตัวเองได้มาก-น้อยแค่ไหน

อย่าตอบในลักษณะที่ว่า เอาลักษณะเด่นหรือจุดเด่นมาเป็นลักษณะด้อย เช่น ฉันเป็นคนรักความเพอร์เฟคจนเครียดค่ะ มันดูเฟคมากไป ไม่เรียลเท่าไหร่

ให้ตอบแบบจริงใจไปเลย เพราะ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบอยู่แล้วในโลกแห่งความเป็นจริง ให้แชร์ไปเลย ว่าตอนนี้คุณกำลังแก้ไข พัฒนาตัวเอง และ เปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องอะไรอยู่ในขณะนี้ กรรมการเขาก็คนเขาเข้าใจ

(5) เอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณคืออะไร ? ทำไมเราถึงต้องเลือกคุณ ? อะไรที่ทำให้คุณโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น ? ตรงนี้ เขาอยากค้นหาคนที่พร้อมในการทำงาน คือ ตรงกับคุณสมบัติที่เขาอยากได้

สรุป อย่าท่องจำมาตอบแบบเกลื่อน ควรตอบออกมาจากชีวิตจริง มีอินเนอร์ เพราะ ถ้าทำงานจริงมันมีแผนในหัวอยู่แล้ว ตอบคำถามได้อยู่แล้ว ยังไงมันก็จำหรือทำได้ และ คุณต้องขายตัวเองเป็น พรีเซ้นต์ตัวเองเก่ง และ สามารถพูดได้อย่างลื่นไหล

หลังจากพูดจบในทุกครั้งให้ กล่าวคำว่า”ขอบคุณ” ต่อจากนั้นก็ ”ยิ้มสวยๆ”

หากท่านใดสนใจ ศึกษาเพิ่มเติมในคลิปของเธอได้ https://www.youtube.com/channel/UCb84Q8Cy6clISSSHiyG0roA

คำถามที่ Siera Bearchell – Miss Canada ปี 2016 ที่เคยถูกถามมาก่อนในห้องสัมภาษณ์

ซึ่งคะแนนตรงนี้มีผลถึง 60% ฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดี

เริ่มจากคำถามทั่วไปว่าจบอะไรมา ? ทำงานหรือทำอะไรอยู่ตอนนี้ ? ประสบการณ์สำคัญอะไรในชีวิตของคุณที่คุณชื่นชอบและได้เรียนรู้เป็นพิเศษ ? คุณอยากบอกอะไรบ้างเกี่ยวกับประเทศของคุณให้พวกเราได้ทราบ ?

อาจจะมีบ้างที่เจอคำถามหนักๆในด้านการเมือง ซึ่งเธอก็คิดในใจว่าไม่เห็นเกี่ยวกันเลย แต่อาจถามเพื่อดูทัศนคติความคิดเรา เพราะ จริงๆตัวเราเองจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรในภาครัฐซึ่งก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว และ บางคำถามก็เป็นคำถามที่ขนาดนายกรัฐมนตรีก็ยังให้คำตอบไม่ได้ แต่ก็ยังเอามาถามกัน???

https://konruay.com

คำถามที่ฉันถูกถาม คือ

Why do you deserve to be the next Miss Universe ?

Why do you have what it takes to be the next Miss Universe ?

What in your life has prepared you to be the next Miss Universe ?

Why are you here ?

What does it take the next Miss Universe ?

คำถามในรอบ 3 คน สุดท้าย

ปี 2015

Why should you be the next Miss Universe ?

ปี 2016

Name something over the course of your life that you failed at and tell us what your learned from that experience ?

ปี 2017

What quality in yourself are you most proud of and how will you apply that quality to your time as Miss Universe ?

ปี 2018

What is the most important lesson you’ve learned in your life and how would you apply it to your time as Miss Universe ?

Dani Walker – Miss Montana USA 2018

https://konruay.com

เธอได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวบนเวทีในช่วงแนะนำตัว หรือ ตอบคำถาม ดังนี้

(1) ในช่วงแนะนำตัว หรือ เวลาตอบคำถาม ควรระลึกเสมอว่าใคร คือ ผู้ฟัง และ คำพูดที่พูดออกไปนั้นเหมาะสมหรือไม่ในขณะที่อยู่บนเวที และ เกี่ยวข้องกับการประกวดหรือไม่ ที่สำคัญทำยังไงให้คณะกรรมการได้รู้จักเรามากขึ้น ผ่านการพรีเซ้นต์ตัวเองอย่างชาญฉลาด

“ส่วนการสื่อสาร ต้องครบถ้วน ตรงประเด็น และ ได้ใจความ”

(2) อย่าพูดอะไรไปที่ดูเหมือนไร้แก่นสารหาสาระไม่ได้ในช่วงการพรีเซนต์ตัวเอง เนื้อหาคำพูดในบางเรื่อง ควรคำนึงถึงกาลเทศะเสมอว่าเหมาะสม กับ เวลา หรือ สถานที่หรือไม่ ? ไม่ใช่อยากจะพูดอะไรก็ได้ เช่น เรื่องที่ไม่ค่อยสำคัญและคณะกรรมการไม่ค่อยให้น้ำหนักเท่าไหร่ คือ อายุ ชื่อสถานศึกษา ชื่อโรงเรียน หรือ แม้แต่งานอดิเรกที่ไม่สอดคล้องอะไรกับการประกวด เป็นต้น

สิ่งที่ห้ามพูดบนเวทีอย่างเด็ดขาด เพราะ อาจจะสร้างความรำคาญได้ นอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว ยัง หาสาระสำคัญอะไรไม่ได้อีก ดังตัวอย่าง

พอพิธีการถามคำถามเสร็จ แล้วคุณพูดว่า “Great question” อย่าพูดคำนี้ ให้ตอบคำถามไปเลย

อย่าพูดทวนซ้ำในคำถามอีกรอบ

อย่าพูดพาดพิงคนอื่นในลักษณะนินทา หรือ วิจารณ์คนอื่นในแง่ลบห้ามพูดโดยเด็ดขาด

อย่าพูดเรื่องโกหก

อย่าพูดในทำนองประชดประชันหรือเสียดสี

(3) คุณควรระวังในเรื่องบอดี้แลนเกวจ อย่าให้ดูประหม่า หรือ ขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง แววตา ที่แสดงอารมณ์ออกมามากเกินไป คือ เกินขอบเขต แลดูไม่งาม หรือ ไร้อารมณ์แบบสุดๆซังกะตาย ไม่มีชีวิตชีวา คุณต้องรู้จักควบคุมหรือคอนโทรลตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ “ตื่นเต้นจนสติหลุด” หรือ “หวาดกลัวมากเกินไป”

(4) เวลาพูดควรมีจังหวะจะโคน น้ำเสียงเคลียร์ชัดถ้อยชัดคำ อย่างมีพลัง ไม่น่าเบื่อทื่อๆ และ รู้จักการใช้สายตาร่วมด้วยในเวลาสื่อสาร

เงินรางวัลนางงามจักรวาล

จะได้เป็นแพกเกจรวมกันหลายอย่าง เช่น เงินเดือนประจำปีในขณะที่ดำรงตำแหน่งนางงามจักรวาล  พร้อมห้องพักหรู ใน New York รวมไปถึงในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ คอร์สออกกำลังกาย เงินสดไม่ต่ำกว่า $20,000 ได้รับสปอนเซอร์จากผลตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทำผมฟรี  มีโปรแกรมดูแลสุขภาพผิวฟรี โปรแกรมดูแลสุขภาพฟันฟรี ได้เป็นพรีเซนเตอร์ และ ได้รับสปอนเซอร์จาก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง น้ำหอม เครื่องประดับ หรือ สินค้าต่างๆ ไม่ต่ำกว่า $20,000 ขึ้นไป และ กรณีที่มีการเดินทางไปในแต่ละประเทศ  จะมีที่พักและค่าเดินทางให้  ตรงส่วนนี้จะได้เงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า $300,000

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์ ถ้าเป็นที่ดึงดูใจมากๆ พลังมวลชนเยอะมีอิทธิพลสูง ภาพลักษณ์ดี งานก็จะเยอะตาม และ มีลุคที่ใช่ พูดจาดี ฉลาดมีไหวพริบ เข้ากับคนได้ง่าย ไม่เรื่องมาก เป็นที่ต้องการของตลาด

อกนั้นก็เป็นโอกาสที่จะได้ร่วมงานถ่ายแบบ ออกงานสังคม งานการกุศล กีฬา รวมไปถึงสื่อทางภาพยนต์ต่างๆ

โดยค่าเฉลี่ยเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นจะได้รับระหว่าง $2.1 – $2.5 Million ขึ้นไป

รวมไปถึงโอกาสทางด้านการงาน การเงิน ที่เป็นประตูเปิดทางสะดวกให้กับตัวเองมากขึ้น  แม้จะหมดวาระต่ำแหน่ง Miss Universe ไปแล้ว

ยกตัวอย่าง เช่น

Amelia Vega จาก Miss Dominican Republic ปี 2003 หลังจากพ้นวาระไปแล้ว  เธอก็ได้เข้าสู่วงการนางแบบอาชีพ ซึ่งทำรายได้ให้กับเธอ ถึง $1 million

Zuleyka Rivera จาก Miss Puerto Rico ปี 2006 หลังพ้นวาระไปแล้ว  เธอก็ได้เข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งทำรายได้ให้กับเธอ ถึง $5 million

Ximena Navarrete จาก Miss Mexico ปี 2010 หลังพ้นจากต่ำแหน่ง เธอก็ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์เครื่องสำอาง อย่าง L’Oréal Paris และ Old Navy รวมไปถึงงานโชว์ตัว และ งานอีเว้นท์ต่างๆ ทำให้เธอมีรายได้เพิ่มเข้ามาที่ $5 million

รุปว่า การประกวด Miss Universe ถือว่าเป็นบันไดเบิกทางไปสู่อนาคตที่ดีได้ โดยเฉพาะสายบันเทิง หรือ จะเป็นการล่าเงินรางวัลก็ได้ หรือ หาประสบการณ์ หาเพื่อนใหม่ก็ได้ ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละท่านที่ตั้งเอาไว้

ส่วนรายละเอียดเรื่องเงินรางวัล หรือ เงื่อนไขต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และ สปอนเซอร์

อ้างอิง https://www.missuniverse.com/competition

งกุฏนางงามจักรวาล

ใช้งกุฏ Mikimoto (แบรนด์ญี่ปุ่น) ที่ประดับประดาไปด้วยไข่มุกเม็ดงามบริสุทธิ์ ในจำนวน 120 เม็ด ในไข่มุกที่มีชื่อว่า Akoya ประกอบไปด้วยทองคำ และ ทองคำขาว เพชร 18 กะรัต มงกุฎมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.06 kg รวมราคาทั้งสิ้น อยู่ที่ $250,000

https://konruay.com

ปีที่ Miss Universe ช้ งกุฏ Mikimoto คือ ปี 2002-2007 และ ปี 2017-2018

ละ การประกวดอื่นที่ใช้ งกุฏ Mikimoto คือ “Miss USA” ปี 2003–2008 และ “Miss Teen USA” ปี 2002–2008 ซึ่งในช่วงปี 2010-2011 ทางบริษัททำยอดขายทั้งสิ้น อยู่ที่ $2,666,745

สโลแกน ของ Miss Universe คือ “สวยอย่างมั่นใจ”

สิ่งที่คณะกรรมการจะใช้ในการตัดสิน คือ ความมั่นใจ และ ความรับผิดชอบในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนางงามจักรวาลได้เป็นอย่างดี

เกณฑ์การตัดสินเขาจะไม่ดูแค่ความสวยความงามแต่อย่างเดียวเท่านั้น เช่น พวกชุดว่ายน้ำ ชุดราตรี หรืออื่นๆ แต่กองประกวดจะเน้นและให้น้ำหนักไปที่ การสัมภาษณ์

เพราะ เขาจะดูทักษะไหวพริบ ปณิธาน ในด้านการพูดหรือทักษะด้านการสื่อสาร ที่สามารถเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ในหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำในอนาคตได้

https://konruay.com

ประธานองค์กรนางงามจักรวาล “คุณพอลล่า เอ็ม ชูการ์ต”

ให้ สัมภาษณ์ว่า คนที่จะได้รับชัยชนะในการประกวดนางงามจักรวาลได้นั้น สิ่งที่กองประกวดต้องการ คือ

1. เป็นคนที่มีความมั่นใจหรือภูมิใจในสีผิวของตนเองไม่ว่าคุณจะมีสีผิวอะไรก็ตาม เพราะ นี่คือความงามและเสน่ห์ที่แท้จริงในตัวของผู้หญิง

2.  เป็นคนที่ฉลาด ตอบคำถามได้ดี กล้าพูดหรือกล้าแสดงความคิดเห็น ในการเป็นตัวแทนทำงานทางด้านสังคมและองค์กรการกุศลอย่างเต็มที่และมีความมุ่งมั่น

3. มีมันสมองและเป็นตัวของตัวเอง เข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เชื่อถือไว้วางใจได้ มีความเป็นนักสู้ ก้าวไปข้างหน้า พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ “ต้องเป็นนักพัฒนาตัวเอง” เพราะ จุดนี้สำคัญมาก ..เธอกล่าว..

4. เอาใจใส่ต่อคนรอบข้าง ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ปรับตัวเก่ง เข้ากับทุกคนได้ดี เฟรนลี่

5. อดทน ใจเย็น มีความอ่อนสุภาพ เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับได้ดี  มีจิตใจดี

6. มีความรู้รอบตัวสูง รวมไปถึงกระแสสังคมความเคลื่อนไหวต่างๆที่เด่นๆในระดับโลก ดังนั้น จึงต้องอ่านข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ สื่อต่างๆ ค่อนข้างเยอะ

7. เป็นต้นแบบที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้

Dayanara Torres – Miss Universe ปี 1993

https://konruay.com

เธอเป็น1 ในคณะกรรมการที่เคยตัดสินให้คะแนนมิสยูนิเวิร์ส ได้แสดงความคิดเห็น ดังนี้

สิ่งที่เธอจะมองและให้คะแนน คือ การมีบุคลิกภาพที่ดี สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็นได้ เมื่อเธอพูดอะไรไปทุกคนต่างสนใจที่อยากจะฟัง ส่วนในเรื่องการสื่อสาร หรือ คำตอบสัมภาษณ์นั้น อย่าทำเหมือนหุ่นยนต์ไร้ชีวิต ควรรู้จักสบตาผู้อื่นเวลาสนทนา หรือ พูดคุยกันหน้าต่อหน้า สิ่งที่นางงามจักรวาลควรมี คือ สวยอย่างมั่นใจ และ เข้มแข็ง สามารถทำงานหนักได้

Sushmita Sen Miss Universe ปี 1994

เธอเป็น1 ในคณะกรรมการที่ตัดสินมิสยูนิเวิร์ส ปี 2016

คนที่จะเป็นนางงามจักรวาลได้นั้น   ต้องเป็นบุคคลที่สุดของที่สุดในทุกด้านจริงๆ   รวมไปถึงความตั้งใจที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง   ยิ้มแย้มแจ่มใส   มีอิมแพคในทางที่ดีต่อผู้อื่น  เป็นแบบอย่างที่ดีที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้   มีทั้งความสวยและรูปร่างเพอร์เฟคอย่างมั่นใจ  ใครเห็นใครก็รัก  โดยปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกัน

Ross Mathews – ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการทีวี

เป็นบุคคลหนึ่ง   ในคณะกรรมการที่ตัดสินมิสยูนิเวิร์สมาหลายครั้งมาก และ ในปีล่าสุด คือ ปี 2017   …เขาได้กล่าวเอาไว้ว่า…

“”มิสยูนิเวิร์ส ->  เธอต้องสวยอย่างมั่นใจ  จิตใจดี  และ มีเป้าหมายที่จะทำภารกิจของนางงามจักรวาลได้อย่างสำเร็จ””

Siera Bearchell – อดีตนางงามจาก ประเทศแคนาดา ปี 2016

เธอเคยเข้าร่วมการแข่งขัน การประกวดนางงามจักรวาลที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเธอติดอันดับ Top 9

Siera Bearchell    ได้กล่าวเอาไว้ว่า   กองประกวด Miss Universe หรือ IMG  จะไม่ได้ดูแค่คนที่มีโปรไฟล์ประวัติ การศึกษา ภูมิหลังดี หรือ สวยรูปร่างหน้าตาดี มีการเดินที่ดี หรือ มีการพูดจาตอบคำถามได้ดีเท่านั้น  แต่สิ่งหนึ่งที่กองประกวดได้ให้ความสำคัญ และ มีความสนใจมากๆ คือ ทัศนคติของสาวงามในการมองเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  รู้จักการให้เกียรติผู้อื่นโดยไม่เลือกสูง ต่ำ ดำ ขาว

การรู้จักทักทายผู้อื่น การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  การปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยไม่เลือกว่าเขาเป็นใครมาจากไหน  หรือ  อยู่ในต่ำแหน่งอะไร มีบทบาทอะไรในสังคม

โดยกองประกวดจะเริ่มดูตั้งแต่วันเปิดตัว  หรือ  วันเก็บตัวในวันแรกกันเลยทีเดียว  ซึ่งบางคนอาจจะไม่ทราบในส่วนตรงนี้ แม้แต่เรื่องที่เล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น  การกล่าวทักทายให้เกียรติต่อพนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงแรม  หรือ  ที่พัก รวมไปถึงพนักงานเสริฟอาหาร เพื่อนๆสาวงามที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ฯลฯ

ซึ่งส่วนตรงนี้สำคัญมาก  หากกองประกวดทราบมาว่าสาวงามท่านใด  ไม่มีการให้เกียรติผู้อื่นอย่างเหมาะสม  คะแนนในส่วนนี้ก็จะติดลบไป

เพราะ การที่หลายคนมองเห็นแค่รูปภาพ หรือ ภาพถ่ายต่างๆ  สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้เพราะมันยังมีเบื้องหลังฉากอีก ที่หลายคนอาจจะไม่รู้  หรือ  มองไม่เห็นในสิ่งที่กองประกวดต้องนำมาพิจารณาเพิ่มเติม รวมไปถึงการสัมภาษณ์นี่ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะ คะแนนจะมากหรือน้อยก็จะมาเฉือนกันในตรงส่วนนี้อีก

ซึ่งในการสัมภาษณ์นั้น   กรรมการจะพิจารณาตั้งแต่ชุดที่สวมใส่  การเดินเข้าไปในห้อง การยืนหรือการนั่ง  การตอบคำถาม  การควบคุมอารมณ์ความรู้สึกซึ่งทำได้มากน้อยแค่ไหน  

ต่อจากนั้นคณะกรรมการก็จะนำคะแนนทุกอย่างมารวมกัน  ซึ่งจะไม่ได้ดูเฉพาะแค่คะแนนการสัมภาษณ์แต่อย่างเดียว เพราะ บางคนอาจจะทำคะแนนเฉพาะการสัมภาษณ์ได้ดี  แต่คะแนนในด้านอื่นอาจจะติดลบ หรือ ทำได้ไม่ดีมากเท่าไหร่

สรุป  กองประกวดจะดูภาพรวมทุกอย่างแล้วนำมาตัดสิน นั่นล่ะ  คือ “คนที่เขาจะเลือกเป็น Miss Universe”

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

Siera Bearchell    เธอมีประสบการณ์ได้รับเชิญให้ไปตัดสิน การประกวดนางงามในหลายพื้นที่ด้วยกัน เช่น การประกวด Miss CA USA หรือ Miss California Teen USA เพื่อนำสาวงามเข้าสู่เวทีการประกวดในระดับประเทศ อย่าง Miss USA และ ผู้ที่ชนะเลิศการประกวด Miss USA ก็จะเข้าสู่เวทีการประกวดในระดับโลกต่อไป ก็คือ Miss Universe

และ มีอีกเวทีหนึ่ง ที่เธอได้รับเชิญให้ไปเป็นคณะกรรมในการตัดสิน คือ Miss Iceland ซึ่งก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน คือ เพื่อนำสาวงามเข้าสู่เวทีการประกวดใหญ่ในระดับโลก อย่าง “Miss Universe” โดยเกณฑ์การตัดสินทุกอย่างก็ใช้มาตรฐานอย่างเดียวกัน

โดยสิ่งที่เธอนำมาพิจารณา คือ จะไม่ได้มองแค่การพรีเซนต์ตัวเองได้ดีเท่านั้น แต่ต้องพรีเซนต์ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งเป็นองค์กรในระดับโลกได้

คือ  ต้องพรีเซนต์ในความเป็นผู้หญิงที่สวย เก่ง แกร่ง เข้มแข็ง แต่อ่อนสุภาพ ต้องเป็นมากกว่าคำว่า”ดูดี” ต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลด้านบวกต่อผู้หญิงให้ได้ หากใครอยากจะประสบความสำเร็จในเวทีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะ  มันเป็นงานที่ใหญ่และหนักพอสมควร คือ ต้องฝ่าฟันอะไรเยอะ

คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณอยากเข้าร่วมในเวทีการประกวดนี้เพื่ออะไร?  คุณมีความกล้าในการทำสิ่งใหม่ๆได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้คุณเคยทำอะไรมาบ้าง คุณเคยทำงานเพื่อสังคม หรือ เคยทำงานด้านอาสาสมัครมาก่อนหรือไม่?

อีกอย่าง คุณมีความสามารถรับแรงกดดันในการทำงาน ได้มากน้อยแค่ไหน? ซึ่งใน้านแรกเลยที่คุณต้องเจอในเรื่องแรงกดดัน ก็คือ “การถูกวิพากษณ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ” ซึ่งคุณมีความยินดีรับแรงกดดันในส่วนตรงนี้ได้หรือไม่ เพราะ คุณจะถูกวิพากษณ์วิจารณ์ในทุกเรื่อง และ มีน้อยคนมากที่ะรับแรงกดดันในเรื่องตรงนี้ได้ดี

ซึ่งพลังบวก ความคิดแง่บวกของคุณจะยังเฉิดฉาย เจิดจรัส ส่องประกายได้อยู่หรือไม่ เพราะ ฉันเองก็เคยถูกวิพากษณ์วิจารณ์มาก่อน ในเรื่องความอ้วน” ว่าเป็นนางงามที่น้ำหนักตัวเกินขนาด รวมไปถึงในเรื่องอื่นตามมาอีกมากมาย

ในสิ่งที่ฉันกล่าวมาทั้งหมดนี้  คุณยังมีความจริงใจ มั่นใจ ส่งรอยยิ้มให้กับทุกคน และ รับฟังเสียงของบุคคลต่างๆอีกมากมายได้หรือไม่? เพราะ ถ้าหากเทียบกับการสัมภาษณ์ การถ่ายภาพ การแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ออกงาน ออกสื่อ เรื่องพวกนี้กลายเป็นเรื่องจิ๊บๆไปเลย

มีอีกอย่างที่คุณต้องเจอ คือ คุณต้องมีความอดทนสูงมากในการทำงาน กับ ตารางเวลาที่แน่นเอี๊ยด ในบางช่วงที่อาจจะมีการพักผ่อนน้อย คุณก็อาจจะเหนื่อยหรือหงุดหงิดได้ เพราะ การเป็น “Miss Universe”  คุณต้องเดินทางไปทั่วโลก หลากหลายประเทศ ต้องเจอกับผู้คนมากมาย ต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม คุณปรับตัวกับสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่?

Siera Bearchell   ได้กล่าวถึง ช่วงที่เธอประกวด “Miss Universe” ที่ประเทศฟิลิปปินส์    ดังนี้

ในบางวัน ฉันได้นอนแค่ 40 นาทีเท่านั้น และ ส่วนมากโดยเฉลี่ย ฉันได้นอนหลับพักผ่อนจริงๆ แค่ 2-3 ชม. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของฉันเช่นกัน ฉันยิ้มตลอดเลยค่ะ เพราะ มันเป็นประสบการณ์ที่ดี และ ตื่นเต้นมาก แม้จะเหนื่อยแต่ก็สนุก

ซึ่งเวทีการประกวด “Miss Universe” ในช่วงเวลาเก็บตัวตรงนั้นล่ะ ที่คุณจะได้เห็นตัวตนจริงของสาวงามแต่ละประเทศ ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ คือ เหนื่อยสุดๆจนทำให้หลายคนอาจยอมแพ้ไปโดยอัตโนมัติ  ไม่มีพลังใจที่จะยิ้มมากนัก กลายเป็นยิ้มแห้งๆ หรือ เฟคยิ้มไปเลยก็มี  เพราะ  มันเหนื่อยและกดดันมากจริงๆ

ตัวอย่าง

บรรยากาศการสัมภาษณ์ของนางงามบางส่วน  ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  น่าตื่นเต้นมากแค่ไหน ของ ปี 2016-2017

https://www.youtube.com/watch?v=yfJY0Qg56yw

https://www.youtube.com/watch?v=8W8JIBr0qdY

ซึ่งการเก็บตัวในช่วงเวลา 2 อาทิตย์ครึ่ง  หากคุณผ่านในช่วงนี้ไปได้  คิดว่า “Miss Universe” คงไม่ไกลเกินฝันที่คุณจะคว้ามงกุฎมาครองได้อย่างสำเร็จ และ ในเวลาที่คุณจะไปทำงานให้กับองค์กร ของ “Miss Universe” ตลอดระยะเวลา1 ปี คุณก็จะทำงานได้อย่างสบายๆ เพราะ คุณได้ผ่านในสิ่งที่ยากลำบากมาก่อนแล้ว

ดังนั้น    สาวงามที่จะถูกคัดเลือกให้เป็นMiss Universe” เธอผู้นั้นต้องเป็นคนที่สุดของที่สุดแล้วจริงๆในทุกด้าน “ครบและพร้อมในทุกองค์ประกอบ

Lu Sierra – เธอเป็นโค้ชที่สอนการเดินให้ กับ Miss USA และ Miss Universe

มากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเธอกล่าวว่า นางงามแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ในการเดินที่มีแบบฉบับเฉพาะตน ซึ่งต่างคนก็ต่างสไตล์ไม่เหมือนกัน แม้จะเดินในคอนเซ็ปต์เดียวกันก็ตาม เพราะ การดึงเสน่ห์ออกมาของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันออกไป

Lu Sierra”  เธอเองมีประสบการณ์ในด้านการเป็นนางแบบมา กว่า 30 ปี ทั้งในปารีส อิตาลี เยอรมนี และ โตเกียว ซึ่งเธอเคยทำงานให้กับแบรนด์ดังระดับโลกต่างๆมากมาย

ปัจจุบัน เธอได้สอนการเดินแบบส่วนตัวให้กับนางงามหลายคน เพื่อเข้าสู่การประกวดในสายความงามต่างๆ รวมไปถึงการเป็นนางแบบอาชีพอีกด้วย

ซึ่งเธอได้กล่าวว่า การเดินแบบ ของนางแบบอาชีพ และ การเดินบนเวทีการประกวดนางงาม จะมีจุดที่แตกต่างกันอยู่พอสมควรแม้อาจดูเหมือนคล้ายกัน

การเดินแบบของนางแบบอาชีพ

เวลาที่นางแบบเดินอยู่บนรันเวย์ จะเป็นการโชว์ในส่วนของเสื้อผ้า หรือ เครื่องแต่งกายจากแบรนด์ที่นำมาเสนอผลงานเพื่อให้คนอยากซื้อสิ้นค้า

ดังนั้น วัตถุประสงค์หลักในการเดินแบบ คือ ทำยังไงให้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายออกมาดูดีมากที่สุด ทำให้คนอยากซื้อสินค้ามากที่สุด ตัวนางแบบจึงไม่ค่อยแสดงสีหน้าท่าทาง หรือ อารมณ์ผ่านทางแววตาที่ฉายออกมามากนัก แววตาจึงมักจะนิ่งๆ ทื่อๆ การแสดงทางด้านอารมณ์จึงไม่ค่อยเยอะ เพราะ การโฟกัสจะเน้นไปที่เครื่องแต่งกายเป็นหลักเพื่อไม่เป็นการแย่งซีนมากเกินไป

การเดินประกวดบนเวที Miss Universe

จุดโฟกัส จะโฟกัสไปที่ตัวนางงามเป็นหลัก ในการดึงเสน่ห์ออกมาถ่ายทอดต่อผู้คน และ คณะกรรมการตัดสิน ให้น่าสนใจ ดึงดูดใจชวนติดตาม ผ่านทางสีหน้า ท่าทาง แววตา และ รอยยิ้ม ที่สื่อไปยังทุกคนผ่านทางภาษากาย ที่สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกความเป็นตัวตนของสาวงามท่านนั้น ในความโดดเด่น โลดแล่น ดุจนางพญา ที่มีเสน่ห์ในการเดิน อย่างมั่นใจ เพราะ สาวงามหลายคนที่ยืนอยู่บนเวทีนั้น ล้วนงดงามด้วยกันทั้งสิ้น แต่ ทำอย่างไรขณะที่คุณยืนอยู่บนเวที คุณจะ”เฉิดฉาย” แสดงความเป็น”ควีน”ออกมามากที่สุด

คุณต้องทำให้คนสัมผัสได้ ถึงความเป็น”ควีน” หรือ “ออร่า” ถ้าผู้ชายพบเห็นคุณ ต้องประมาณ ว่า ”อยากแต่งงานกับคุณ” หรือ ถ้าเป็นผู้หญิงที่พบเห็นคุณก็ประมาณ ว่า “อยากเป็นอย่างคุณ” 

ในเรื่องการเดินของแต่ละคนก็จะขึ้นอยู่กับรูปร่าง ในช่วงลำตัวของนางงามแต่ละท่านเป็นหลัก ทำอย่างไรให้นางงามเดินได้อย่างสง่าผ่าเผย มีท่วงท่า จังหวะที่งดงาม และ เสต็ปการเดินที่ดี

Lu Sierra” กล่าวว่า หากใครที่ถูกสอนให้เดินตามสูตรเดียวกันหมด โดยไม่มีการปรับให้เข้ากับบุคลิกของตัวนางงาม ถือว่า เป็นการทำร้ายนางงามเป็นอย่างมาก เพราะ สาวงามแต่ละท่านจะมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกัน การเดินย่อมต่างกัน

โจทย์ คือ ทำอย่างไรให้นางงามเดินออกมาแล้ว สวย สง่า มีเสน่ห์มากที่สุด

คลิปสอนเดิน ของ“Lu Sierra”

https://www.youtube.com/watch?v=wC5l7zahmVM&t=260s

https://www.youtube.com/watch?v=bClx35PaWTY

คลิปเทรน Miss Universe ปี 2016ของ“Lu Sierra”

https://www.youtube.com/watch?v=GUjrNFSdj1c

https://www.youtube.com/watch?v=sZF1DiY_RCI

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

สาวงามต้องเดินสง่า หลังตรง อกผายไหล่ผึ่ง อย่าห่อไหล่ การวางเท้าดี มีความสวยงาม มั่นใจ

Lu Sierra” กล่าวว่า ฉันเคยสอนการเดินให้กับสาวงาม 12 คน ก็ 12 อย่าง ซึ่งแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน เช่น การยิ้ม ก็มีอยู่ 3 แบบ

1) การยิ้มแบบเห็นฟันแทบจะทุกซี่

2) การยิ้มแบบเห็นฟันปานกลาง

3) การยิ้มแบบไม่เห็นฟัน

สาวงามในบางท่าน อาจจะยิ้มในแบบ ที่ 1ไม่สวย เพราะ เวลายิ้มเยอะๆจะทำให้เห็นเหงือกมากเกินไป จึงต้องเลือกยิ้มในแบบ ที่ 2 หรือ 3 เท่านั้น เพราะฉะนั้น จึงต้องฝึกยิ้มเยอะๆ

หรือ บางท่านอาจยิ้มในแบบ ที่ 3 ก็ไม่สวยอีก หมายถึง การยิ้มแบบไม่เห็นฟัน เพราะ จะทำให้หน้าดุ ดูขาดความมั่นใจ ไม่สดใสมีชีวิตชีวา กลายเป็นดรอปไป ดับสนิท ไม่สวย ก็ต้องไปหาแบบรอยยิ้มที่เหมาะกับหน้าตัวเองให้ได้

หรือ บางท่านอาจจะยิ้ม ในแบบ ที่ 2 ไม่สวยเช่นกัน คือ ในแบบที่เห็นฟันเล็กน้อย สาวงามกลุ่มนี้ก็ต้องไปฝึกหารอยยิ้มที่เหมาะกับตัวเองให้ได้ เพราะ รอยยิ้มสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้

ฉะนั้น    คุณควรหาจุดแข็งของรอยยิ้มของตนเองให้เจอ เพราะ ไม่ใช่ทุกคนจะยิ้มได้สวย ทั้ง 3 แบบ

ในเรื่องการเดินบนเวทีการประกวด

คุณต้องมีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรติให้มาเดินบนเวทีแห่งนี้   มีความรู้สึกภาคภูมิใจ และ ปลาบปลื้มใจ เต็มล้นด้วยพลังในการเดิน ที่ฉายออกมาผ่านทางสีหน้า ท่าทาง และ แววตา

พอมาถึงจุดหมุนตัว ก็ควรมีการเอียงคอเล็กน้อยแต่พองามและมีเสน่ห์

ส่วนท่านใดที่นึกภาพไม่ออกก็ดู ตัวอย่าง การเดินของ เดมี่ ลีห์ Miss Universe ปี 2017 ที่เธอเดินในรอบ Final ซึ่งเป็การเดินชนิดที่ฆ่าทุกคนตายเรียบจริงๆ โดยเธอยิ้มแบบพิฆาตมาก แม้อยู่ในช่วงเวลาแห่งความกดดันแต่การเดินของเธอ คือ เอาเวทีอยู่ เดินดุจดั่งนางพญาที่มีความมั่นใจสุดๆ  เรียกได้ว่า “เป็นการเดินที่ปิดจ๊อบจริงๆ”

คลิป การเดินของ เดมี่ ลีห์ Miss Universe ปี 2017

https://www.youtube.com/watch?v=S6eJS-4nnaU

Lu Sierra” กล่าวว่า ในเรื่องการเดินมันเป็นเสน่ห์ของนางงามแต่ละคนซึ่งสอนกันยากมาก มันเป็นเรื่องอินเนอร์ที่ใครจะปล่อยพลังออกมาให้ได้มากที่สุด ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าคุณจะชนะ คุณก็จะเดินอย่างผู้ชนะ เดินอย่างมั่นใจที่เต็มไปด้วยพลัง

มันเกี่ยวข้องกับความภาคภูมิใจในตนเอง  การเห็นคุณค่าของตนเองของสาวงามว่ามีมากน้อยแค่ไหน  มันก็จะสื่อออกมาโดยอัตโนมัติ  เพราะ หากคุณยืนเทียบกับสาวงามท่านอื่นที่ยืนอยู่บนเวที ตรงนั้นล่ะ ตัวคุณยังมีความมั่นใจในตนเองมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่คิดในใจตลอดเวลาว่า ฉันมีบางสิ่งบางอย่างในร่างกายที่ฉันไม่ชอบและไม่มั่นใจเอาซะเลย ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว คือ”จบ” เพราะ คุณยังมีความรู้สึกที่ไม่สบายใจ ไม่มั่นใจ ไม่มีความรู้สึกภาคภูมิใจในร่างกายของตนเอง คือ ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

คอนเซ็ปต์

ของผู้ที่ชนะการประกวด Miss Universe คือ การช่วยให้ผู้หญิงหลายคนมีความมั่นใจในความสวยของตนเอง ทั้งในเรื่องรูปร่าง สีผิว ถ้าตัวคุณเองยังไม่มั่นใจในตนเองแล้ว คุณจะไปช่วยใครได้ เพราะ ขนาดตัวคุณเองยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย

หน้าที่หลัก ของ Miss Universe

คือ การเป็นต้นแบบที่ดีให้กับผู้หญิงหลายคน ทั้งในเรื่องการจุดประกาย แนวคิด รวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับหญิงสาวทั่วโลกได้ ในการนับถือตัวเองและการเห็นคุณค่าของตนเอง ที่สามารถเป็นกำลังใจให้กับผู้อื่นได้

ฉะนั้น มงกุฎ Miss Universe  จะเป็นของบุคคลที่มีความพร้อมสมบูรณ์แบบมากที่สุดในเวลานั้นจริงๆ ทั้งภายนอกและภายใน”

ในส่วนที่สาวงามส่วนใหญ่มักจะพลาดไป คือ การขาดความมั่นใจในตนเอง เพราะ ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ดังนั้น สีหน้าและแววตาก็จะสะท้อนออกมาให้เห็น ผ่านการเดิน การพูด และ การตอบคำถาม ก็จะทำให้ไม่มั่นใจเท่าที่ควร เพราะ ในหัวก็จะคิดตลอดเลยว่าทุกคนสวยหมด “ยกเว้นฉัน”

Lu Sierra”   กล่าวว่า     เวลาที่ฉันมีการเทรนสาวงามเข้าประกวด ฉันจะบอกกับพวกเธอเหล่านั้นว่า อย่าไปโฟกัส หรือ ดูคู่แข่งขันสาวงามท่านอื่นมากจนเกินไป หรือ อย่าไปตามสาวงามคนอื่น หรือ ลอกเลียนแบบคนอื่นมากจนเกินไป  จนขาดความเป็นธรรมชาติของตัวเอง ให้เลิกพฤติกรรมนั้นซะ จงเป็นตัวของตัวเอง เพราะ สาวงามบางคนโพส หรือ เดิน ท่านั้นท่านี้แล้วสวย คุณก็อยากจะทำหรือเอามาเลียบแบบบ้าง เพราะ หวังว่ามันจะสวยหรือดูดีเหมือนกับเขาบ้าง ฉันตอบให้เลยว่า “ผิดแล้ว” เพราะ สิ่งที่คุณทำมันอาจจะไม่เหมาะหรือเข้ากับบุคลิกของคุณก็ได้

คุณควรหาอะไรที่มันเป็นมุม หรือ เหลี่ยม หรือ องศา ในสไตล์ที่คุณเป็น ตามรูปร่าง หน้าตาของตัวคุณเอง ที่ทำแล้ว”เกิด” หรือ เจิดจรัส” ไม่ใช่”ดับสูญ” หรือ “พังพินาศ” คุณมีข้อดีหรือจุดเด่นอะไร ก็งัดออกมาสู้ อย่าไปทำอะไรที่มันซ้ำกับคนอื่น เพราะ มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ หากคนอื่นเขาทำได้ดียอดเยี่ยมมากกว่าตัวคุณในสิ่งเดียวกัน มันก็ทำให้คุณเสียคะแนนไปโดยใช่เหตุ

คุณควรหาเสื้อผ้า หรือ เฉดสีที่เข้ากับตัวคุณเพื่อช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูโดดเด่นมากยิ่ง เช่น คุณต้องรู้จักตัวเองว่าคุณชอบสีอะไร รู้จักมุมหรือมิติบนใบหน้าของตนเอง ว่ามุมไหน ทิศทาง องศาไหนที่คุณถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี  คุณควรหา”จุดขาย”หรือ”จุดเด่น”ของตนเองให้ได้

การเลือกชุดในวันประกวด

ก็ควรเลือกชุดให้เหมาะกับบุคลิกของคุณ รวมไปถึงสีผิว และ แบล็คกราวบนเวทีซึ่งต้องทำการบ้านมาให้ดี อย่าใส่ชุดอะไรที่เป็นการฆ่าตัวตาย หรือ “ดับสนิท” โปรดระวัง

ควรหาชุดที่คุณใส่ออกมาแล้วสร้างความมั่นใจให้กับคุณมากยิ่งขึ้น เพราะ ส่วนนี้สำคัญมาก

ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ตัวสูงมากอย่าใส่ชุด”เมอร์เมด”โดยเด็ดขาด!!  เพราะ   มันจะทำให้คุณดู”เตี้ยตัน”เข้าไปอีก ไม่มีความสง่างาม ควรหาชุดที่ทำให้คุณดูสูงสง่า งดงาม และ ชวนมอง

ในช่วงระหว่างการเข้าแถวเรียงคิวเพื่อเดินบนเวที คุณต้องมีสมาธิเป็นอย่างมากและอย่าวอกแวก หรือ คิดในเรื่องนั้นเรื่องนี้ในหัวมากจนเกินไป อย่าตื่นเต้นหรือประหม่า ลุกลี้ลุกลน   รวบรวมกำลังใจสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และ อย่าให้ใครมาดึงสมาธิของคุณจนหลุด จนคุณลืมไปว่าต้องทำอะไรบ้างตอนที่อยู่บนเวที เพราะ ถ้าหากพลาดแล้วก็คือพลาดเลย  ซึ่งย้อนเวลากลับมาแก้ตัวใหม่ไม่ได้แล้ว  ดังนั้น ให้ระวังจุดนี้ให้ดี

ส่วนคนที่กองประกวดมักจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ สาวงามท่านนั้นต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการพูดต่อหน้าสาธารณะได้ดี มีการตอบคำถามได้ดี ฉลาดในการสื่อสาร กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น

ในเวลาผู้อื่นถามคำถาม หรือ กำลังสื่อสารอยู่ ก็แสดงออกถึงความกระตือรือร้นในความสนใจที่อยากจะฟัง ไม่ใช่ทำหน้าตาเหม่อลอย ตาปรือ เพราะ ทุกอย่างมันมีคะแนนหมด และ ส่วนใหญ่ก็จะมาเฉือนกันตรงคะแนนการสัมภาษณ์ จากกรณีที่ความสวยความงาม รูปร่าง การเดิน ผ่านหมดกันทุกคน

ถ้าคะแนนการสัมภาษณ์ไล่เลี่ยกัน “ก็จะดูภาพรวมว่าใครสมบูรณ์แบบมากที่สุด”

Perez Hilton – เป็นบล็อกเกอร์ , คอลัมนิสต์ และ ผู้จัดรายการโทรทัศน์

เขาเป็น1 ในคณะกรรมการตัดสินมิสยูนิเวิร์ส ปี 2015 และ Miss USA ปี 2009

คนที่จะได้รับการสวมมงกุฎมิสยูนิเวิร์สได้นั้น   ต้องเป็นคนที่มีการตอบคำถามได้ดี    เพราะ ถ้าหากใครที่สามารถฝ่าฟันเอาชนะแต่ละช่วงมาได้ จนถึงวินาทีสุดท้าย  ผมเชื่อว่าในเรื่องความสวยทุกคนมีไม่ต่างกัน

ดังนั้น  “มิสยูนิเวิร์ส” ผมจะเลือกคนที่มีความพร้อมคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด คือ “มาเป็นแบบครบแพคเกจ”

 

Perez Hilton”  ได้กล่าวถึง รอบตัดสินระหว่าง มิสฟิลิปปินส์ และ มิสโคลอมเบีย ดังนี้

มิสโคลอมเบีย เธอเป็นคนที่สวย มั่นใจและเซ็กซี่ ซึ่งผมเองก็ชอบเธอนะครับ และ เธอก็มั่นใจว่าตัวเธอเองจะได้สวมมงกุฎอย่างแน่นอน

มิสฟิลิปปินส์ เธอมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าศักยภาพอย่างเธอก็สามารถเป็นมิสยูนิเวิร์สได้เหมือนกัน

“จุดหักเห เริ่มต้นขึ้นในช่วงชุดว่ายน้ำครับ”  เพราะ  จริงๆส่วนตัวผมอย่างที่บอก ผมชอบมิสโคลอมเบียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ในวินาทีแรกที่ผมเห็นมิสฟิลิปปินส์เดินใส่ชุดว่ายน้ำออกมา    ตัวผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยครับว่า  นี่คือ มิสฟิลิปปินส์จริงๆ หรือ? เธอเดินออกมาอย่างสวย มั่นใจ และ พริ้ว  คือ  มันน่าทึ่งมากเลยครับ  เพราะ  ผมก็ไม่คิดเลยว่าเธอจะเซอร์ไพรส์ผมได้มากขนาดนี้ ซึ่งผมมีเวลาแค่ 20 วินาทีเท่านั้น  ในการลงคะแนน  

ง่ายๆการพรีเซนต์และการเดินของเธอ   มันทำให้ผมตกตะลึง คือ มันเกินความคาดหมายมาก  ว้าว!! ผมไม่อยากจะเชื่อเลย  กลายเป็นว่าผมลงคะแนนให้เธอสูงเลย

ถ้าคุณอยากชนะในเวทีนี้  คุณต้องสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคณะกรรมการตัดสินให้ได้   นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก ประมาณว่าต้องน็อคเอาท์กรรมการให้ได้

เพราะ   ตัวผมเองในเวลานั้นก็ยังคิดว่ามิสโคลอมเบีย  เธอคงได้เป็นนางงามจักรวาลแน่ๆ

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ที่นี้  พอมาถึงในช่วงชุดราตรี มิสโคลอมเบียความมั่นใจของเธอลดลงอย่างเห็นได้ชัด  เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคณะกรรมการ เหมือนอย่างผู้เข้าร่วมการแข่งขันท่านอื่น  หากเธอมีความมั่นใจมากขึ้นกว่านี้  เธอคงได้คะแนนไปเยอะเลย

และ  ปัญหาต่อมา  ในช่วงการตอบคำถาม ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นโอกาสที่เธอจะได้แก้ตัวใหม่ แต่เธอกลับทำไม่ได้ ช่างน่าผิดหวังจริงๆ คือ ส่วนตัวผมชอบมิสโคลอมเบียมาก เพราะ การตอบคำถามในครั้งที่ 1  เธอทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอในครั้งที่ 2 ซึ่งได้โอกาสแก้ตัวใหม่ เธอกลับทำไม่ได้อีก ช่างน่าเสียดาย

“มีอีกประเด็นในช่วงระหว่างการตอบคำถามของมิสโคลอมเบีย”    ผมเห็นเธอแสดงกิริยาที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่  ผมเข้าใจนะครับว่า  ล่ามที่มาช่วยแปลอาจจะสื่อความหมายในคำตอบของเธอผิดเพี้ยนไปบ้าง   แต่ถึงกระนั้นเธอก็ควรเก็บอาการได้มากกว่านี้   ไม่น่าแสดงกริยาที่ไม่สุภาพออกมา ผมมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนเลยครับและกรรมการท่านอื่นก็เห็น

“มิสโคลอมเบียเธอขาดความเป็นธรรมชาติไปมาก”   เพราะ  เธอพยายามที่จะเป็นคนอื่นอยู่ คือ ดาราฮอลลีวู้ดหญิงคนหนึ่งที่มาจากประเทศเดียวกันกับเธอ ซึ่งมันทำให้เธอขาดเสน่ห์ความเป็นตัวเองไป

ดังนั้น  เราทุกคนต่างพร้อมใจกันลงคะแนนให้มิสฟิลิปปินส์เป็นมิสยูนิเวิร์สครับ เพราะ เธอมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีความตั้งใจสูง มั่นใจในตัวเอง มีเสน่ห์ที่น่าสนใจ และ มีแรงดึงดูด

ที่นี้ พอมาถึงช่วงประกาศผล  พิธีกรดันประกาศผลผิดอีก  ซึ่งเล่นเอาผมช็อกมาก!!!

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

“Perez Hilton”  กล่าวว่า  ในการตัดสินสำหรับคนที่ผ่านเข้ารอบแล้วนั้น  คณะกรรมการส่วนใหญ่แต่ละท่านจะทราบข้อมูลทุกอย่างของตัวนางงามเป็นอย่างดี

แน่นอนว่าเวทีนี้เป็นเวทีการประกวดนางงามที่มองหาคนสวย  ซึ่งสาวงามผู้นั้นจะไม่ได้มีแค่ความสวยแต่อย่างเดียว   เพราะ  ตัวผมโดนคอมเพลนมาเยอะมากว่ามิสโคลอมเบียเธอมีความสวยมากกว่ามิสฟิลิปปินส์  ซึ่งผมก็ยอมรับว่าเธอสวยจริง  แต่ผมต้องขอพูดตรงๆว่า  “เธอมีความสวยมากก็จริงแต่เธอไม่คู่ควรในการสวมมงกุฎ”

เพราะ  ุดมุ่งหมายในการเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส ของทั้งคู่ต่างกัน คนหนึ่งมาเพื่อที่จะคว้าชัยชนะ ส่วนอีกหนึ่งคนมาเพื่อที่จะรับความพ่ายแพ้

ผลคะแนนการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2015

ฟิลิปปินส์ ได้คะแนนชุดว่ายน้ำ อยู่ที่ 9.650 , โคลอมเบีย 9.700 และ ไทย 9.600

ฟิลิปปินส์ ได้คะแนนชุดราตรี อยู่ที่ 9.650 , โคลอมเบีย 9.300 และ ไทย 9.150 (ไม่เข้ารอบ Top 5)

ฟิลิปปินส์ ได้คะแนนจากการตอบคำถาม ครั้งที่ 1 อยู่ที่ 9.350 และ โคลอมเบีย 9.200

ฟิลิปปินส์ ได้คะแนนตอบคำถาม ครั้งที่ 2 อยู่ที่ 9.500 และ โคลอมเบีย 9.000

 

ผลคะแนนการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2016

โคลอมเบีย ได้คะแนนชุดว่ายน้ำ อยู่ที่ 8.420 , เฮติ 8.500 , ฝรั่งเศส 9.370 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 2) , ฟิลิปปินส์ 9.160 และ ไทย 9.600 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 1)

โคลอมเบีย ได้คะแนนชุดราตรี อยู่ที่ 9.050 , เฮติ 8.870 , ฝรั่งเศส 9.500 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 1), ฟิลิปปินส์ 8.730 และ ไทย 9.050 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 2 – เข้ารอบ Top 6)

 

คะแนนตอบคำถาม ครั้งที่ 1

โคลอมเบีย ได้คะแนน อยู่ที่ 8.700 , เฮติ 8.700 , ฝรั่งเศส 9.000 , ฟิลิปปินส์ 7.200 และ ไทย 8.500

คะแนนตอบคำถาม ครั้งที่ 2 (ในรอบ3 คนสุดท้าย)

 

โคลอมเบีย ได้คะแนน อยู่ที่ 7.600 , เฮติ 8.700 และ ฝรั่งเศส 9.500 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ผลคะแนนการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2017

ฟิลิปปินส์ ได้คะแนนชุดว่าย้ำ อยู่ที่ 9.400 , ไทย 9.225 , เวเนซุเอลา 9.550 , จาไมก้า 9.025 , โคลอมเบีย 9.650 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 1) และ เซาท์แอฟริกา 9.600 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 2)

ฟิลิปปินส์ ได้คะแนนชุดราตรี อยู่ที่ 9.050 , ไทย 9.150 , เวเนซุเอลา 9.450 , จาไมก้า 9.300 , โคลอมเบีย 9.650 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 2) และ เซาท์แอฟริกา 9.750 (ได้คะแนนสูงสุด อันดับที่ 1)

 

คะแนนตอบคำถาม ครั้งที่ 1 (ในรอบ5 คน)

ไทย ได้คะแนน อยู่ที่ 8.900 , เวเนซุเอลา 8.750 , จาไมก้า 9.200 , โคลอมเบีย 9.200และ เซาท์แอฟริกา 9.400

คะแนนตอบคำถาม ในครั้งที่ 2 (ในรอบ3 คนสุดท้าย)

จาไมก้า ได้คะแนน อยู่ที่ 9.100 , โคลอมเบีย 9.350และ เซาท์แอฟริกา 9.550

ตัวอย่าง Miss Universe จากประเทศต่างๆ (บางส่วน)

Catriona Gray

จากฟิลิปปินส์ อายุ 24 ปี สูง 178 ซม. หนัก 55 กิโลกรัม  สัดส่วน 33.5-27-37  เป็นลูกครึ่ง Australians – Filipino

เธอเป็นดารา นางแบบ นักร้อง เคยได้ตำแหน่งมิสเวิลด์เมื่อ ปี 2016

จุดเด่นที่เธอมี คือ ความเป็นธรรมชาติในการสื่อสาร ในการตอบคำถามผ่านสื่อได้ดี มีอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง สวยหวาน มีนิสัยร่าเริงเข้าถึงง่าย 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com/
https://konruay.com

การที่เธอชนะเลิศการประกวด Miss Universe Philippines ในปี 2018 ได้นั้น บุคคลที่มีส่วนร่วมสำคัญในความสำเร็จครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลก็คือ “มารดา” ของเธอเอง ที่มีส่วนในการให้กำลังใจและการสนับสนุนเธอมาเป็นอย่างดีโดยตลอด

Catriona Gray เธอเป็นคนชอบพรีเซนต์ ชอบสื่อโซเชียล มีความคิดสร้างสรรค์ในการพูด ในการนำเสนอผ่านทาง สีหน้า ท่าทาง หรือ แววตา คืออินไปด้วยกับเรื่องที่พูด เพราะ เธอต้องการให้คนสัมผัสถึงความเป็นตัวตนของเธอจริงๆ เธอจึงใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวช่วยในเรื่องการสื่อสาร และ พูดคุยกับแฟนคลับที่ติดตามเธอมาโดยตลอด  

 ซึ่งเธอกล่าวว่า มันมีส่วนช่วยได้มากในเรื่องการฝึกซ้อม เพราะ ได้ซ้อมใช้จริง พูดจริง ใช้งานจริงก่อนเข้าสู่เวทีการประกวดนัดสำคัญที่จะมาถึงในประเทศไทย

หลายคน กล่าวว่า เวลาฟังเธอให้สัมภาษณ์ ต่างยอมรับว่าเธอเป็นคนที่มีทัศนคติดีมาก ในเรื่องการมองคนอื่นอย่างให้เกียรติ เพราะ มีคนเคยถามเธอว่ารู้สึกอย่างไรที่มิสสเปนที่เป็นสาวข้ามเพศจะเข้ามาร่วมประกวดการแข่งขันด้วย?

Catriona Gray  ตอบว่า ถ้าคณะกรรมการตดสินมาแล้ว กองประกวดอนุมัติแล้ว ก็แปลว่าทุกท่านก็คิดตัดสินใจกันดีแล้ว ว่าเหมาะสมที่จะให้เธอมาเป็นตัวแทน เป็นพรีเซนต์ในกับประเทศสเปน  ดังนั้น เราก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของคณะกรรมการ และ ให้ความยุติธรรมต่อตัวเธอด้วยเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าดี เพราะ เราจะได้พัฒนาตัวเองมากขึ้น และ หลายๆคนทั่วโลกก็คงอยากเห็นว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าหากกองประกวดยอมรับ เราก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกัน ไม่ควรคิดแง่ลบ หรือ สร้างความลำบากใจให้กับเธอ เราควรให้กำลังใจเธอมากกว่า

คลิปเธอ กับ “Miss USA” https://www.youtube.com/watch?v=nX-Gpr-xYP8

Sarah Rose Summers

จากสหรัฐอเมริกา อายุ 24 ปี สูง 168 ซม. หนัก54 กิโลกรัม สัดส่วน 34-24-35 เคยเป็นอดีตมิสทีน USA เมื่อปี 2012

เธอเป็นนางแบบ และ ทำงานในโรงพยาบาลเด็กมาก่อน เรียนจบได้ปริญญาตรี 2 ใบ (1) เกี่ยวกับด้าน Child development และ (2) ด้าน Strategic Communication 

https://konruay.com
https://konruay.com/

ัจจุบันเธอพักอยู่ด้วยกันกับ “Demi-Leigh Nel-Peters”  (มิสยูนิเวิร์ส ปี 2017) ที่ นิวยอร์ก เธอเล่าให้ฟังว่า ในช่วงบรรยากาศตอนที่อยู่บนเวทีการประกวดเธอยิ้มจนปวดแก้ม เพราะ รู้สึกดีใจสุดๆซึ่งถือว่าเป็นเกียรติมากที่ได้รับตำแหน่งนี้  ก็ต้องขอขอบคุณทุกแรงใจแรงเชียร์จากใจทุกๆท่าน ซึ่งมีคนร่วมส่งข้อความมาแสดงความยินดีไม่ต่ำกว่า 700 ข้อความ มีมาตั้งแต่เพื่อนที่รู้จักกันในสมัยเด็กโน้นเลยค่ะ  และ 2 คืนก่อนการแข่งขัน ได้นอนหลับพักผ่อนจริงแค่ 3 ชม. เท่านั้น แต่ก็สนุกตื่นเต้นดี

Sarah Rose Summers ในวัยเด็กเธอเป็นคนที่ขี้อายมาก ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากกล่าวคำขอบคุณคนอื่น ด้วยความขี้อายจัด

การที่เธอได้เข้าประกวด “Miss USA” ได้นั้น ก็เพราะว่า เธอได้รับบัตรเชิญมาถึงที่บ้านให้ลองไปประกวดดู และ เธอได้บอกกับที่บ้านไปว่าอยากเข้าประกวด ซึ่งที่บ้านก็ตอบกลับมาว่า โอ๊ว!! ไม่นะ No No No

จากนั้นเธอก็เว้นระยะห่างไปพอสมควรและกลับไปบอกกับที่บ้านอีกรอบ ว่าอยากลองเข้าประกวดจริงๆ  สุดท้ายนี่แหล่ะ “ฉันก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว” เย้!!..

 

ยอมรับเลยว่ามันเป็นความรู้สึกที่ช็อคมาก   รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก  รู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆที่ได้มายืนอยู่ในจุดนี้ อะเมซิ่งมากค่ะ

ตอนเข้าประกวดในวันแรกตื่นเต้นมาก ที่ได้เจอกับสาวสวยมากหน้าหลายตา เราทุกคนได้พูดคุยกันรู้จักกันอย่างสนุกสนาน เฮฮา ตัวฉันเองคิดว่าได้เข้ารอบ 15 คน ก็ถือว่าเก่งแล้ว หรือเต็มที่ เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายก็ถือว่าหรูแล้ว เพราะ หลายคนก็สวย เก่ง ฉลาด มีความสามารถเยอะ และ มีความตั้งใจสูงมาก

พอผ่านเข้ารอบไปได้หลายๆด่าน ฉันก็ได้คุยกับเพื่อนสนิทซึ่งเธอเป็นคนที่สวยมากเช่นกัน ว่าฉันคงไปไม่ถึงรอบ 10 คนสุดท้ายแน่ๆ

แต่ท้ายสุดอยากจะกรี๊ดดังๆ!!  มันเป็นไปได้ไงซึ่งเหลือเชื่อมาก!!  ต่อจากนั้นทุกคนก็ต่างพากันหัวเราะ  ซึ่งบทเรียนในครั้งนี้ก็สอนให้รู้ว่า “เวทีนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้อย่าเพิ่งตัดสินไปก่อน”  พูดเสร็จก็หัวเราะ   ฮ่า!!ฮ่า!!ฮ่า!!

 

มีคนถามเธอว่า ถ้าเจอคำถามยากๆหรือพูดผิดไป ทำไง?

 

Sarah Rose Summers   ตอบว่า  เรายังเป็นมนุษย์อยู่มันอาจมีบ้างที่เราพูดผิด สื่อสารผิด เข้าใจผิด ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด ดังนั้น จงเป็นตัวของตัวเองสนุกไปกับทุกจังหวะในชีวิต และ ถ้าคุณไม่รู้คำตอบจริงๆ ก็ตอบไปเลยว่า”ไม่รู้” และ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเสียหน้าอะไร จากนั้นเราก็ไปหาคำตอบในกูเกิลพ่อทุกศาสตร์เลยค่ะ คือ ถ้าเราเฟคตอบไป มันจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีซึ่งไม่สนุกแน่ เปิดเผยจริงใจไปเลยค่ะ

https://konruay.com

ารเตรียมตัวในเรื่องการประกวด Miss Universe

 

ก็มีอดีต “Miss USA” คือ Susie และ Shandi มาเป็นทั้งโค้ชและเทรนเนอร์ให้ ซึ่งได้คำแนะนำมากมายพอสมควร ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร คือ ให้เราเรียนรู้ผ่านข้อผิดพลาดในอดีตแล้วนำมาพัฒนาตัวเองให้ดีมากขึ้น ซึ่งได้รับสติปัญญามากมายมหาศาลเลยค่ะ

คำแนะนำส่วนใหญ่ที่เจอ ก็จะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า”ให้เราเป็นตัวของตัวเอง” มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ส่วนบิดาของฉัน ท่านให้คำแนะนำว่าให้คุกเข่า ถ่อมใจ นั่นคือคำตอบ ก่อนนี้ฉันเคยอยู่แบบเรียบง่ายเป็นสาวชนบท ไม่มีความตื่นเต้นอะไร ซึ่งในตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ดังนั้น เป้าหมายในสิ่งที่ฉันต้องทำ คือ “ถ่อมใจ จริงใจ เป็นตัวของตัวเอง”

ลิปเธอ กับ “Miss South Africa” และ “Miss Brasil” https://www.youtube.com/watch?v=4vx9NCXSwIw

Tamaryn Green

จากแอฟริกาใต้ อายุ 23 ปี สูง 180 ซม. บางสื่อบอกว่า สูง176 ซม.

ในปัจจุบันเธอเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดอยู่ เธอเป็นคนชอบออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพดี และ เพื่อสุขภาพจิตที่ดี เธอกล่าวว่า การออกกำลังกายช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เช่น ว่ายน้ำ และ ไฮกิ้ง

Tamaryn Green  กล่าวว่า  ตัวเธอมีเป้าหมายที่อยากจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็กๆทุกคน  และ  จะบอกกับพวกเขาว่า จงภูมิใจในตัวเองไม่ว่าเราจะมาจากสีผิวอะไร ให้ยอมรับในความแตกต่างของตนเอง คนเรามีทั้งจุดอ่อน และ จุดแข็ง และบางทีเราอาจจะเปรียบเทียบตัวเราเองมากเกินไปกับคนอื่น ไม่ว่าจะมาจากคนรอบข้าง หรือ สื่อโซเชี่ยล  จนทำให้สูญเสียความมั่นใจในตนเองไป เพราะ อยากจะเป็นคนอื่น หรือ วิ่งตามคนอื่น 

จริงๆ เราควรภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น เพราะ เราทุกคนก็มีคุณค่าในตัวเองด้วยเช่นกัน

https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

Tamaryn Green เป็นคนที่มีุคลิก สดใส ร่าเริ่ง มนุษยสัมพันธ์ดี ขี้เล่น อารมณ์ดี คุยเก่ง ชอบเข้าหาคน ชอบช่วยเหลือคนอื่น ถ่อมใจ ทำงานหนัก และ ชอบเรียนรู้ในการพัฒนาตนเอง

ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังในการเป็นเทรนเนอร์ให้กับ นางงาม Miss South Africa กล่าวว่า เราจะดูการเคลื่อนไหว และ ความเป็นไปในเทรนด์ระดับโลกว่าไปในทิศทางไหน ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นที่เด่นๆ คณะกรรมการเขาให้คุณค่ากับสิ่งใด เขามีความสนใจในเรื่องไหนเป็นพิเศษ

ปัจจุบัน เราได้จัดเวิร์กช็อปเพื่อเป็นการเทรนนิ่งทักษะต่างๆ และ การพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างความพร้อมในการตอบคำถามเวลาสัมภาษณ์ อีกทั้ง เราพยายามฝึกฝนอย่างหนักในด้านการเดินบนรันเวย์ที่ใครเห็นแล้วต้อง Wow รวมไปถึงการแต่งหน้า มารยาทการเข้าสังคม การพรีเซ้นตัวเองอย่างฉลาดเป็นธรรมชาติ มีความสดใสร่าเริง และ สง่างาม

ลิปการออกกำลังกาย ของ “Tamaryn Green” https://www.youtube.com/watch?v=FmdDuQ01ph8

Marta Stępień

จากแคนาดา อายุ 24 ปี สูง 178 ซม. เป็นลูกครึ่ง Polish-Canadian

เธอเป็นนางแบบอาชีพ และ กำลังศึกษาใน ด้าน Biomedical Engineering Technology เธอพูดได้ 4 ภาษาคือ ฝรั่งเศส , Polish , เยอรมัน และ อังกฤษ

ก่อนหน้านี้ เธอเคยประกวด Miss Universe Canadaใน ปี 2017 แต่ไม่สมหวัง เพราะ ได้แค่อันดับ

เธอจึงกลับเข้ามาประกวดใหม่อีกครั้งใน ปี 2018 โดยเธอตั้งเป้าหมายว่าต้องชนะ “ฉันจะเป็นมิสยูนิเวิร์สแคนาดาให้ได้”

จากความล้มเหลว เมื่อปี 2017 ทำให้เธอกลับมาทบทวนตัวเองใหม่ว่า พลาดตรงไหน? ก็ควรแก้ในจุดนั้น อะไรที่เป็นจุดอ่อนก็พยายามพัฒนาให้กลายไปเป็นจุดแข็งให้ได้ แม้ตัวเธอในปัจจุบัน (GPA 3.9) จะเรียนหนักมากก็ตาม

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

Marta Stępień เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูงมากเวลาทำอะไรก็ทำจริง มีความพยายามสูง กระตือรือร้น การประกวดมีส่วนช่วยให้เธอมีการพัฒนาตัวเอง ในเรื่องความมั่นใจมากขึ้น  ณ ตอนนี้ เธอก็อยากจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมัน คือ “ความภาคภูมิใจส่วนตัวของฉันค่ะ “ เธอกล่าว

การประกวดช่วยฝึกฉันให้เป็นคนที่มีความถ่อมใจมากขึ้น เป็นคนง่ายๆ ติดดิน เพราะ ฉันเจอกับผู้หญิงมากมายและหลากหลาย ซึ่งแต่ละคนสวยๆกันทั้งนั้น ฉลาด เก่ง มากล้นด้วยความสามารถ ทุกคนต่างมีเป้าหมายที่อยากจะเป็น Miss Universe ด้วยกันทั้งสิ้น

ในปี 2017 เมื่อการประกวดจบลง ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อทำเช็คลิสต์ ในสิ่งที่ฉันต้องทำในสเต็ปต่อไปว่ามีอะไรบ้าง? เพราะ ลึกในจิตใจ ตัวฉันมีความมั่นใจว่า “ฉันจะชนะการประกวดครั้งต่อไป ในปีหน้าได้อย่างแน่นอน”

สิ่งที่ฉันต้องทำ คือ

1. ฉันต้องไปฝึกในเรื่องการเดินบนรันเวย์มาใหม่

2. ฉันต้องไปเรียนทางด้านการพูด หรือ การสื่อสารต่อหน้าสาธารณะเพิ่มเติม

3. ฉันต้องพัฒนาในเรื่องความมั่นใจในตนเอง

4. ฉันต้องพัฒนาในเรื่อง EQ และ การบริหารอารมณ์ให้ดีต่อบุคคลอื่น

และ ฉันลงรายละเอียดทุกอย่างเลยค่ะว่าต้องทำอะไรบ้าง ในช่วงวันเวลาไหน ในแต่ละสัปดาห์ คือ ฉันจะมีการวางแผนในการทำงานตลอดเลยค่ะ เพราะ ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง คุณต้องมีการวางแผนและมีเป้าหมายในสิ่งที่คุณจะทำอย่างชัดเจน นั่นจึงจะเห็นผล

สมมุติคุณตื่นเช้ามา พบว่า คุณทำสำเร็จแล้ว คุณจะรู้สึกดีมากใช่ไหมล่ะคะ เวลานี้ฉันจึงมีการเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด ในเวทีระดับโลกที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ ฉันคิดถึงมันตลอดเวลาเลยค่ะ เมื่อเวลานั้นมาถึงฉันจะทำให้เต็มที่และสนุกไปกับมัน ฉันไม่มีความกังวลใจอะไรอีกต่อไป ว่านี่ก็ไม่พร้อม นั่นก็ไม่พร้อมทั้งในเรื่องการเดิน หรือ ในเรื่องการสื่อสารต่อหน้าสาธารณะ ฉันพร้อมค่ะ

คำว่า Pageant ในความหมาย ไม่ได้สื่อถึง การประกวดในแง่ความงามแต่อย่างเดียว แต่มันหมายถึง บุคคลที่ยินดีทำงานหนักที่สุดในเวทีนั้นต่างหาก และ นั่นหมายถึงบุคคลที่มีแรงจูงใจในการขับเคลื่อนจากภายในที่ดี และ มีวินัย ซึ่งสามารถทำทุกอย่างสัมฤทธิ์ผล ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้

 

และ ส่วนสำคัญที่สุด คือ คุณต้องไม่ลืมดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน เช่น การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เข้ายิมออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง หรือ ว่ายน้ำ พร้อมกับการมีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เครียด “รักตัวเองเยอะๆ”

เราต้องรู้จักรักตนเองในสิ่งที่เราเป็น ให้ยอมรับในความเป็นจริงของตัวเราเอง และ จงมั่นใจว่าหากเรามีบุคลิกแบบนี้ก็สามารถสร้างเสน่ห์ในแบบที่เราเป็นได้ อย่างมีเอกลักษณ์ จงทำให้คนสัมผัสถึงความจริงใจภายในให้ได้โดยไม่เฟค

ในโลกโซเชียลมีการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเยอะมาก ซึ่งเป็นการปฏิเสธตัวเอง ไม่รักตัวเองจนทำให้ขาดความมั่นใจในตนเองไป   ฉันจึงอยากจะบอกกับทุกคนว่า “จงรักตัวเองเยอะๆ”  เพราะ  ทุกคนมีเสน่ห์ที่เป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร  ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเองกันทั้งสิ้น  ส่วนใครที่พูดแง่ลบกับคุณก็มองข้ามผ่านไป อย่าใส่ใจให้มาก อย่าให้ใครมาทำลายชีวิตของคุณ เพียงคำพูดไม่กี่คำ จงเข้มแข็ง

คลิปฝึกเดินของ “Marta Stępień” https://www.youtube.com/watch?v=dUCwudycdo4

https://konruay.com

Rahima Ayla Dirkse

จากเนเธอร์แลนด์ อายุระหว่าง 23-24 ปี สูง 180 ซม. เป็นลูกครึ่ง Brazilian Dutch

เธอเป็นนางแบบอาชีพ และ กำลังศึกษาใน ด้าน Bio-Pharmaceutical Sciences (BPS)

คลิปชุดประจำชาติเนเธอร์แลนด์ https://www.youtube.com/watch?v=AZiAVFcZM6I

Trejsi Sejdini

จากแอลเบเนีย อายุ 18 ปี สูง183 ซม. เธอคือ Miss Universe Albania, Social Media 2018 และ เป็นนางแบบอีกด้วย ต้องยอมรับว่าน้องคนนี้เซ็กซี่ปรอทแตกมาก สุดยอด!! ยิ่งไปดูคลิปการประกวดแบบเต็มในการจัดงานนี่ระเบิดเถิดเทิงกันสุดๆยังกะงานปาร์ตี้ ทุกอย่างตระการตาไปหมด เอนเตอร์เทนมาก 

นี่คือคลิปตอนมอบรับรางวัล https://www.youtube.com/watch?v=ATLyLXZlVz8

 

https://konruay.com

Andrea Toscano

ากเม็กซิโก อายุ 20 ปี สูง175 ซม. เป็นนางแบบ และ กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่

หลายคนบอกว่าเธอสวยเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ ตาเป็นตา ปากเป็นปาก รูปร่างมีส่วนโค้ง ส่วนเว้า ชัดเจน โครงหน้าชัดมาก

ลิป “Andrea Toscano” https://www.youtube.com/watch?v=1657870ebY4

https://konruay.com

Virginia Limongi

จากเอกวาดอร์ อายุ 24 ปี สูง175 ซม. เป็นนางแบบ จุดเด่นของเธอ คือ ยิ้มสวย ผมสวย ถ่ายรูปขึ้น และ เป็นอดีต Miss World เอกวาดอร์ ปี 2014 ต้องยอมรับว่าเวลาเธอเดินบนเวทีเฉิดฉายมากมีชีวิตชีวาอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการโพสท่าต่างๆ

ความสวยของเธอ และ เรื่องรูปร่างทุกอย่างผ่านหมด ต้องไปลุ้นกันอีกที ในช่วงการสัมภาษณ์ การวางตัว และ บุคลิกด้านอื่นประกอบอีกที เพราะ ทุกคนที่เห็นก็เท่าที่เห็นก็ยังตอบหรือตัดสินอะไรไม่ได้ รวมไปถึงการพูด หรือ การแสดงความคิดเห็น ก็ต้องไปลุ้นกันอีกทีว่าเธอจะไปได้ไกลที่สุดแค่ไหน สำหรับคนที่ชอบเธอ หรือ เชียร์เธออยู่นะคะ

 

คลิปเธอกับ Miss Universe # Demi-Leigh Nel-Peters และ Miss USA https://www.youtube.com/watch?v=Fgu1KLYx4wU

https://konruay.com

Yulia Polyachikhina

 

จากรัสเซีย อายุ 18 ปี สูง 177 ซม. ปัจจุบันเธอกำลังเรียน ป.ตรี คณะวารสารศาสตร์อยู่ที่่ Chuvash State University 

เธอเป็นนางแบบอาชีพ สังกัดที่ญี่ปุ่นและปารีส ตัวเธอมีประวัติโชกโชนในด้านการประกวดหลากหลาย แม้อายุยังน้อยแต่มากด้วยประสบการณ์ ดูหน้ายังเด็กอยู่เลยแต่ความมั่นใจเกิน100 การเดินของเธอมีเสน่ห์มาก และ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูแล้วเพลินดี

คลิป “Yulia Polyachikhina” https://www.youtube.com/watch?v=axHIYN8f878

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เจฟฟ์ เบโซส วิถีชีวิตคนรวยเบอร์หนึ่งของโลก

ณ เวลานี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เศรษฐีเบอร์ 1 ของโลก อย่าง “เจฟฟ์ เบซส” ผู้ก่อตั้ง Amazon และ “Blue Origin” ในชีวิตของท่านเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นอย่างมาก ซึ่งในแต่ละวันท่านจะพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง  ตื่นนอนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก  การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มจะทำให้มีพลังเรี่ยวแรงในการทำงาน  ทำให้รู้สึกสดชื่น แจ่มใส  และ อารมณ์ดี

https://konruay.com

กิจวัตรประจําวันในช่วงเช้า ของ “เจฟฟ์ เบซส” 

ท่านมักจะอ่านหนังสือพิมพ์  พร้อมกับดื่มกาแฟ☕ ไปด้วย  ต่อจากนั้นก็จะรับประทานอาหารเช้าร่วมกับภรรยา (Mackenzie Bezos) และ บุตรก่อนไปโรงเรียน

ในเรื่องตารางเวลางานของท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงการประชุมในช่วงเช้า 

เพื่อได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับครอบครัวมากขึ้น  แต่ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องมีการประชุมจริงๆ  เวลาที่เหมาะสมส่วนใหญ่ในการประชุมก็จะราวๆ 10 โมงเช้า ก่อนเที่ยงกำลังดี

https://konruay.com

โดยธรรมชาติการทำงานของท่าน ปกติแล้วจะไม่ค่อยมีการประชุมเยอะ   ซึ่งหากดูเวลาการประชุมตลอดทั้งปี รวมเวลาทั้งหมด แค่ 6 ชม. เท่านั้น  และ ในการประชุมก็จะมีการสั่งพิซซ่า🍕🍕มากินกัน เพราะ ท่านไม่ค่อยชอบการประชุมที่เป็นทางการมากสักเท่าไหร่

หากการประชุมกรณีที่มีการยืดเยื้อไม่สามารถจบภายในวันนั้นได้  คือ หมดเวลาแล้วก็คือหมดเวลาเลย จบเลิกงาน   ก็จะให้ทุกคนมาประชุมต่อเนื่องกันใหม่ใน ช่วง 10 โมง ของวันถัดไป เพื่อสมองจะได้มีเวลาพักบ้าง เป็นการเปิดโล่งเพื่อรับไอเดียใหม่ๆ

เจฟฟ์ เบซส”   ท่านเป็นคนที่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ และ เป็นคนที่มีการจัดเวลาในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะเน้นไปทางด้านการสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย

https://konruay.com/

โดย “เจฟฟ์ เบซส”  กล่าวว่า   ถ้าคุณขาดการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมันจะส่งผลไปถึงการทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ   รวมไปถึงการตัดสินใจในเรื่องต่างๆก็จะทำให้ไม่ค่อยเต็มที่นัก   เนื่องจาก  หากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงก็จะไม่เอื้อต่อการทำงาน อาจทำให้เกิดความหงุดหงิด หรือ  อารมณ์เสีย ซึ่งส่งผลไปยังหลายด้านเลยครับ

สไตล์การทำงานของผมจะเน้นให้ทุกคนมีการร่วมแรง ร่วมใจ และ มีความสามัคคีกันในการทำงาน 

เน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในการทำงานอย่างเต็มที่  เต็มไปด้วยพลัง  และ ทุกคนมีความกระตือรือร้น  ซึ่งผมพยายามสร้างวิถีชีวิตในการทำงานของแต่ละคนให้มีความสุขให้ได้  ไม่ใช่การทำงานที่มองแต่นาฬิกาตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะเลิกงานสักที  เพราะ  ส่วนตัวผมเวลาทำงานก็อยากจะทำงานอยู่ใกล้กับคนที่มีความสุข

ผมเองก็อยากจะเป็นหัวหน้าที่ดีให้กับคนภายใต้  อยากเป็นสามีที่ดีให้กับภรรยา อยากเป็นพ่อที่ดีให้กับลูกๆเช่นกันครับ

https://konruay.com/

ฉะนั้น  ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ควรทำทุกอย่าง อย่างมีความหมายที่ดีให้กับตัวเองและคนรอบข้าง

พอทำงาน เลิกงานเสร็จ 

ผมก็กลับเข้าบ้านไปกินอาหารเย็นพร้อมกับคนในครอบครัว  ซึ่งตัวผมมีหน้าที่ในการล้างจาน  ผมคิดว่า “การล้างจานมันเป็นอะไรที่เซ็กซี่ดีนะครับ”

 

เจฟฟ์ เบซส”   กล่าวว่า   “ตัวท่านเป็นคนที่ชอบทำงานแล้วมองไปข้างหน้าเสมอ” และ  มองไปยังอนาคตว่าจะมีอะไรใหม่เกิดขึ้นบ้าง  เพราะ  อินเตอร์เน็ตทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป ตัวเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ 

ส่วนใครที่ไม่ชอบในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง สายงานทางด้านเทคโนโลยีก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับคุณก็ได้นะครับ

และ ในชีวิตคนเราจำนวนเวลาก็ไม่ใช่ทั้งหมดของการทำงานก็ได้  แต่เป็นเรื่องคุณภาพเวลา และ คุณภาพของงานต่างหากที่สำคัญที่สุด

ในเรื่องการทำงาน  ผมอยากให้คุณพิจารณา คน 2 ประเภทนี้ ดูนะครับ

คนแรก – เป็นคนที่ทำงานอย่างมีเป้าหมาย มีความกระตือรือร้นเต็มไปด้วยพลัง ทุกคนหรือใครที่อยู่ใกล้ก็ได้รับแรงบันดาลใจ ได้รับสิ่งใหม่ๆกลับไป ซึ่งมีผลที่ดีต่อคนรอบข้าง

คนที่สอง –  เป็นคนที่ทำงานอย่างขอไปที  เหี่ยวแห้ง ไร้พลัง  มองเข้าไปพบแต่ความว่างเปล่า ใครอยู่ใกล้ก็จิตใจห่อเหี่ยวซึ่งแตกต่างจากคนแรกมาก

คุณลองคิดดูนะครับว่า  ถ้าคุณเลือกได้ คุณอยากเป็นคนประเภทไหน?  1 หรือ 2 ?

ในทุกเรื่องคุณลองสังเกตดูในแง่คิดต่างๆ   คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้  ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในโลกของการทำงานเท่านั้น

https://konruay.com

อีกอย่าง   ตัวคุณควรมีความภูมิใจในตัวเองเยอะๆ

เพราะ  ทุกคนมีสิ่งดีในตัวเอง  เช่น  บางคนอาจเด่นในด้านคำนวณ  บางคนอาจเด่นในด้านความสูง  มีรูปร่างหล่อเหลาหน้าตาดี  บางคนอาจเด่นในด้านความสวยความงาม   ซึ่งมีมากมายหลายอย่างเลยครับ  ลองหาข้อดีของตัวเองและจงภูมิใจกับมัน จงมั่นใจในตัวเอง และ มั่นใจในสิ่งที่คุณทำ

https://konruay.com

วิถีชีวิต ของ “เจฟฟ์ เบซส” 

ท่านเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย  มีทัศนคติดีแง่บวก  ชอบทำในเรื่องที่ท้าทายความสามารถไม่กลัวปัญหา หรือ ความยากลำบาก หรือ ล้มเหลว  มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ถ่อมใจ มีวิสัยทัศน์  มองการณ์ไกล  มีภาวะความเป็นผู้นำสูง 

“ถ้าไม่มีก้าวแรกก็ไม่มีการเริ่มต้น  ถ้าไม่มีการเริ่มต้น ก็ไม่มีการพัฒนา”  จงมองว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ทั้งสร้างโอกาสและหาโอกาสที่ดีให้กับตัวเอง  มีทีมงานที่ดีและเก่งที่ไปกับเรา  

สิ่งสุดท้าย คือ คุณต้องรู้ใจ, เข้าใจ , เข้าถึง , รับฟัง ความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก

มีหลายครั้งที่ผมอ่านอีเมลลูกค้าที่คอมเพลนเข้ามา  ผมจะไปถามทีมงานทุกครั้งว่าเคสนี้ทำไมถึงเกิดปัญหาขึ้นมาได้  และ สาเหตุมาจากอะไร

 

ในตอนแรกที่ก่อตั้ง Amazon.com

ผมก็คิดนะครับว่า ลูกค้าจะยอมรับการซื้อของผ่านทางออนไลน์หรือไม่  ลูกค้าจะปรับตัวกันได้หรือไม่  ซึ่งผมก็เข้าใจว่ามันก็เสี่ยงเหมือนกัน ที่ต้องเริ่มต้นทำในเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่มีความคุ้นเคยมาก่อนในด้านเทคโนโลยี

คนที่สนับสนุนผมในด้านเงินทุนก็มาจาก คุณพ่อ คุณแม่ของผมเองครับ ในจำนวน $300,000 ซึ่งในตอนนั้นคุณพ่อท่านยังไม่รู้จักอินเตอร์เน็ตเลยด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร  ท่านก็เผื่อใจเอาไว้แล้ว 70% ว่าต้องขาดทุนแน่ๆ  และ เงินลงทุนในครั้งนั้น จากจำนวนเงิน $300,000  ในปัจจุบันกลายเป็นเงินก้อนโต  สูงถึง $30 million

ในช่วงนั้นใครๆก็คิดว่า Amazon ไม่น่าจะรอด Amazon เจ๊งแน่  ตามสื่อต่างๆก็เขียนล้อเลียนเต็มไปหมด ส่วนตัวผมก็ยิ้มสู้อย่างเดียวครับ

https://konruay.com

https://konruay.com

การเปิดตัว “Amazon” ในเดือนแรก เราทำได้ดีมากๆครับ

เรามีออเดอร์เข้ามาเยอะ ทั้งแพ็ก ทั้งขายกันให้วุ่น พนักงานที่ทำงานกับผมเราทำงานจนคอเอียงไปเลยครับ  เพราะ  ต้องเอียงคอมองชั้นหนังสือให้ทันเวลาลูกค้า

https://konruay.com

 

เจฟฟ์ เบซส”  ให้คำแนะนำต่อผู้ประกอบการหน้าใหม่

ที่กำลังเริ่มต้นในการทำธุรกิจออนไลน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตในสายงานต่างๆ  ดังนี้

1. คุณต้องมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทำนั้น มาจาก Passion ของคุณจริงๆ โดยมีความสนใจเอาใจใส่ หรือ รักที่อยากจะทำสิ่งนั้นจริงๆ  ไม่หวือหวาทำตามคนอื่น  หรือ  ทำตามแฟชั่น  หมายความว่า พอเห็นคนอื่นทำก็อยากทำบ้าง โดยปราศจากความต้องการทางใจที่เป็นตัวขับเคลื่อน

“ซึ่งคุณจะเลือกทำอะไรก็ตาม  ขอให้คุณคิดถึงการสร้างคุณค่าอันดีที่มีประโยชน์ต่อตัวลูกค้าเสมอ”

2. มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่หยุดยั้ง เช่น  ผ่านการอ่านหนังสือ ฯลฯ เพื่อให้ทันโลกทันเหตุการณ์  เพราะ  ทุกอย่างมันมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา ซึ่งเราต้องตามให้ทัน

https://konruay.com

3. ให้ทำความเข้าใจในเรื่องความเสี่ยง เพราะ ทุกอย่างเสี่ยงหมดจะเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย ก็คือเสี่ยง แต่ให้คุณมองในเรื่องความเสี่ยงอย่างเข้าใจว่า  มันเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และ เป็นสิ่งที่ใครๆก็เจอ  ให้มองความเสี่ยงเป็นเรื่องที่ท้าทายที่คุณต้องเอาชนะมันให้ได้

คนที่ประสบความสำเร็จโดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นคนที่กล้าเสี่ยง และ เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ  แต่ที่สำคัญคุณต้องบริหารความเสี่ยงให้อยู่หมัด  พยายามที่จะคอนโทรลมันให้ได้

คนที่ขี้กลัวมักจะไม่กล้าทำอะไร  อาการของคนที่หวาดกลัวมักจะทำงานเต็มไปด้วยความกดดัน เพราะ  เขาจะกลัวกับความผิดพลาดล้มเหลว มากกว่าการอ้าแขนรับความเสี่ยงที่ว่า  หากเกิดอะไรขึ้นก็ยินดีเผชิญหน้ากับความเสี่ยงนั้น

4. พยายามจ้างคนเก่งๆมาร่วมงาน และ มี Passion อย่างเดียวกัน

 

จากนิตยสาร Forbes ได้รายงานว่า รายได้ปัจจุบัน ของ  เจฟฟ์ เบซส” อยู่ที่ $160 billion

ส่วนนาฬิกาที่ท่านเลือกใช้ คือ Ulysse Nardin (233-88-7)  ในราคา $7,700

https://konruay.com

ด้านสมาร์ทโฟนในการเช็คเรื่องราวต่างๆ  ท่านจะใช้น้อยมาก  ส่วนใหญ่ท่านจะชอบพูดคุยกันหน้าต่อหน้ามากกว่า

โดยการไปกินอาหารค่ำด้วยกันกับครอบครัว , เพื่อน หรือ การพูดคุยกับคนทั่วไป การเจอกันแบบหน้าต่อหน้าก็จะได้เห็นพฤติกรรมในการใช้ชีวิตจริง ว่าเป็นอยู่อย่างไร เป็นยังไงบ้างในตอนนี้  คือ  ท่านชอบใช้ชีวิตแบบนี้มากกว่า  และ จะไม่ทำงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน เพราะ นั่นอาจทำให้ไม่จดจ่อเท่าที่ควร ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ดีมากนัก

หนังสือโปรด 12 เล่ม ที่ “เจฟฟ์ เบซส” ชอบอ่าน มีดังนี้ 

https://konruay.com

 

  1. The Remains of the Day –  Kazuo Ishiguro   
  2. The Black Swan – Nassim Taleb
  3.  Data-Driven Marketing: The 15 Metrics Everyone in Marketing Should Know – Mark Jeffery 
  4. The Goal: A Process of Ongoing Improvements –  Eliyahu Goldratt  https://konruay.com
  5. Built to Last: Successful Habits of Visionary Companies  – Jim Collins
  6. The Mythical Man-Month –  Frederick P. Brooks, Jr. 
  7. Memos from the Chairman –  Alan Greenberg 
  8. Lean Thinking: Banish Waste and Create Wealth in Your Corporation – James Womack and Daniel Joneshttps://konruay.com
  9.  Sam Walton: Made in America – Sam Walton
  10. Creation: Life and How to Make It –  Steve Grand
  11. Good to Great: Why Some Companies Make the Leap … and Others Don’t –  by Jim Collins
  12. The Innovator’s Dilemma – Clayton Christensen

เครดิต : cnbc.com

https://konruay.com

เมื่อตอนอายุ 5 ขวบ “เจฟฟ์ เบโซส” ได้เห็น “นีล อาร์มสตรอง” ในครั้งแรก  

ทำให้ท่านมีความชื่นชอบในเรื่องจรวดและอวกาศมาตั้งแต่เด็กๆ ภาพแห่งความทรงจำในเรื่องอวกาศยังคงติดตาตรึงใจท่านไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“ต้องขอขอบคุณ Amazon ที่ช่วยให้ผมมีเงินส่วนตัวมาลงทุน ในเรื่องจรวด ที่ไม่ต่ำกว่า $1 billion”

https://konruay.com

นี่จึงเป็นเหตุทำให้ผมก่อตั้ง “Blue Origin” ขึ้นมา เป็นเวลานานกว่า 15 ปีแล้ว  ทั้งในด้านการทดสอบพร้อมกับงานวิจัยต่างๆ  เราทำทุกอย่าง อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เรามีทีมงาน มากกว่า 1,000 ทีม ที่ทำงานอยู่ ณ เวลานี้  ซึ่งเก่งและมีความตั้งใจสูงมากที่อยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเข้าใกล้ความจริงมากที่สุด กับเป้าหมายที่พวกเราตั้งเอาไว้

https://konruay.com

เป้าหมายในระยะยาวของพวกเรา  คือ  ผมอยากเห็นคนเป็นล้านๆ ได้ไปท่องเที่ยวในอวกาศ  จะไปทำงาน หรือ ไปอยู่อาศัยก็ได้

โดยค่าตั๋วต่อคน ที่จะไปท่องเที่ยวในอวกาศ อย่างไม่เป็นทางการ มีราคาอยู่ที่ $300,000

ส่วนตัวผมเข้าใจว่าเรื่องนี้มันไม่ง่ายนัก  แต่มันเป็นเรื่องที่ผมรักและมีความท้าทายดีครับ

https://konruay.com

 

Facebook มีรายได้มาจากไหน?

เงินรายได้ทั้งหมด ของ Facebook โดยส่วนใหญ่มาจากโฆษณา ถึง 98% ทำให้ “Mark Zuckerberg” เป็นบุคคลที่ร่ำรวยติดอันดับ 8 ของโลก แต่ตัวอัลกอริทึมของเฟซบุ๊กถูกลดการมองเห็นลง ปรับลดการเข้าถึงลง ซึ่งในส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่อแบรนด์หรือธุรกิจส่วนใหญ่หรือไม่ ในเรื่องโฆษณา เพราะ “Facebook” ลด Reach ของเพจต่างๆลง โดยเนื้อหาคอนเทนต์ที่มองเห็นได้ จะเน้นไปทาง ครอบครัว เพื่อน และ กลุ่ม เท่านั้น ส่วนแบรนด์หรือเพจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการมองเห็นก็จะน้อยลง เพื่อไม่เป็นการไปรบกวนพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นจนเกินไป

Mark Zuckerberg” กล่าวว่า สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดในชีวิต คือ การได้ช่วยเหลือให้ผู้คนนับพันล้าน ได้ติดต่อสื่อสารถึงกันอย่างสะดวก

โดยเงินรายได้ส่วนใหญ่ของเฟซบุ๊คมาจากโฆษณาในด้านต่างๆ

ซึ่งมีมากกว่า 5 ล้านธุรกิจที่ได้ลงโฆษณากับทางเฟซบุ๊กทุกเดือน ในทางไหนบ้าง เช่น ทางแบนเนอร์ และ วีดีโอ  และ เงินรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอะไร   ก็จะเป็นธุรกิจในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ กลุ่มเอนเตอร์เทนเมนต์  กลุ่มมีเดีย  และ  กลุ่มค้าปลีก  แต่ถ้าเป็นธุรกิจที่ยังไม่ใหญ่มากก็จะมีรายได้อยู่ที่ ประมาณ 15%

https://konruay.com

ใน 40% ของกลุ่มคนทั่วไปจะซื้อสินค้าผ่านแบรนด์ที่เขาติดตามบนเฟซบุ๊ก

มีถึง 37% เป็นนักช้อปผ่านทางโซเชียลมีเดีย

กลุ่มอายุระหว่าง 18-29 ปี จะใช้มือถือช้อปผ่านออนไลน์  ถึง 84% ส่วนกลุ่มในอายุระหว่าง 30-44 ปี มีถึง 78% 

ธุรกิจ B2C   96% ชื่นชอบแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กมาก  ถึงขนาดกล่าวว่า  เฟซบุ๊กมีประโยชน์และล้ำค่ามาก

เฟซบุ๊กมีเงินรายได้จากโฆษณาผ่านทางสมาร์ทโฟน ถึง 96%

มีถึง 64% ของบุคคลทั่วไปที่ซื้อสินค้าเพราะเห็นวีดีโอโฆษณาทางเฟซบุ๊ก

ธุรกิจส่วนใหญ่ในอเมริกาได้ลงทุนไปกับวีดีโอโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ค ถึง $13.23 billion โดยคาดการณ์กว่า ในปี 2020 จะใช้งบประมาณในส่วนนี้ ถึง $22 billion

 76% ของผู้ที่มีบัญชีเฟซบุ๊ก จะเช็คเฟซบุ๊กทุกวัน และ ในปัจจุบันมีจำนวนโพสต์ทั้งสิ้นอยู่ในเฟซบุ๊ก ไม่ต่ำกว่า 2.5 trillion

42% ในกลุ่ม Millennials จะหยุดใช้เฟซบุ๊กในแต่ละวันได้ไม่ถึง 5 ชม.

62 % ของกลุ่ม Social Media Marketing ได้ลงความเห็นว่า เฟซบุ๊ก คือ แพลตฟอร์มที่ทรงพลังมากที่สุดในด้านการตลาด

ในทุกๆวัน  จะมีไม่ต่ำกว่า 500 ล้านคน รับชมวีดีโอผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยมียอด Engagement อยู่ที่ 6.3% และ จะมีมากเป็นพิเศษในช่วง วันพฤหัสบดี และ วันศุกร์

มีถึง 72% ลูกค้าต้องการให้แบรนด์สินค้าต่างๆ แชร์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียในกรณีที่มีสินค้าลดราคา หรือ โปรโมชั่นพิเศษ

ปัญหา

มีหลายคนอาจเจอ “Facebook” ปรับลดการมองเห็นของโพสต์ต่างๆลง ยอด Reach ก็ลดลง เรามีวิธีแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ให้กับทุกท่านได้ เนื่องจาก บางท่านอาจจะขายของออนไลน์ผ่านทางแพลตฟอร์มนี้ หรือ ที่ทำการตลาดผ่านทางเฟสบุ๊คอยู่

สำหรับในยุคนี้ การกดไลค์ กดติดตาม อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดแล้ว เพราะ ตัวอัลกอริทึมของเฟสบุ๊คได้มีการปรับเปลี่ยนระบบวิธีการใหม่ และ เฟซบุ๊กเองก็ไม่ได้ดูที่จำนวนไลค์ หรือ ยอดติดตามอีกต่อไป

แต่สิ่งที่ “Facebook” ต้องการ คือ การสร้างประสบการณ์อันดี ความรู้สึกอันดีต่อผู้อื่น นั่นหมายถึง เมื่อคนเข้าเพจคุณหรือกลุ่มชุมชนของคุณ ทุกคนล้วนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยไม่สร้างความรำคาญ หรือ ไปรบกวนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจนเกินไป

สิ่งที่ Facebook เน้นหรือให้ความสำคัญมาก

อันดับ 1 คือ ยอดคอมเมนต์ ยิ่งโพสต์หรือเพจไหนมียอดคอมเมนต์เยอะๆ  ยอด”Reach” ยิ่งสูงขึ้น อันดับยิ่งดีขึ้น เพราะ คนมีการตอบสนอง หรือ การตอบรับดี

อันดับ 2 คือ ยอดแชร์

https://konruay.com

เทคนิคในการโพสต์ เรียกยอด”Reach” ได้ในบางส่วน คือ การใส่คีย์เวิร์ด หรือ Tag คำว่า”เพื่อน”เข้าไปด้วย เพราะ จริงๆในปัจจุบันตัวอัลกอริทึมจะให้เห็นข้อมูลที่คุณโพสต์ต่อครอบครัวและเพื่อนจริงๆเท่านั้น จะไม่เห็นเพื่อนของเพื่อน

ประเภทมาขายของโจ๋งครึ่มและโพสต์ข้อความว่า วันนี้ Sale 20% หรือ ประกาศว่า วันนี้มีสินค้ามาใหม่ สินค้าขายดี สินค้ายอดนิยม โพสต์แนวนี้ ยอด”Reach“ น่าจะดับหายไปเยอะ

ซึ่ง “Facebook” ก็จะคัดเลือกเฉพาะคอนเทนต์ที่ดีและมีประโยชน์เท่านั้น โดยวัดจากยอดคอมเมนต์และยอดแชร์เป็นหลัก ส่วนยอดติดตามเยอะๆ เป็นแค่ผลพลอยได้ เพราะ คนติดตามเยอะก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นโพสต์ของคุณ แต่มีวิธีการแก้ไขง่ายๆ คือ ให้บอกกับคนที่ติดตามเพจว่า

รบกวนให้ทุกคนเข้าไปคลิกตรง “Following” จากนั้นให้เลือกตรง “See First” เท่านั้นล่ะทุกคนก็จะเห็นโพสต์ของคุณ แต่เขาจำกัดให้เห็นแค่หลัก 30 คนเท่านั้นรวมถึงเพจ

https://konruay.com

มีอีกอย่างที่สำคัญซึ่งพลาดไม่ได้ คือ เมื่อมีคนไปคอมเมนต์ในโพสต์หรือคอนเทนต์ที่คุณลง ถ้าเป็นคำถาม?  คุณก็ควรไปตอบคำถามหรือไปให้ข้อมูลคำอธิบาย อย่าปล่อยผ่านหรือลืมตอบเด็ดขาด หากใครคลิกไลค์  คุณเองก็ไปคอมเมนต์ กล่าวคำ “ขอบคุณ” ซึ่งส่วนนี้เขาก็นับเป็นยอด “Engagement” ด้วยค่ะ

เทคนิคอีกอย่าง แบบเนียนๆ คือ ตัวคุณลองไปคอมเมนต์ผ่านโพสต์ที่ใกล้เคียงกับคอนเทนต์เดียวกันกับคุณเพื่อเป็นการโปรโมทตัวคุณเอง และ เพจกลายๆ

สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด คือ คุณจะไปบอกให้แต่ละคนช่วยคอมเมนต์ ซึ่งๆหน้าอย่างโจ่งแจ้ง เหมือนอย่าง“YouTube” ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะ ตัวอัลกอริทึมของทาง Facebook จะลดการมองเห็นลงทันที คือ มันฉลาดมาก แต่สามารถบอกผ่าน ตัว“แมสเซนเจอร์ ของเฟซบุ๊ค”ได้

คอนเทนต์ที่ “Facebook” ชอบมากที่สุด คือ “VDO”

โดยเฉพาะ “Facebook Live” ต้องมีความสม่ำเสมอในการโพสต์อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า วันละ 1-3 โพสต์ต่อวัน จะเป็นเรื่องราวสั้นๆ คละเคล้ากันไปแบบที่ไม่ต้องยาวมากก็ได้ และ อย่าไปขายของอย่างโจ่งแจ้งมาก พยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ตัวคอนเทนต์ก็ไม่ใช่ในรูปแบบสแปม และ อย่ามีคำพวกนี้โดยหลุดออกมาเด็ดขาด คือ คำว่า ช่วยคลิกไลค์ ช่วยคอมเมนต์ ช่วยแชร์ มีแจกรางวัล ของฟรี แจกฟรี แม้แต่กระทั่งรูปภาพที่สื่อไปทางนั้น หรือ พวกคลิกเบตต่างๆ เป็นต้น

ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่รู้ว่าเฟซบุ๊กในภาคภาษาไทยเขาเคร่งหรือเข้มงวดหรือไม่นะคะ เพราะ บางทีภาษาและประเทศก็มีส่วนสำคัญในการปล่อยผ่าน หรือ บางที่เข้มงวดสุดๆ

ทริคถ้าเฟซบุ๊ก ไม่ให้ใช้ คำว่า”ช่วยคอมเมนต์” เพื่อเป็นการเรียก ยอด “Engagement”

คุณลองเปลี่ยนหรือเลี่ยงคำ ไปใช้คำอื่น ที่มีความหมายใกล้เคียง หรือ ไปในเชียงเดียวกัน เช่น รบกวนทุกคนช่วยลงความเห็นหน่อยสิว่าคิดยังไง , ทุกคนชอบหรือไม่ชอบในเรื่องนี้ …. (ตัวคอนเทนต์) , ตั้งคำถามเป็นลักษณะชวนคุย , แฟนพันธุ์แท้ ขอเสียงหน่อย , สบายดีไหม (ควรสร้างจุดสนใจให้คนตอบสนองเยอะๆ) ฯลฯ

ในส่วน คำว่า “แชร์” คุณลองหาคำที่ใกล้เคียงกัน เช่น ฝากทุกคนมอบสิ่งดีๆไปยังเพื่อน , กระจายเสียง , ขยายเสียง , ฝากด้วย , บอกต่อ , ป่าวประกาศ ฯลฯ

ฝากเตือน”  เวลาโพสต์อย่างลงแค่ลิงก์โดดๆ อย่างเดียว นั่นก็ไม่เวิร์คอีกเหมือนกัน เพราะ “Facebook” ไม่ชอบให้ใครดึงคนไปยังที่อื่น เช่น พาคนไปที่ “YouTube” หรือ พาคนไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เป็นต้น

สิ่งที่ทำได้

1) เวลาโพสต์ไม่ควรแนบลิงก์ แต่คุณสามารถแนบลิงก์บอกผ่านตรงที่คอมเมนต์ได้ เพราะ ถ้าลงโพสต์แนบลิงก์โต้งๆจะลดการมองเห็นลงทันที หรือ มีอีกกรณีคุณสามารถบอกผ่านทาง แมสเซนเจอร์ ของเฟซบุ๊กได้ แต่ถ้าเพจดังมีคนติดเยอะก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะส่วนใหญ่ยังไงคนก็ติดตาม 

2) ให้สร้างคอนเทนต์อะไรสักอย่างขึ้นมา เป็นเรื่องราว ที่มีการนำเสนอดีๆ ชวนให้ติดตามอยากรู้ เพื่อสร้างยอด “Engagement” เยอะๆ    จากนั้นให้สร้างคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาต่อเนื่อง  จากเรื่องก่อนหน้าที่เคยลงไป

พร้อมแนบลิงก์ ในครั้งที่สองของตัวคอนเทนต์ ซึ่งตรงนี้สามารถทำได้

สรุป

เหมือนภาพยนต์ ตอน 1 ไม่ต้องแนบลิงก์ และ ตอน 2 แนบลิงก์ได้เลย หากเป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน

3) ยอมจ่ายเงินโปรโมทกับเฟซบุ๊กโดยตรง เพื่อให้คนเห็นมากขึ้น

(ในความคิดส่วนตัวมองว่า”เฟซบุ๊ก” เหมือนบีบกลายๆให้คนยอมจ่ายเงินมากขึ้น ประมาณว่าจะมาใช้สถานที่ฟรีๆไม่ได้แล้ว คนธรรมดาทั่วไปจะรู้สึกเฉยๆ เพราะ ไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก )

ทางMark Zuckerberg”  ประกาศว่า  ต่อไปนี้คนจะเห็นโพสต์จากข้อความ รูปภาพ และ VDO ที่มาจากเพื่อนและคนในครอบครัวมากขึ้น โดยเฟซบุ๊กจะลดอะไรๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกลุ่มดังกล่าวลง  เช่น  คอนเทนต์จากสื่อธุรกิจต่างๆจำพวกแบรนด์สินค้าทุกประเภท  เพื่อให้คนได้ใช้เวลาในเฟซบุ๊กน้อยลง  ถือว่าเป็นการสร้างผลอันดีต่อทุกคน  และ  แต่ละคนก็จะได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

https://konruay.com

https://konruay.com

 

ปัจจุบันในแต่ละเดือนมีจำนวนบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก มากกว่า 2 พันล้านคน จากประชากรทั้งหมดบนโลกที่มีไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านคน ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊ก อยู่ที่ 51 ล้านคน อยู่ใน อันดับ 8 ของโลก

5 ประเทศ ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก

อันดับ 1 คือ  อินเดีย  จำนวน 294 ล้านคน

อันดับ 2 คือ  USA   จำนวน 204 ล้านคน

อันดับ 3 คือ  อินโดนีเซีย จำนวน 131 ล้านคน

อันดับ 4 คือ  บราซิล   จำนวน 129 ล้านคน

อันดับ 5 คือ  เม็กซิโก  จำนวน 84 ล้านคน

อ้างอิง้อมูล จาก statista.com และ ภาพจาก Kepios

https://konruay.com

5 มือง ที่มีคนใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก

อันดับ 1 คือ  กรุงเทพ จำนวน 25 ล้านคน

อันดับ 2 คือ  จาการ์ต้า (อินโด) จำนวน 20 ล้านคน

อันดับ 3 คือ  ธากา (บังกลาเทศ) จำนวน 18 ล้านคน

อันดับ 4 คือ  เมืองเม็กซิโก จำนวน 15 ล้านคน

อันดับ 5 คือ  ไคโร (อียิปต์) จำนวน 14 ล้านคน

จากฝ่ายการตลาดออนไลน์ให้ความเห็นว่า

ในสมัยก่อน”Facebook” ต้องการสร้างฐานลูกค้าจึงยอมหรืออนุญาตให้ใช้แพลตฟอร์มแบบฟรีๆได้ ซึ่งเป็นข้อแลกเปลี่ยนระหว่าง “Facebook” ที่ได้ฐานข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไป ซึ่งหลายๆธุรกิจก็มีการทำแบบนี้กัน

ส่วนตัวผมจะบอกกับทุกคนเสมอว่า ให้กระจายการลงทุนไปในหลายๆแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ใช้งานเฉพาะ “Facebook” ที่เดียว เพราะ ไม่อย่างนั้นแล้ว คุณก็จะได้รับผลกระทบมาก ยิ่งใครที่ไม่รู้จักเตรียมพร้อมในด้านการเงิน ยิ่งอันตราย เพราะ อาจทำให้ล้มเหลวไปในที่สุด

เนื่องจาก “Facebook“ ทำทุกอย่างให้ไม่ง่ายเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว ค่าโฆษณาก็แพงขึ้น ยากขึ้น ใครที่มีเงินไม่เยอะก็อยู่ลำบาก เพราะ เฟซบุ๊กจะไม่ปล่อยให้คุณทำอะไรก็ได้ เหมือนอย่างแต่ก่อน ซึ่งคนที่ไม่เก่งจริงก็อยู่ลำบาก เช่น มือใหม่ มือสมัครเล่น หรือ เอเจนซี่ที่ไม่มีคุณภาพ

สิ่งที่คุณทำได้ ถ้า “Facebook” ชอบให้ใช้ “VDO” คุณก็ต้องใช้ “VDO” ทำคอนเทนต์ ความยาวสัก 15-30 วินาที ก็ได้แล้ว  ถ้าเป็นการยิงโฆษณา ความยาว “VDO” สัก 3- 5 วินาทีก็พอ

แต่ถ้าเป็นการโพสต์ยาวๆ อย่างสมัยก่อน ก็ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะ เฟซบุ๊กเขาถือว่าเขาไม่ใช่เว็บข่าว ,จำพวก WordPress หรือ บล็อกต่างๆ คือ มันคนละเงื่อนไขกัน เพราะ นี่คือโซเชียล มีเดีย

ไม่งั้นคุณก็ลองไปใช้อินสตาแกรมดู นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับธุรกิจคุณว่าทำอะไร

https://konruay.com

https://konruay.com

 

างคนได้ให้ความเห็นว่า

ถ้าเฟซบุ๊กเข้มงวดมากๆ สำหรับพวกแบรนด์ต่างๆ หรือ ธุรกิจ

ทางออก ในปัจจุบันก็มีหลายคนหันไปใช้ “YouTube” แทน ซึ่งยอดวิวก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเสิร์ชในตัวเองอีกต่างหาก จะได้ไม่เหนื่อยเท่ากับเฟซบุ๊ก ประมาณว่าเจ้าของแบรนด์ หรือ เจ้าของธุรกิจ ก็ไม่ต้องไปนั่งกิน นอนกิน อยู่กับเฟซบุ๊กอีกต่อไป เพราะ โดนดึงเวลาไปมาก

https://konruay.com

ถ้ามองดีๆ “Facebook” คือ บริษัทหรือธุรกิจที่รับลงโฆษณาในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ดึงดูดคนมารวมตัวกันเยอะๆ เพื่อขายสินค้า/บริการ เพื่อลงโฆษณา

โดยสิ่งที่ “Facebook“ ชอบ และ ต้องการมากที่สุด คือ ให้คนมาใช้เวลาร่วมกับ”Facebook” เยอะๆ อย่างมีความสุขสนุกสนาน เพลิดเพลินผ่านกิจกรรมที่ทำ ในรูปแบบต่างๆ

https://konruay.com/

ฉะนั้น ผมคิดว่าจู่ๆใครอยากมาขายของ หรือ ทำโฆษณาในรูปแบบต่างๆชนิดที่ว่าไม่อยากจ่ายเงิน หรือ เสียเงิน อยากใช้ฟรีอย่างสมัยก่อน ผมว่ายาก  เพราะ “Facebook” ก็ต้องการหาเงินเข้ากระเป๋าเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นๆ

ดังนั้น   คนทั่วไปอยากมาขายของสบายๆ  คงไม่ใช่ที่ หากคุณอยากอยู่ในธุรกิจได้แบบยาวนานและยั่งยืน คุณก็ต้องปรับตัว เพราะ เทคโนโลยีมันมีการเปลี่ยนแปลงและไปข้างหน้าเสมอ

วิธีที่ทำให้ Facebook มียอด Reach สูงๆ

เป็นคำแนะนำจากเจ้าของกิจการ ที่ทำด้าน “Social Media Marketing” ดังนี้

1. พยายามสร้างจุดสนใจ หรือ เรียกร้องความสนใจให้ได้มากที่สุด

2. สร้างกิจกรรมให้ทุกคนมีส่วนร่วม สนุกสนาน และ บันเทิง

https://konruay.com

3. รู้จักกลุ่มลูกค้าว่า  ใคร มาจากไหน รวมไปถึง เพศ วัย อายุ ความชอบ หรือ ความสนใจ

4. “Facebook” ต้องการสร้างโซเชียลมีเดีย ให้เป็นเหมือนกับ “ทีวี” หลัๆจึงเน้นในทาง “VDO” มากขึ้น เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าจาก “YouTube” มาลงที่ “Facebook” มากขึ้น เพื่อขอส่วนแบ่งตลาด จึงไม่แปลกที่ “Facebook” จะเน้น”ยอดคอมเมนต์” เพราะใน “YouTube” จะเน้นยอดซับฯ(ก็คือยอดคอมเมนต์)

และ ต่างกันตรงที่ “Facebook” จะเน้นที่ยอดแชร์ ซึ่งYouTube” จะเน้นที่ยอดคนติดตาม แต่ในทางกลับกันFacebook”จะไม่ค่อยเน้นยอดคนติดตามแล้วในปัจจุบัน

เมื่อคุณทราบอย่างนี้แล้วก็จงปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งที่เฟซบุ๊กต้องการ เพื่อความอยู่รอด

5. มีหลายคน กล่าวว่า”Facebook “ นั้นตายแล้ว ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่ เพราะว่าFacebook” เป็นโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดซึ่งใครจะมาโค่นลงก็คงยาก เพราะ เฟซบุ๊กเป็นยิ่งกว่า “Whatsapp” เป็นยิ่งกว่า “แมสเซนเจอร์” ที่มีลูกเล่นหลากหลายมากกว่า

https://konruay.com

ทางฝั่งการตลาดดิจิตอลจึงชอบเฟซบุ๊กมาก เพราะ เขารู้ว่าคนส่วนใหญ่เสพติดเฟซบุ๊กกัน คือ ตื่นเช้าขึ้นมาก็เช็คเฟซบุ๊กแล้ว และ ทำแบบนี้ทุกวัน

ใครๆก็จับจุดตรงนี้ได้”

หน้าที่คุณ ควรคิดทำยังไงให้คนติดตามอย่างต่อเนื่องจนติด พอๆกับเฟซบุ๊กที่ทำให้คนติด ทำยังไงให้คนชื่นชอบอยากติดตามเหมือนติดตามดาราคนโปรด

เขาใช้หลักการหนุ่มจีบสาว ทำยังไงให้สาวสนใจจนจีบติด นี่คือ ยุทธวิธีด้านการตลาดในโลกออนไลน์ที่เขาใช้อยู่

** ปล. แต่ละคนมียุทธวิธีที่ไม่เหมือนกันนะคะ  เพราะ ขึ้นอยู่กับความถนัดและไลฟ์สไตล์

ส่วนโมเดลในการสร้างแบรนด์ เขาก็ได้ ยุทธวิธีมาจาก ”ไนกี้” ซึ่ง “สตีฟ จ็อบส์” ก็ใช้หลักการเดียวกัน

ทีนี้ ุกท่านโปรดสังเกต นักขาย หรือ คนที่ทำการตลาดเก่งๆ คนกลุ่มนี้เขาจะทำให้คนไม่รู้สึกอึดอัด และ คนก็จะไม่รู้สึกถึง ตัวเขาเองกำลังถูกขายของอยู่ เพราะ เขารู้ว่ามนุษยส่วนใหญ่จะเน้นที่ความพอใจเป็นหลัก

ดังนั้น  บางธุรกิจจึงเน้นไปที่อารมณ์ความรู้สึกคนเป็นหลัก ถ้าไปแตะจุดความพึงพอใจ เขาก็ซื้อ คือเรียกว่า “โดนใจ” มันเป็นเรื่องของจิตวิทยาร่วมด้วย

คุณอย่าลืมนะครับ เฟซบุ๊ก เขามีทีมวิจัยที่ทำงานร่วมกับทีมจิตวิทยา เพื่อ ทำโปรดักส์ให้โดนใจมนุษย์มากที่สุด  ซึ่งเป็นศาสตร์ขั้นสูงมาก  แม้แต่ตัวอิโมจิต่างๆ ไลค์ แชร์ หรือ ฟีด

https://konruay.com

6. อย่าเพิ่งดีใจที่มียอดฟอลโล่เยอะๆ เพราะ นั่นเป็นแค่จำนวนตัวเลขเท่านั้น แต่หากยอด “Engagement”น้อย ก็ยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ คุณต้องคิดว่าทำยังไงให้คนติดตามจนมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยกันในคอมเมนต์รวมไปถึงจนกระทั่งการแชร์ และ กลายเป็นลูกค้าคนสำคัญในที่สุด

ถ้าคุณไม่สามารถทำในจุดนี้ได้มันก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจคุณในระยะยาวแน่ เพราะ สมัยก่อน”Facebook” เขาดูยอดฟอลโล่ คนก็ไปซื้อยอดฟอลโล่กัน

ปัจจุบัน

มีทั้งเพจหรือเว็บไซต์บางที่จ้างให้คนไปเขียนเฟครีวิวว่าได้ใช้สินค้า เพื่อเป็นการอวยสินค้าตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นใจ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย (เรียกได้ว่า เป็นหน้าม้าของร้านตัวเองเต็มๆ) และ ยังมีรีวิวสินค้าตามเว็บไซต์ต่างๆที่จ้างให้คนเขียนรีวิวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตัวเอง ซึ่งในกลุ่มที่จ้างให้คนอื่นรีวิวก็ถือว่าเป็นการโฆษณาในอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น โฆษณาผ่านเน็ตไอดอลดังๆ หรือ Vlogger หรือ Blogger ดังๆ เป็นต้น

https://konruay.com

7. ทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจ เรื่องที่เด่นๆ ได้แก่ (1) คอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ (2) คอนเทนต์ลักษณะการให้ข้อมูล และ (3) คอนเทนต์ที่ให้ความรู้และการศึกษา ( ซึ่งในข้อ (3) ทุกแบรนด์จะทำได้ดี แต่แบรนด์บางที่ส่วนใหญ่จะขาดใน 2 ข้อแรก)

8. ทำ “Facebook”ให้เป็นโซเชียลมีเดีย อย่างที่ “Facebook” ต้องการ อย่างลงคอนเทนต์อะไรที่มันยาวๆ ที่มีเนื้อหามากเกินความจำเป็น เพราะ นั่นมันไม่ใช่ลักษณะของโซเชียล

โซเชียลในที่นี้ หมายถึง การพูดคุย  การแสดงความคิดเห็นไปมา หากใครกดไลค์ก็ให้คุณไปคอมเมนต์ขอบคุณท่านนั้น นี่คือ ทริคอย่างหนึ่งที่ได้ยอด”Engagement”

https://konruay.com

 

9. สร้างกลุ่ม ที่ไม่ใช่เพจ สำหรับกลุ่มคนที่มีความสนใจอย่างเดียวกัน หรือ สร้างกลุ่มอะไรสักอย่างตามความสนใจสะดวกในการใช้งาน  ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยให้คนเห็นโพสต์ได้มากขึ้น เพราะ คอนเซ็ปต์ “Facebook”คือ ครอบครัว , เพื่อน รวมไปถึงการสร้างกลุ่ม ก็จะมองเห็นโพสต์ได้ ถ้าใครคิดจะสร้างเพจในเชิงธุรกิจก็ลองเปลี่ยนเป็นการสร้างกลุ่มน่าจะดีกว่า (กรณีมือใหม่ที่ไม่เก่งมาก

10. ถ้าทำได้ควรมี “Facebook Live” อาทิตย์ละครั้ง ก็จะดีมาก

ทำไมหลายธุรกิจจึงชอบลงโฆษณากับเฟซบุ๊ก?

เฟซบุ๊กเก่งมากในเรื่องการเจาะกลุ่มลูกค้า เพราะ เห็นทั้ง ชื่อ เพศ วัย การศึกษา อาชีพ อายุ เพื่อน  เพื่อนของเพื่อน ครอบครัว ลักษณะนิสัย รูปถ่าย ซึ่งดูจากโปรไฟล์ทั้งหมด รวมไปถึง การคลิกไลค์ การเสิร์ช การโพสต์เรื่องราวต่างๆ ความสนใจในชีวิตประจำวัน  พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หรือ แม้แต่ข้อความการสนทนา ง่ายๆคือเขาเห็นความเป็นตัวตนของทุกคนหมด

https://konruay.com

ยกตัวอย่าง

บริษัทที่ขายสกี อยากลงโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก เขาก็จะรู้ว่ากลุ่มไหนมีความสนใจในเรื่องสกี ผ่านการพูดคุยกันของคนในกลุ่ม รวมไปถึงภาพถ่ายต่างๆ และ การแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับสกีไปยังกลุ่มคนที่มีความสนใจอย่างเดียวกัน ที่มีการพูดคุยกัน

ซึ่งทางเฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยกับ NBC News” ดังนี้

เฟซบุ๊ค   ยอมรับว่า  ได้เห็นข้อมูลการสนทนาทุกอย่าง ผ่าน แอป”Messenger” ที่ทุกคนใช้ในการสื่อสารกัน ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะว่า  เฟซบุ๊กต้องการสอดแนมในกลุ่มหรือตัวบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กในทางที่ไม่ดี  และ เพื่อสอดแนมกลุ่มก่อการร้าย รวมไปถึง มัลแวร์ ทั้งนี้ทางเฟซบุ๊กไม่ได้กระทำเพื่อหวังผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด รวมไปถึงการยิงโฆษณา (Ads)

ส่วนคนที่ไม่อยากให้เฟซบุ๊กเห็นข้อความการสนทนา สามารถทำได้ดังนี้

ให้คุณคลิกเข้าไปตรงรูปภาพคนที่คุณจะส่งข้อความไปถึง จากนั้นให้เข้าไปตรง คำว่า “Secret Conversation” คลิกตรงนี้

https://konruay.com

เสร็จแล้วให้คุณพิมพ์ส่งข้อความไปได้เลย  ส่วนคนที่เห็นข้อความทั้งหมดในการสื่อสารก็จะมีแต่คุณ และ ผู้ที่คุณส่งไปถึงเท่านั้น เฟสบุ๊คก็จะไม่เห็น

ตัวอย่าง

https://konruay.com

อดีตคนที่เคยทำงานกับเฟซบุ๊กมองเฟซบุ๊ก” อย่างไร?

Sean Parker” อายุ 38 ปี  –  อดีตผู้บริหาร Facebook

https://konruay.com

: มีรายได้อยู่ที่ $2.7 billion กล่าวว่า “Facebook“ ได้สร้างโปรดักส์เพื่อให้คนติดจนถึงขั้นเสพติด

Sandy Parakilas” (CSO)

: มีรายได้ไม่ต่ำกว่า  $6 million กล่าวว่า ในทุกครั้งที่คนใช้แอในเฟซบุ๊ก ตอนเริ่มต้นมักจะมีคำถามให้ตอบรับเงื่อนไขซึ่งเป็นการขออนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล อีเมล ลิสรายชื่อเพื่อน และ รูปถ่ายต่างๆ และ เมื่อไหร่ที่คุณตอบรับ”คำขอ” และ “อนุญาต” ขั้นตอนต่อไปในข้อมูลส่วนนี้ ก็จะถูกส่งไปยังผู้ที่พัฒนาแอต่อไป

https://konruay.com

และ ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ก็จะไม่ได้อยู่ในการควบคุมดูแลของเฟซบุ๊กอีก กล่าวคือ เฟซบุ๊กต้องการสร้างแอให้เข้าถึงความพึงพอใจ หรือ ความต้องการของผู้ใช้งาน รวมไปถึงฟีดต่างๆ เพราะ เป็นการช่วยให้เฟซบุ๊กมีรายได้มากยิ่งขึ้น คือ บางแอปมันฉลาดมากในการนำข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์ในการตัดสินใจของแต่ละคนในการกระทำสิ่งต่างๆ

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมหลายที่จึงชอบมาลงโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก

ซึ่งในบางเรื่องผมคิดว่าเฟซบุ๊กน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เช่น เรื่องการปกป้องข้อมูลบัญชีส่วนตัวผู้ใช้ไม่ให้รั่วไหลออกไป

ยกตัวอย่าง เคส Cambridge Analytica” ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

Chamath Palihapitiya” อายุ 42 ปี VP

: มีรายได้อยู่ที่ $1.2 billion กล่าวว่า

https://konruay.com

ในสังคมปัจจุบัน นจะมีความอดทนน้อยลง โดยสื่อแวดล้อมสร้างสังคมให้เป็นเช่นนี้  เพราะ  การสร้างสัมพันธ์ที่แท้จริงในสังคมไม่ใช่ผ่านการไลค์ หรือ การตอบคอมเมนต์ผ่านโลกออนไลน์ และ นั่นจะทำให้โลกแห่งความเป็นจริงของคุณพัง คนจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองเพราะการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับผู้อื่นเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย (กดไลค์)

ซึ่งตัวผมก็หยุดใช้เฟซบุ๊กมานานหลายปีแล้ว ผมก็ใช้เวลากับ เพื่อนฝูง และ ครอบครัวได้ตามปกติ

ในสมัยก่อนผมก็เคยมีบัญชีเฟซบุ๊กเหมือนกัน

ตลอดระยะเวลา ปี  ผมโพสต์ข้อความ ไปแค่ 5 ครั้งได้ เพราะ ผมคิดว่าไม่อยากให้ใครมาโปรแกรมผมก็เลยเลิกใช้เพราะไม่มีความจำเป็น มันเหมือนกับว่าเป็นการสร้างวงจรชีวิตใหม่ให้กับคน เช่น ไลค์ ไม่ไลค์

และ ส่วนตัวผมก็ไม่ยอมให้ลูกใช้โปรแกรมนี้เลยครับ

https://konruay.com

 

ผมจะรอให้เขามีความพร้อมเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบก่อน  ในตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาแล้วครับ  เพราะ  เวลาพูดคุยกันผมอยากให้ลูกผมรู้จักการสบตามองหน้าเวลาคุยกัน ไม่ใช่ก้มหน้ามองแต่สกรีน ผมอยากให้เขาเข้าใจการแก้ปัญหาในทักษะการใช้ชีวิตจริงมากกว่า ไปเสียเวลากับอะไรก็ไม่รู้

https://konruay.com

https://konruay.com

โลกในสกรีนมันไม่ใช่โลกจริงทั้งหมดนะครับ  เพราะ  ถ้าทำงานมีการติดต่อสื่อสารในด้านธุรกิจอะไรก็ตามสมควรมีได้ครับ  ซึ่งผมไม่ห้าม

แต่ถ้าอายุยังน้อยอยู่  การตัดสินใจในหลักเหตุผล การบังคับตัวเอง รวมไปถึงความรับผิดชอบยังไม่เยอะเท่าที่ควร  ผมมองว่าไม่น่าเหมาะเท่าไหร่

https://konruay.com

https://konruay.com

ในวัยเด็กนั้น  สกิลในการเรียนรู้โลกจริง สังคมจริง ความรู้จริง รวมไปถึงทักษะในด้านกีฬาความชอบส่วนตัว ในการค้นหาตัวเอง น่าจะทำได้ดีกว่าโลกสกรีนเยอะครับ  เพราะ  ในบางคนถึงขั้นเสพติดโซเชียลเลยก็มี

มีหลายคนถามผมว่า  ลูกจะไม่ล้าหลังคนอื่นหรอ ในด้านเทคโนโลยี?

รุ่นผมเกิดมาก็ไม่รู้จักเฟซบุ๊กอะไรนะครับ แม้แต่สมาร์ทโฟนก็ยังไม่มี ผมก็ยังเรียนรู้ในการใช้งานได้เลย เพราะ มันไม่ยากอะไรขนาดนั้น

https://konruay.com

https://konruay.com

 

บางคนคิดว่าตัวเองฉลาดจบจากสแตนฟอร์ด แต่ถ้ายังเช็คกล่องข้อความตลอดเวลา และ นั่นก็น่าจะเรียกว่าถอยหลังลงแล้วแบบนั้น

บุคคลที่ทำงานกับเฟซบุ๊กในปัจจุบัน มองเฟซบุ๊ก” อย่างไร?

Sheryl Sandberg “ อายุ 49 ปี – COO

ได้รับเงินเดือนต่อปี อยู่ที่ $25.2 million (ในปี 2017) และ มีเงินรายได้รวมกว่า $1.6 billion (ปี 2018) ทำงานกับเฟซบุ๊กมาตั้งแต่ ปี 2007

https://konruay.com

 

กล่าวว่า   เรามีฟีดหนึ่งที่ทำให้ทุกคนสามารถค้นหาเพื่อน ผ่าน ชื่อ นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งถือว่าดีมากๆ

ตอนนี้เราโฟกัสไปที่ข้อมูลส่วนตัวบัญชีผู้ใช้ ในแอปต่างๆว่าได้นำข้อมูลไปใช้ด้านไหน อย่างไรบ้าง เพราะ ที่ผ่านมาเรารู้สึกเสียใจมาก ที่ไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนตัวบัญชีผู้ใช้ได้ไม่ดีพอ ซึ่งทางMark Zuckerberg” ก็รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่แพ้กัน

 

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

เรามีการปิดบัญชีรายชื่อผู้ใช้ ทั้งกลุ่ม รวมไปถึงเพจต่างๆ มากมาย เพื่อหยุดการใช้งานโดยทางมิชอบ ซึ่งในส่วนนี้ทุกท่านสบายใจได้เลย แม้เราอาจดำเนินการล่าช้าไปบ้าง แม้แต่รูปภาพอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเราก็จะไม่ปล่อยผ่านออกมาง่ายๆ

Chris Cox” อายุ 36 ปี – CPO

ตัวผมได้ไอเดีย “Facebook Live” มาจากการใช้ชีวิตของผู้คนที่ชอบดูอะไรที่เรียล เพื่อนำผู้คนมารวมตัวกันในความชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน หรือ ที่มีความสนใจอย่างเดียวกัน

https://konruay.com

 

ผมพยายามคิดถึงการใช้งานไม่ให้มันยุ่งยากหรือมีความซับซ้อน  ผมเห็นทุกคนที่ใช้ก็ชอบกันหมด มันช่วยสร้างประสบการณ์อันแปลกใหม่ให้กับพวกเขาครับ   คล้ายๆกับทีวีที่มีการถ่ายทอดสดมันตื่นเต้นมากครับ เพราะ เราได้เห็นทุกอย่างทั่วโลกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

https://konruay.com

https://konruay.com

 

ตัวอย่าง  “Facebook Live”  ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าง  งานปาร์ตี้  , งานฉลองวันเกิด ,  การออกกำลังกาย, วันว่างการใช้ชีวิตของผู้คน หรือ  นักกีฬา , งานถ่ายทำเบื้องหลังต่างๆ  , เกมโชว์ , การทำอาหาร ,  โดรนไลฟ์สด ,  การถ่ายทอดสดข่าวสารต่างๆซึ่งบางที่เปิดให้ดู ตลอด 24 ชม. ซึ่งมันทำให้คนเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์จริง ทุกคนชอบมากครับ

ตัวผมมีลูก 18 เดือน ผมก็ใช้ ”Facebook Live “เพื่อโชว์เพื่อน และ ญาติพี่น้องของผมครับ

https://konruay.com

Facebook” ในตัวคอนเซ็ปต์ไอเดียจริงๆ คือ เราต้องการสร้างกลุ่มเพื่อน หรือ ชุมชน ให้มีความสัมพันธ์เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ได้รับรู้ความเคลื่อนไหว และ ความเป็นไปของแต่ละคนว่าเป็นยังไงบ้าง

แนวโน้มในโลกอินเตอร์เน็ตทุกคนจะรับชมสิ่งต่างๆ ผ่านทางวีดีโอและรูปภาพมากขึ้น และ ข่าวกรองของเราก็ทำได้ดีมากขึ้น เพราะ เรามี AI เข้ามาช่วยเหลือ หากเจอบัญชีปลอม เราพบ เราลบทิ้งหมด ,   ข่าวลวง เรื่องหลอกลวง เราพบ เราลบทิ้งหมด , คลิกเบต คอนเทนต์สแปมเราลบทิ้งหมด , เฟซบุ๊ก ISIS หรือ เกี่ยวกับพวกก่อการร้าย หรือ สร้างความเกลียดชัง เราพบ เราลบทิ้งหมด

ผมต้องขอออกตัวก่อนว่าแม้ในบางอย่างโปรแกรมที่ยังไม่สมบูรณ์ 100%  แต่เรากำลังพัฒนาให้ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ และ ที่เรากำลังโฟกัสอยู่มากๆ ณ เวลานี้ คือ  “ให้คนได้มีส่วนร่วมในการสนทนากันมากขึ้น”

https://konruay.com

เพราะอะไร ?

ทุกคนลองคิดอย่างนี้นะครับ สมมุติว่าคุณไปรับประทานอาหารกับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว  ใครๆก็อยากพูดคุย อยากเล่า  อยากแชร์เรื่องราวต่างๆ ให้กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวฟัง เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีทุกอย่างร่วมกัน

เพราะฉะนั้นแล้ว   เราจึงอยากใช้แพลตฟอร์มนี้  ให้กับทุกคนได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น  สร้างความรู้สึกดีๆให้กันและกันมากขึ้น  เข้าใจกันมากขึ้น  รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากครอบครัวได้มากขึ้น  ได้ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างผ่านทางกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำร่วมกันมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษที่มีต่อกัน

https://konruay.com

ในอีก 5 ปีข้างหน้า  ส่วนตัวผมมองว่าอินเตอร์เน็ตเทรนด์ “VDO” ผ่านทางสมาร์ทโฟน  มีแนวโน้ม ที่จะทำได้ดีกว่าสื่ออื่นทั่วไป 

ฉะนั้นแล้ว “Facebook” เราจึงอยากให้ความสำคัญในเรื่องนี้ครับ

https://konruay.com

“แบรนด์ดัง” ที่เคยลงโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก  มีดังนี้

Samsung – $100 million

P&G – $60 million

Microsoft – $35 million

Amazon – $30 million

Verizon – $30 million

Nestle – $30 million

Unilever -$30 million

American Express – $25 million

Capital One – $20 million

eBay – $20 million

AB Inbev – $15 million

Visa – $15 million

Intuit – $10 million

L’Oreal – $10 million

Mastercard – $10 million

Coca-Cola , Ford, Dell ,Walmart , Starbucks , Disney ,Victoria’s Secret , HSBC , McDonald , Nike , และ Sony ฯลฯ

https://konruay.com

สรุป

เงินรายได้ของเฟซบุ๊กทั้งสิ้นส่วนใหญ่ จึงมาจากโฆษณา  กว่า 98%

โดย “Mark Zuckerberg” CEO และ ผู้ก่อตั้ง ”Facebook “ ชาวอเมริกัน – อายุ 34 ปี  มีเงินรายได้ปัจจุบัน อยู่ที่ $55.4 billion

เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา “Mark Zuckerberg” เคยมีเงินรายได้ สูงถึง $82.4 billion ซึ่งทำให้เขาติดอันดับเศรษฐีผู้ร่ำรวยมากที่สุดเป็น อันดับ 3 ของโลก ซึ่งแซงหน้า “Warren Buffett” นักลงทุนชื่อดัง ที่ท่านมีเงินรายได้อยู่ที่ $81.2 billion 

แต่ในขณะเดียวกัน และ ภายในเดือนเดียวกันนั้น  ได้มีข่าว  Cambridge Analytica” ซึ่งทำให้หุ้น Facebook ร่วงกว่า 20% และ เงินรายได้ ของ“Mark Zuckerberg” จาก $82.4 billion  ร่วงไปที่ $55.4 billion  จากอันดับ 3 ได้ตกลงไปอยู่ อันดับ 8 ของเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งจัดอันดับ Real-Time โดย “Forbes”

ทาง “Mark Zuckerberg”  ได้กล่าวว่า  ในปัจจุบัน เรามีเคมเปญใหม่เกิดขึ้นในการต่อสู้กับข่าวเท็จที่ออกมา เรามีหน่วยงานคัดกรองข้อมูลแอปที่แย่และไม่ประสงค์ดีเราตัดทิ้งทั้งหมด

https://konruay.com

เมื่อปี 2017 “Facebook”  มีเงินรายได้จากค่าโฆษณา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น อยู่ที่ $40.6 billion

และ เดือนกรกฎาคม ปี 2018 “Facebook”  มีเงินรายได้จากค่าโฆษณา อยู่ที่ $39.9 billion

 

https://konruay.com

3 นักเทนนิสชายที่มีรายได้มากที่สุดในโลก

3 นักเทนนิสชื่อดังที่มีเงินรายได้มากที่สุดในโลก ได้แก่ “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์-$450 million” ,โนวัโควิช-$200 million” และ “ราฟาเอล นาดาล-$180 million” ซึ่งเงินรายได้เหล่านี้ยังไม่รวมกับเงินรายได้พิเศษจากการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา หรือ แต่ละปีก็ได้เพิ่มมาอีกจากเงินรางวัลการแข่งขันในแมตช์ต่างๆ เช่น เงินรางวัลชนะเลิศจากวิมเบิลดัน-$2,250,000 , เงินรางวัลชนะเลิศจากเฟรนช์โอเพน- $2,546,606 , เงินรางวัลชนะเลิศจากออสเตรเลียนโอเพน- $2,845,600 และ เงินรางวัลชนะเลิศจากยูเอสโอเพน- $3,800,000 รวมไปถึงเงินรายได้ค่าเหนื่อยประจำปีอีก

*ปล. ใช้ัตราแลกเปลี่ยนของ วันที่ 14-10-2018

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer)

มีเงินรายได้ อยู่ที่ $450 million ที่ยังไม่รวมรายได้จากพรีเซนเตอร์โฆษณา อย่าง Mercedes-Benz , Lindt, Barilla, Wilson, Rolex, NetJets, Gillette , ซึ่งสมัยก่อนได้ดีลกับ Nike อยู่ที่ $120 million  และ แบรนด์ Uniqlo เซ็นสัญญา 10 ปี อยู่ที่ $300 million  ฯลฯ

“โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”  เป็นนักเทนนิสมือวาง อันดับ 2 ของโลก – ได้ค่าเหนื่อยต่อปี อยู่ที่ $77.2 million   โดยนิตยสาร Forbes จัดให้อยู่ อันดับ 1 ของนักเทนนิส ที่ได้เงินเดือนต่อปีมากที่สุดในโลก

และ อยู่ใน อันดับ 2 ของนักเทนนิส ที่กวาดเงินรางวัลไปมากที่สุดในโลก เป็นจำนวนเงินถึง $117,773,812

ผลงาน ของ “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” ในแกรนด์สแลม

คว้าแชมป์-เฟรนช์โอเพน 1 ครั้ง 

คว้าแชมป์- วิมเบิลดัน 8 ครั้ง

คว้าแชมป์-ออสเตรเลียนโอเพน 6 ครั้ง

คว้าแชมป์-ยูเอสโอเพน 5 ครั้ง

โดยรายได้ส่วนใหญ่ ของ“โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” ร่ำรวยมาจากเงิน Sponsor ถึง 92%

https://konruay.com

https://konruay.com

 

ประวัติ“โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” เป็นนักเทนนิสอาชีพ จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 37 ปี สูง 185 ซม. หนัก 85 กิโลกรัม พูดได้ 5 ภาษา คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาเลี่ยน และ สวีดิช

https://konruay.com

เขาเริ่มเล่นเทนนิสมาตั้งแต่ อายุ 8 ขวบ คิดจะเล่นแบบจริงๆจังๆเป็นอาชีพตอน อายุ 16 ปี และ คว้าแชมป์ในรุ่นจูเนียร์มาครองได้สำเร็จ

ในช่วงแรกๆที่เขามาเล่นเทนนิสอาชีพนั้น  เขาก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่พอได้แชมป์ เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น และ คิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้

ทางครูฝึก ของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” ในสมัยเด็ก   กล่าวว่า  ในช่วงที่เขามาฝึกเทนนิสในสมัยแรกๆ เขาได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า”เขาจะเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกให้ได้”

https://konruay.com

https://konruay.com

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”  กล่าวว่า  การจะเป็นนักเทนนิสได้นั้น  ผมต้องเสียสละเยอะมากมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะในช่วง อายุ 14 ผมต้องออกจากบ้านเพื่อไปฝึกซ้อมต่างบ้านต่างเมือง และ มีบ้างที่ผมคิดถึงบ้านอยากกลับบ้านตลอดเวลา แต่ผมก็ต้องปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อมที่นั่น

ในช่วงที่ผมยังเด็กอยู่  ผมเป็นคนที่ใจร้อนมาก  หากอะไรไม่ได้ดั่งใจขณะที่เล่นเทนนิส  ผมจะแสดงอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ออกมา คือ  โมโหร้าย อารมณ์เสีย ขว้างปาไม้เทนนิส ร้องห่มร้องไห้

ในฝั่งคุณพ่อคุณแม่ของผม ท่านไม่เคยเสียใจเลยหากลูกพ่ายแพ้ในเกมการแข่งขัน    แต่ท่านจะเป็นห่วงและกังวลใจ ในเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์ของผมที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ที่มันมากไปหรือเกินความพอดี

ท่านจะสอนให้ผมเรียนรู้ผ่านความพ่ายแพ้   และ  ความผิดหวัง ให้ถามตัวเองเสมอว่า ทำไมเราถึงแพ้   เราพลาดตรงไหนก็ให้แก้ไขตรงนั้นให้ดีขึ้น   พยายามพัฒนาจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็งให้ได้  หากผมไม่พัฒนาตัวเอง ผมก็ไม่วันที่จะชนะ

https://konruay.com

ส่วนตัวผมมีความรู้สึกดีใจมากที่ครอบครัวคอยให้กำลังใจ และ คอยสนับสนุนผมเป็นอย่างดี รวมไปถึงในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ  ท่านได้ให้คำแนะนำต่อผมหลายอย่าง  ซึ่งที่บ้านผมก็ไม่ได้กดดันอะไรมาก  ส่วนในเรื่องภาวะอารมณ์นั้นผมก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ คือ นิ่ง และ สุขุมมากขึ้น

ส่วนเพื่อนๆที่เคยเล่นเทนนิสมาด้วยกันตั้งแต่สมัยวัยรุ่น กล่าวว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากในการเล่นเทนนิสมาก  เขาเล่นได้ดีและมีความโดดเด่น  ซึ่งใครๆก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า”เขามีอนาคตไกลและไปได้ไกลแน่ๆ”

จริงๆในช่วงแรก พวกเราก็ไม่คิดว่าเขาจะเล่นได้ดี   ผิดคาดคือเขาฝึกหนักทั้งในด้านร่างกายและจิตใจที่ต้องปรับเปลี่ยเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น และ พัฒนามากขึ้นในจุดอ่อนที่เขามี

https://konruay.com/

https://konruay.com

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”  ในวัย 21 ปี  เขาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมในครั้งแรกถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

เขาได้กล่าวเอาไว้ว่า   “ในที่สุดผมก็ทำได้”   ตัวผมเองเห็นคุณค่าของชัยชนะมากกว่าตัวเงิน ซึ่งการเล่นเทนนิสของผมนั้นออกมาจากความรักล้วนๆมากกว่าสิ่งอื่นใด

แม้ในบางครั้งผมตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรอง  แต่ผมจะคิดอย่างเดียวว่าเราต้องสู้ในถึงที่สุด และ ทุกครั้งในการเล่นเทนนิสของผม คือ ผมจะคิดเสมอว่าผมต้องเล่นให้ดีกว่าเดิมให้ได้ ซึ่งผมคิดแค่นี้จริงๆ

จุดอ่อนของผม คือ การเล่นในสนามดิน ซึ่งผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ คนที่ถนัดและเก่งมาก คือ “ราฟาเอล นาดาล” ผมจะถนัดในการเล่นที่คอร์ตหญ้ามากกว่า ซึ่งตรงนี้ผมก็พยายามฝึกซ้อมให้หนักขึ้นและบอกกับตัวเองว่า เราต้องเล่นให้ดีมากขึ้นกว่าเดิมให้ได้

ผมขอพูดตรงๆ นะครับ  ในบางครั้งผมก็รู้สึกกดดันเหมือนกัน เพราะ ทุกคนคาดหวังในตัวเราว่าต้องชนะ และ คว้าแชมป์ในทุกสนามได้  แต่ในความเป็นจริง  มันก็ทำได้ยากเหมือนกัน

https://konruay.com

ตัวผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา ยุติธรรม  ไม่เล่นตุกติกในการแข่งขัน เพราะ ผมรู้ว่ามีเด็กหลายคนคอยติดตามดูผมอยู่ 

ผมมีความตั้งใจเอาไว้ว่าจะเป็นต้นแบบของนักเทนนิสที่ดีให้กับพวกเขาครับ  คือ ผมให้เกียรติในอาชีพนี้มาก และ คนที่อยากจะมาทำในอาชีพนี้ ผมก็อยากสร้างแรงบันดาลใจที่ดีให้กับพวกเขาครับ

https://konruay.com

จุดเด่นในการเล่น ของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คือ ความเร็ว และ ความสม่ำเสมอในการฝึกซ้อม มีการเล่นที่อยู่ในระดับท็อปอย่างได้มาตรฐาน ถือว่าเป็นนักเทนนิสที่ทรงคุณค่า ที่ทุกคนต่างให้การยอมรับและให้เกียรติ

https://konruay.com

https://konruay.com

มารดาของโรเจอร์ เฟเดอเรอร์กล่าวว่า ในวัยเด็ก เขาเป็นคนที่กระตือรือร้น เต็มไปด้วยพลังเป็นคนชอบเล่นกีฬา แอคทีฟมาก เขาเป็นคนชอบเล่นกีฬาฟุตบอล รักบี้ ปิงปอง และ เทนนิส ซึ่งในมือของเขาจะมีลูกเทนนิสติดตัวตลอดเวลา

ในวันเสาว์ อาทิตย์ พวกเราจะพาเขาไปเล่นเทนนิสตลอด ซึ่งที่นั่นก็จะมีทั้งสนามฟุตบอลและสนามเทนนิสอยู่ติดกัน ทางบ้านก็จะให้เขาเลือกเองว่าเขาชอบเล่นอะไรมากที่สุด

https://konruay.com

เขาเลือกเล่นเทนนิสและได้เข้าศูนย์ฝึกอย่างจริงจัง เป็นเวลา 3 เดือน เมื่อตอนอายุ 14 ปี แรกๆที่บ้านก็ติดต่อเขาตลอดผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งโทรหาเขาถึง วันละ 2 ครั้ง

เพราะ  เขาคิดถึงบ้านและอยากกลับบ้าน  พวกเรา(พ่อแม่) ก็ให้เวลาเขา 2 ปี ดูสิว่าจะเป็นยังไงในเส้นทางสายนี้  แรกๆก็เป็นห่วงเหมือนกันในสภาพจิตใจ   แต่ก็พยายามให้กำลังใจเขามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

https://konruay.com

บิดาของโรเจอร์ เฟเดอเรอร์  กล่าวว่า  ผมอยากให้เขาลองทำดูก่อนและให้โอกาสตัวเอง  อย่าเพิ่งไปปิดโอกาสตัวเองทั้งๆที่ยังไม่ได้ลองทำดู  ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ยังสับสนอยู่ครับ และ ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่

แม้ในความเป็นจริงเขาเล่นกับลูกเทนนิสมา ตั้งแต่ 3 ขวบแล้ว โดยการตีลูกอัดกับพนังเป็นชั่วโมงๆไม่มีเบื่อ ซึ่งผมรู้จักเขาดี

ลายคน กล่าวว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” เป็นคนสุภาพ เฟรนลี่ มีอารมณ์ขัน ตอบคำถามเวลาสัมภาษณ์ได้ดี  รู้จักการให้เกียรติผู้เข้าร่วมแข่งขันท่านอื่น

https://konruay.com

 

Alexander Zverev” นักเทนนิสจากเยอรมนี วัย 21 ปี

ได้กล่าวว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”   เคยให้คำแนะนำเขาหลายอย่างในการเล่นเทนนิส  ดังนี้

“เวลาลงแข่งในแต่ละครั้งอย่าไปมองที่อันดับให้มากนัก ว่าใครอยู่ในอันดับไหนของโลก ให้มองไปยังเกมการแข่งขันในแต่ละเกมมากกว่า  ควรตั้งใจเล่นให้ดีในทุกๆเกม  จริงๆเขาสอนผมเยอะมาก เพราะ  เขารู้ว่าไม่มีใครเล่นเทนนิสได้ตลอดไป  พอถึงเวลาหนึ่งจุดหนึ่งก็ต้องหยุด”

https://konruay.com

ฉะนั้น  เขาจึงอยากส่งผ่านสิ่งดีๆทั้งความรู้ความสามารถที่เขามีในทักษะต่างๆมายังตัวผม  คือ เขาอยากเห็นผมประสบความสำเร็จในวงการนี้ครับ 

จริงๆผมเป็นแฟนคลับของเขามาตั้งแต่ อายุ 5 ขวบแล้ว   ผมเฝ้าติดตามในการเล่นของเขามาโดยตลอด  ซึ่งมีอยู่ช่วงที่พวกเราได้เจอกัน  ผมขอเขาถ่ายรูป  เขาส่งยิ้มให้ผม พร้อมพูดกลับมาเป็นภาษาเยอรมัน  ซึ่งในตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าชาวสวิสเขาพูดภาษาเยอรมันได้ด้วย

ซึ่งเขากล่าวว่า   “ถ้าผมฝึกหนัก วันหนึ่ง ผมและเขาอาจได้เจอกันในสนามแข่งอาชีพก็ได้”

https://konruay.com

https://konruay.com

มีคนถาม “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”  มีลูกอยากให้ลูกเป็นนักเทนนิสอาชีพหรือไม่ ?

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”  ตอบว่า

ก็ขึ้นอยู่กับลูกครับ ถ้าเขารักชอบที่จะมาทางนี้ ผมยินดีสนับสนุนซึ่งเทนนิสก็เป็นกีฬาที่ดีนะครับ

และ  ผมจะสอนเขาว่าให้รู้จักการเรียนรู้ผ่านความผิดหวัง  ผิดพลาด  ล้มเหลว หรือ  คำว่า”พ่ายแพ้ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่มีใครไม่เจอ เพราะ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และ ถ้าเราเจอกับเรื่องพวกนี้ ก็บอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เอาใหม่ เริ่มใหม่ได้เสมอ  เพื่อเราจะมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นและแข็งแกร่งมากขึ้น คือ มันช่วยพิสูจน์ว่าเราเองว่าไม่ใช่คนอ่อนแอหรือยอมพ่ายแพ้อะไรง่ายๆ

https://konruay.com

ถ้าเรามีฝันก็จงทำตามฝันของตัวเองให้ได้ ไปล่ามันมา พร้อมให้เกียรติผู้อื่น และ ยุติธรรม

หลายคนมักจะกลัวที่จะพ่ายแพ้ หรือ ล้มเหลว แต่ให้เราเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะ ความพ่ายแพ้ หรือ ล้มเหลว เป็นสิ่งที่สอนเราได้ดีกว่าการมีชัยชนะ เพราะ เราจะเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม เก่งมากขึ้นกว่าเดิม ซ้อมหนักและเข้าใจเกม ยุทธวิธีการเล่นมากขึ้นกว่าเดิม มีความพยายามมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ถอยหลังกับอะไรง่ายๆ

https://konruay.com/

 

ท้ายที่สุด แม้เราทำดีแล้วและเต็มที่แล้ว แต่ผลที่ได้ไม่ออกมาอย่างที่หวัง ก็จงสู้ต่อไป เพราะ เด็กหลายคนมักจะกลัวตรงนี้กันและไม่ได้ไปต่อ คือ หยุดพัฒนาตัวเอง

คิดง่ายๆแม้จะได้ชัยชนะมา แต่หากไม่มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็ต้องแพ้อยู่ดี  จริงไหม? และ เวลาลงแข่งก็ไม่ต้องไปเคร่งเครียดอะไรมาก ทำใจให้สบายๆ รีแลกซ์ และ ให้เล่นอย่างมีเป้าหมายเสมอ

https://konruay.com

อีกอย่าง ต้องรักในเทนนิสก่อน   เรียนรู้ให้ไว  ซ้อมหนัก  มีเป้าหมายในการเล่นตลอดเวลา ให้เชื่อฟังคำแนะนำของโค้ช  ฟังคำแนะนำของครอบครัว พ่ายแพ้ผิดพลาดได้ไม่ต้องไปคิดมาก  ให้เอาใหม่

สำคัญมาก  หากคุณเรียนรู้ในเรื่องการออกกำลังกายอย่างถูกต้องมาตั้งแต่เริ่มต้นจะดีมาก

โนวัโควิช (Novak Djokovic)

มีเงินรายได้มากกว่า $200 million ที่ยังไม่รวมรายได้จากพรีเซนเตอร์โฆษณา ราวๆ $22 million  ยกตัวอย่าง เช่น  Adidas ($4 million) ,Uniqlo ,Peugeot , Seiko ($5 million) ฯลฯ และ ธุรกิจส่วนตัว 

ตัวอย่าง เงินรายได้

จากกระเป๋าเทนนิส และ ไม้เทนนิสที่เขาใช้อยู่ ได้เงินเพิ่มปีละ $7.5 million  ดีลถึง ปี 2023

จากลาคอส ได้เงินเพิ่มปีละ $9.4 million ดีลถึง ปี 2022

สรุป เงินรายได้ จาก Sponsor ของ โนวัโควิช” อยู่ที่ 22%

โนวัโควิช” เป็นนักเทนนิสมือวาง อันดับ 3 ของโลก – ได้ค่าเหนื่อยต่อปี อยู่ที่ $23.5 million  โดยนิตยสาร Forbes ได้จัดให้อยู่ใน อันดับ  4 ของนักเทนนิส ที่ได้เงินเดือนต่อปีมากที่สุดในโลก

และ อยู่ใน อันดับ  1 ของนักเทนนิส ที่กวาดเงินรางวัลไปมากที่สุดในโลก เป็นจำนวนเงินถึง $119,110,890

ผลงาน ของ โนวัโควิช” ในแกรนด์สแลม

คว้าแชมป์-เฟรนช์โอเพน 1 ครั้ง 

คว้าแชมป์-วิมเบิลดัน 4 ครั้ง

คว้าแชมป์-ออสเตรเลียนโอเพน 6 ครั้ง

คว้าแชมป์-ยูเอสโอเพน 3 ครั้ง

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

ประวัติโนวัโควิช” เป็นนักเทนนิสอาชีพ เชื้อสายโครเอเชียจากประเทศเซอร์เบีย อายุ 31 ปี สูง 188 ซม. หนัก 80 กิโลกรัม พูดได้ 5 ภาษา คือ เซอร์เบีย เยอรมน ฝรั่งเศส อังกฤษ และ อิตาเลี่ยน

เขาเริ่มเล่นเทนนิสมาตั้งแต่ อายุ 4 ขวบ

พอ อายุ 5 ขวบ เขาได้รับการปั้นจากโค้ชฝีมือดีมืออาชีพ ที่มองเห็นแววในตัวเขาว่าจะมีอนาคตไกล

เขาเป็นเด็กที่เล่นเทนนิสได้เป็นชั่วโมงๆ  ท่ามกลางความวุ่นวายของบ้านเมือง ที่ได้หล่อหลอมให้เขามีความเข้มแข็งไม่กลัวสิ่งใด และ มีความเป็นนักสู้อยู่ในสายเลือด เพื่อความอยู่รอด  แม้ในขณะนั้นจะมีความไม่สงบเกิดขึ้นภายในประเทศ เนื่องจากสงครามและระเบิด

https://konruay.com

เขาหาเวลาในการฝึกซ้อม  ซึ่งมีสมาธิบ้างไม่มีสมาธิบ้าง ทั้งหิวและเหนื่อย  แต่ยังดี หลังจากนั้นผ่านไปไม่นานบ้านเมืองก็สงบเป็นปกติ

เขาเห็นนักเทนนิสหลายคนที่ประสบความสำเร็จผ่านทางทีวี มันทำให้เขามีความฝันที่ใหญ่ขึ้น และ มุ่งมั่นที่จะไปยืนในจุดนั้นให้ได้

ทุกครั้งที่เขาส่องกระจก เขาจะพูดกับตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า ฉันคือแชมป์วิมเบิลดัน”

https://konruay.com

จากนั้นพอ อายุ 12 ขวบ เขาได้ย้ายไปฝึกเทนนิสที่ประเทศเยอรมนี เป็นเวลา 3 ปี  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโค้ช  จากครอบครัวของเขาเอง และ จากประเทศ

โนวัโควิช” ได้เข้าสู่วงการเทนนิสอาชีพเมื่อ อายุได้ 18 ปี

 

https://konruay.com

ในปี 2008 เป็นปีที่ตอกย้ำในความมั่นใจให้กับเขาว่าสิ่งที่เขาใฝ่ฝันตั้งใจเอาไว้  มาตั้งแต่เด็กๆนั้น  มันมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ 

โนวัโควิช”  กล่าวว่า  ทั้ง” โรเจอร์ และ ราฟา”  พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมมายืนในจุดนี้ครับ ผมเรียนรู้ทั้งเกมการแข่งขันที่มีชัยชนะ และ เกมการแข่งขันที่พ่ายแพ้   

แต่บทเรียนที่สอนผมได้อย่างดีและคุ้มค่ามากที่สุด คือ เกมการแข่งขันที่ผมพ่ายแพ้ครับ  มันช่วยให้ผมได้พัฒนาตัวเองให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม  ความพ่ายแพ้ช่วยสร้างผมให้แข็งแกร่งมากขึ้น   ทุกเกมที่แข่งเสร็จ ผมจะรีเซ็ตตัวเองใหม่เสมอเพื่อให้มีความสดในแต่ละเกมที่ผมจะแข่งขันในวันข้างหน้า

ผมจะโฟกัสไปยังเป้าหมาย  อะไรที่ไม่ดีหรือผิดพลาดก็แก้ไขแล้วเอาใหม่ จากนั้นผมก็จะวิ่ง มุ่งไปข้างหน้าเสมอ

https://konruay.com

มีคนถามผมว่า “การที่ผมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวงการนี้”  ทำไมผมมีแฟนคลับไม่ค่อยเยอะ รู้สึกอะไรไหม?

ผมเข้าใจว่าทุกคนมีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกัน

เวลาลงแข่งผมมีความสุขของผมแบบนี้ ผมเป็นคนแบบนี้ คือ ฝึกหนักมาตั้งแต่เด็ก ผมพอใจในผลงานของผม ชัยชนะและความสำเร็จมันไม่ใช่เป็นของผมคนเดียว แต่เป็นของคนทั้งประเทศ เป็นของครอบครัวผม  และ เป็นของโค้ชที่เคยฝึกผมมาตั้งแต่เด็กๆ

โค้ชผม เธอบอกผมว่า วันหนึ่งผมจะเป็นแชมเปี้ยนผู้ยิ่งใหญ่และ วันนี้มันก็เกิดขึ้นจริง ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณเธอมากๆ

https://konruay.com

ส่วนตัวผมเองเป็นคนรู้สึกอย่างไร ก็แสดงออกไปอย่างนั้น ซึ่งมีทั้งดีบ้างและไม่ดีบ้าง บางคนอาจชอบ บางคนอาจจะไม่ชอบ  ตัวผมไม่หยิ่งแต่อย่างใดและไม่มีฟอร์ม

เข้าใจว่าผมเองอาจจะเป็นคนเอนเตอร์เทนมากเลยด้วยซ้ำ เป็นคนตลก สนุกสนาน ร่าเริง  ขี้เล่น ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่คุณทุกคนเลยครับ  ว่าคุณจะชอบใครมากกว่า  ซึ่งผมเข้าใจได้ และ ยอมรับได้ในการตัดสินใจของทุกคน เพราะ แต่ละคนก็มีสิทธิ์เลือกที่จะชอบใครมากที่สุดอยู่แล้ว  ซึ่งตัวผมเองก็เช่นกัน

https://konruay.com

ถามว่ากดดันไหม ในช่วงที่ลงแข่งขันแล้วมีคนเชียร์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” มากกว่า ?

โนวัโควิช”  ตอบว่า

ผมเข้าใจนะครับว่า โรเจอร์เขาลงแข่งขันมานาน เขามาก่อนผม เขาย่อมมีแฟนคลับมากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็เป็นคนที่ประสบความสำเร็จสูงมาก  ยิ่งไปกว่านั้น  เขายังเป็นคนที่รู้จักที่จะให้เกียรติผู้เล่นคนอื่น รวมไปถึงตัวของเขาเองด้วย  ซึ่งคนก็เห็นและให้ความนับถือและชื่นชอบเขามาก

ส่วนตัวผมยังยอมรับเลยว่า ตัวเขาเองก็สมควรที่ได้รับสิ่งนั้นอยู่แล้ว  และ ในบางเรื่องมันต้องการการพิสูจน์ตัวเองตามกาลเวลา  ผมก็พยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่มากที่สุด โรเจอร์เขาเองเป็นนักเทนนิสที่ดีนะครับ  ซึ่งใครๆก็รู้

ดังนั้น  เวลาที่ผมจะเจอกับเขาในแมตช์ต่างๆ  ผมก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว

https://konruay.com

จุดแข่งในการเล่นเทนนิส  ของ “โนวัค ยอโควิช”  คือ เขาเป็นคนที่มีการเคลื่อนไหวตัวเองได้ดี แข็งแรง เสฟเก่ง  เล่นลูกโฟร์แฮนด์ได้ดี  มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง  มีพรสวรรค์  เป็นคนที่เรียนรู้และมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา 

เขามักจะถามหรือฟังคำแนะนำคนอื่นเสมอๆว่าการที่จะไปอยู่ในตำแหน่ง หรือ เป็นมือวาง อันดับ 1 ของโลกได้นั้นต้องทำอย่างไร และ เขาเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก เล่นได้ดีใน “Hard Courts”

https://konruay.com

ช่วงไหนที่เขาเครียดหรือกดดันหนักๆ  เขาจะไปไฮกิ้งกับภรรยา

ซึ่งถือว่าเป็นการพักผ่อนสมองไปในตัว   ตัดขาดจากโลกภายนอก  มีเวลาทบทวนตัวเองในการทำสิ่งต่างๆมากขึ้น เป็นการเต็มพลังให้กับตัวเอง แล้วกลับไปสู้ใหม่อีกครั้ง ในเกมการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

https://konruay.com

https://konruay.com

ปัจจุบัน “โนวัโควิช” เป็นตัวแทนของประเทศเซอร์เบียที่ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา ซึ่งทำให้ในบางครั้ง เขาก็กดดันเหมือนกันที่ต้องรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่างรวมไปถึงชื่อเสียงของประเทศอีกด้วย

คล้ายๆ กับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์” ที่ดูเหมือนต้องพรีเซนต์ประเทศสวิตฯ ไปด้วยเช่นกัน

แต่ผมก็คิดว่าตัวผมแบกรับเยอะมาก เพราะ การที่จะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างมันไม่ได้มากันง่ายๆ

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามันเป็นเหมือนฝันร้ายสำหรับประเทศเรา พวกเราจึงต้องคิดให้ลึกซึ้งมากขึ้น พยายามกันให้มากขึ้นครับ

https://konruay.com

https://konruay.com

โนวัโควิช” ได้ให้คำแนะนำ สำหรับคนที่อยากจะประสบความสำเร็จในด้านเทนนิส

คุณต้องมีความอดทน ความสำเร็จไม่ได้มาวันนี้หรือพรุ่งนี้ มันเป็นเรื่องที่ใช้เวลา

ผมและคนที่อยู่ในระดับท็อปพวกเราเคยผ่านในช่วงเวลาเหล่านั้นมาแล้ว ผมเข้าใจดี แต่คุณต้องเรียนรู้ที่จะรับมือในเรื่องต่างๆให้ได้  มองไปยังภาพรวมใหญ่ว่าคุณมีเป้าหมายไปในทิศทางใด

https://konruay.com

https://konruay.com/

ให้คุณถามตัวเองก่อนว่าเรามาเล่นเทนนิสเพื่ออะไร   ตอบตัวเองให้ได้ครับ   

รักเทนนิสจริงไหม  มี Passion ไหม เพราะ คุณจะต้องผ่านเส้นทางแห่งความยากลำบากแน่นอน คุณจะไปต่อได้หรือไม่ จะไหวไหมกับแรงกดดัน  คุณลองตอบคำถามเหล่านี้ดูครับ

https://konruay.com

ถ้าคุณมีแรงกระตุ้น หรือ มีแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนตัวคุณเอง คุณไปได้ไกลแน่

พึงระวังเวลาที่คุณทำอะไรลงไป  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องชีวิตส่วนตัว หรือ ในด้านเทนนิสก็ตาม มันจะส่งผลกระทบถึงกันเสมอไม่ว่าทางดีหรือร้าย

 

เมนูอาหารของ โนวัโควิช

ตัวอย่าง

https://konruay.com/

https://konruay.com

“โนวัค ยอโควิช” จะรับประทานอาหาร ราวๆ มื้อต่อวัน มี 3 มื้อใหญ่ และ 2 มื้อเล็ก นอนหลับพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง

ตอนเช้า จะดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง อาหารเช้าหลักๆ คือ ซีเรียล ผลไม้ และ ถั่วต่างๆ

ราฟาเอล นาดาล (Rafael Nadal)

มีเงินรายได้มากกว่า $180 million และ มีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาไม่ต่ำกว่า $27 million และ นี่ยังไม่นับรวมกับธุรกิจส่วนตัวของเขาอีก

“ราฟาเอล นาดาล” เป็นนักเทนนิสมือวาง อันดับ 1 ของโลก – ได้ค่าเหนื่อยต่อปี อยู่ที่ $41.4 million  โดยนิตยสาร Forbes ได้จัดให้อยู่ใน อันดับ  2 ของนักเทนนิส ที่ได้เงินเดือนต่อปีมากที่สุดในโลก

และ อยู่ใน อันดับ  3 ของนักเทนนิส ที่กวาดเงินรางวัลมากที่สุดในโลก เป็นจำนวนเงินถึง $103,251,975

ผลงาน ของ ราฟาเอล นาดาล” ในแกรนด์สแลม

คว้าแชมป์-เฟรนช์โอเพน 11 ครั้ง 

คว้าแชมป์-วิมเบิลดัน 2 ครั้ง

คว้าแชมป์-ออสเตรเลียนโอเพน 1 ครั้ง

คว้าแชมป์-ยูเอสโอเพน 3 ครั้ง

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

ประวัติ “ราฟาเอล นาดาล” เป็นนักเทนนิสอาชีพ จากประเทศสเปน อายุ 32 ปี  สูง 185 ซม. หนัก 85 กิโลกรัม พูดได้ 4 ภาษา คือ อังกฤษ สแปนิช Catalan และ อิตาเลี่ยน

ราฟา” เริ่มเล่นเทนนิสมาตั้งแต่ อายุ 3 ขวบ

เขาเป็นคนที่เรียนรู้ไวและปรับตัวได้เร็วมากในเรื่องกีฬา จริงๆเขาเล่นกีฬาได้เก่งทั้งฟุตบอลและเทนนิส แต่บิดาให้เขาเลือกเอาซักอย่าง ที่คิดว่าตัวเองเล่นได้ดีและให้เอาดีในด้านนั้น

https://konruay.com

https://konruay.com

สุดท้ายเขาก็เลือกเทนนิส โดยทางครอบครัวให้การสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นอย่างดี และ กราดรางวัลกินเรียบมาตั้งแต่สมัยในช่วงวัยรุ่น

และ เขาได้รับฉายาว่า The King of Clay”

https://konruay.com

และ ราฟาเอล นาดาล” , โนวัโควิช และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น GOAT ของเทนนิส ซึ่งหมายถึง “Greatest Of All Time”  และ เป็นผู้เล่นที่ดียอดเยี่ยมที่สุดในโลก

โนวัโควิช” ได้กล่าวถึงนาดาล” ว่า

เขาเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทุกคะแนนที่ได้มานั้นเขาเป็นผู้เล่นที่มีความตั้งใจสูงมาก เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คุณได้แต้มแต่ละแต้มมาง่ายๆ

ผมเห็นเขาพัฒนาตัวเองมาโดยตลอดไม่หยุด ซึ่งในส่วนของ “โรเจอร์” ก็เช่นกัน

ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จเหมือนๆคนกลุ่มนี้ คุณก็ต้องมีแผนการเล่นที่ดียอดเยี่ยมมากขึ้นไปเรื่อยๆ เล่นให้ดีอย่างสม่ำเสมอ เพราะ เมื่อไหร่ที่คุณหยุดในการพัฒนาตัวเองคุณก็แพ้แล้ว และ ทุกอย่างก็เป็นไปได้ถ้าคุณตั้งใจ

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” กล่าวถึงนาดาล” ว่า

เขาเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงดี มีความฟิต มีเอกลักษณ์ในการเล่นที่เป็นตัวของตัวเอง และ มีเทคนิคในการเล่นที่ดียอดเยี่ยม

https://konruay.com

ราฟาเอล นาดาล” ชอบใช้ไม้เทนนิส ยี่ห้อ “Babolat” คือ เขาไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ให้แต่อย่างใด แต่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวมาตั้งแต่เริ่มเล่นเทนนิสแล้ว

เขาเป็นคนขี้อายมาก    และ เขากล่าวว่า    “ส่วนตัวก็กำลังพัฒนาในเรื่องนี้อยู่”

ราฟาเอล นาดาล” กล่าวว่า ทั้ง “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” และ “โนวัโควิช” เป็นคนที่เล่นเทนนิสเก่งทั้งคู่  ซึ่งผมก็ประมาทไม่ได้

ผมจะโฟกัสไปในเกมการเล่นของผม คือ ผมต้องทำให้เต็มที่ทุกครั้ง ซึ่งผมก็รู้ว่ามันยากมากแต่ผมจะทำให้ดีที่สุด และ พยายามให้มากที่สุด

หากผมแพ้ผมก็ภูมิใจ เพราะ ผมได้ทำเต็มที่แล้ว แม้จะได้อันดับ ที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ผมก็ภูมิใจ

ผมจะมองที่เมื่อผมได้ทำเต็มที่แล้ว มันจะไปสิ้นสุดตรงไหนก็แล้วแต่ นั่นคือความภูมิใจของผม เป้าหมายของผม คือ การพยายามที่จะมีชัยชนะให้ได้ในทุกๆเกมการแข่งขัน แม้ได้ที่ 2 มาผมก็ดีใจ ส่วนใครจะชอบผม หรือไม่นั้น ผมก็ยังโฟกัสไปในเกมการแข่งขันเทนนิสของผมอยู่ดี ซึ่งใครจะชอบผมหรือไม่ชอบผม  มันไม่มีผลอะไรเลยครับ

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

แม้หลายคนอาจจะมองว่า  ผมอาจจะกลับมาเล่นไม่ได้อีก  เพราะ  ในบางครั้งการบาดเจ็บทางด้านร่างกาย (หัวเข่าและข้อมือ) เราอาจควบคุมมันไม่ได้แม้ใจยังสู้อยู่

แต่การที่ผมมีวันนี้ได้คือผมคิดบวก ไม่กลัว ซ้อมหนักทั้งวัน เช้า กลางวัน เย็น ถ้าผมเล่นได้ไม่ดีผมก็จะไม่โทษใครผมจะโทษตัวเอง ไม่โทษโค้ช หรือ คนอื่น

ผมรู้สึกขอบคุณมากที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางบุคคลที่ผมมีความเชื่อมั่นในความปรารถนาดี มีความรักและความห่วงใยในตัวผมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พี่น้อง ครอบครัว รวมไปถึงแฟนๆที่ให้การสนับสนุนผม พร้อมส่งกำลังใจอันล้นหลามมาให้

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

“ราฟาเอล นาดาล”  กล่าวว่า  การออกกำลังกายของผมถ้าไม่มีเกมการแข่งขัน ผมก็จะซ้อมเทนนิสธรรมดา แต่ ถ้าออกทัวร์เกมการแข่งขันผมก็จะซ้อมหนักขึ้น เช่น มีแอโรบิก และ ฟิตเนส

แล้วสไตล์การฝึกของผมก็เป็นแบบคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะ การเล่นเทนนิสคือการเร่งสปีดความเร็วในการเข้าหาลูกบอลคือสิ่งที่สำคัญมากในเรื่องความเร็ว

รวมไปถึงกล้าเนื้อแขนข้อมือในการหวดลูกต้องแข็งแรง หรือ การก้มรับลูกต่างๆ แม้ในบางครั้งจะเจ็บนิ้วบ้างทั้งในเกมการแข่งขันและการฝึกซ้อมก็ต้องอดทนครับ

บางครั้งร่างกายหยุดผมครับไม่ใช่คู่แข่งหยุดผม ใจจริงผมอยากลงแข่งขันในทุกแมตช์ ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ ถ้าร่างกายไม่อนุญาต

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

 

อาหารที่ “ราฟาเอล นาดาล”ชื่นชอบเป็นพิเศษคืออาหารทะเล เช่น ปลาย่างที่ทาน้ำมันมะกอก กุ้ง และ ปู

ก่อนเกมแข่งขันจะกินข้าวหรือพาสต้าที่ไม่หนักจนเกินไป  ส่วนระหว่างเกมการแข่งขันถ้าใช้เวลานานมากก็จะกินกล้วย หรือ ไม่ก็ช็อกโกแลตสำหรับนักกีฬา 

หลังจบเกมการแข่งขันส่วนใหญ่ก็จะกินอาหารสเปนปาเอยา ฝีมือแม่ของตนเองแต่ไม่บ่อยนัก เพราะ กินมากเล่นเทนนิสไม่ได้ ส่วนมารดาก็ไม่ได้อยู่ด้วยตลอด ซึ่งมีอีกอย่างที่ชอบมากๆก็คือช็อกโกแลต

https://konruay.com

https://konruay.com

https://konruay.com

กีฬาเทนนิสสไตล์การเล่น และ การออกกำลังกายจะขึ้นอยู่กับรูปร่างของแต่ละคนเป็นหลัก  เช่น ความเร็ว จุดแข็งในการเล่น  ความแรงในการตีลูก การคอนโทรลูกบอลไปในทิศทางที่ต้องการ  ความยืดหยุ่น การเคลื่อนไหวตัวเองไปในทิศทางต่างๆ ที่มีความคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว  รวมไปถึงจังหวะหยุดตัวเองในตีลูก และ การทรงตัวในลักษณะต่างๆ

ส่วนที่สำคัญ คือ ต้องเรียนรู้จักการเล่นในสนามต่างๆได้ดี เพราะ แต่ละสนามจะไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นสนามดินต้องมีกำลังขาที่แข็งแรง  ในการสไลด์ตัวในการตีลูกพร้อมกำลังแขนและหัวไหล่ที่แข็งแรงในการเหวี่ยงสะบัดหวดลูกซึ่งจะใช้พลังสูงมาก

https://konruay.com

ราฟาเอล นาดาลได้ให้คำแนะนำสำหรับนักเทนนิสรุ่นใหม่ ดังนี้

ให้คุณรับฟังคำแนะนำจากคนอื่นเยอะๆ ใครเล่นเก่งก็ก๊อปปี้วิธีการเล่นของเขามาปรับให้เป็นวิธีการเล่นของตัวเอง

เทนนิสเป็นกีฬาที่ใช้พลังของกล้ามเนื้อสูง ใช้แรงเยอะ เวลาที่ลงแข่งเหนื่อยก็พักไม่ได้ ต้องออกแรงตลอด ต้องอึดและอดทน ทนไม่ได้ พลังกายไม่ถึง ก็คือ แพ้

คุณต้องคิดบวกให้มากๆ  ถ้าหากเมื่อไหร่ที่คุณคิดลบในขณะที่ลงแข่งขัน นั่นคือ คุณแพ้แล้วเพราะ คุณจะเล่นอย่างไม่มีพลัง  ไม่หาช่องทางที่จะเอาชนะ  เมื่อไหร่ที่ไม่มีกำลังใจ คุณก็จะมีแต่แพ้กับแพ้ซึ่งบางทีก็ไม่น่าแพ้แต่ก็แพ้

ดังนั้น  สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือ คุณต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเองให้ได้ “ว่าคุณจะชนะ”

คนอยากรวยต้องมีทักษะ 5 อย่างนี้

คนที่อยากรวยต้องเรียนรู้ทักษะที่ทำให้คุณมีโอกาสร่ำรวยมากขึ้น หรือ มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะ ทักษะ ความรู้ ความสามารถ เหล่านี้ จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จง่ายขึ้น ไปได้ไกลขึ้น และ เป็นเรื่องที่พัฒนากันได้ไม่ยากมาก แค่ลงมือทำเท่านั้นเอง

1.ทักษะในการอ่าน และ การเรียนรู้ด้วยตนเอง

https://konruay.com

เศรษฐีโดยส่วนใหญ่ จะได้ความรู้ ไอเดีย และ สติปัญญามาจากการอ่านหนังสือเยอะทั้งสิ้น เช่น บิล เกตส์ , วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ เจฟฟ์ เบซอส ฯลฯ

ซึ่งคนรวยเหล่านี้จะคิดว่าเขาสามารถเรียนรู้ ในบางเรื่อง บางสิ่ง บางอย่างกับอะไรๆ ที่ต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี , 20 ปี หรือ 30 ปี  ซึ่งสามารถย่นระยะเวลาให้สั้นเข้าในหลักชั่วโมงได้  ผ่านการอ่านหนังสือและการเรียนรู้ด้วยตนเอง 

ยกตัวอย่าง เช่น หนังสือของ “นโปเลียน ฮิลล์” ที่ใช้เวลารวบรวมข้อมูล นานกว่า 20 ปี จากการสัมภาษณ์เศรษฐีผู้ที่ประสบความสำเร็จ 500 คน เพื่อนำเคล็ดลับความสำเร็จ หลักคิด หรือ แนวคิดของคนรวย มาให้ทุกคนได้อ่านกันสั้นๆภายในหลักชั่วโมงเท่านั้น

ดังนั้น เราจึงไม่ต้องแปลกใจที่มีผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ออกมาใช้กัน เช่น มือถือ แอปมือถือ เครื่องบิน รถยนต์ และ อื่นๆ เป็นต้น 

อีกทั้ง เรายังสามารถเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆได้อีก ทั้งเป็นการเพิ่มความรู้ หรือ การต่อยอดความรู้ หรือ ได้ความรู้ใหม่ ในหมวดหนังสือต่างๆดังต่อไปนี้ เช่น หนังสือเกี่ยวกับโลกธุรกิจ การลงทุน หุ้น ภาษาต่างๆ สังคม ประเทศ ท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ กฎหมาย และ ประวัติศาสตร์ เป็นต้น

 

https://konruay.com

ยิ่งคุณได้รับ “Mindset”  ของเศรษฐี และ คนที่ประสบความสำเร็จเข้ามาในชีวิตของคุณเยอะๆ  รับรองว่าอนาคตคุณจะไม่เหมือนเดิมแน่  เพราะ คุณจะคิดอย่างผู้ที่มีชัยชนะและผู้ที่ประสบความสำเร็จ คุณจะคิดและตัดสินใจแบบที่คนรวยคิดกัน หากไม่ผิดพลาดทางเทคนิคประการใดคุณจะรวยแน่

คนที่อยากรวยก็ต้องดูว่าคนรวยเขาทำกันอย่างไร  คุณก็พาตัวเองไปซึมซับวิธีคิดและวิธีทำของเขา ถ้าคนรวยอ่านเยอะ  คุณก็ต้องอ่านหนังสือเยอะเหมือนกันกับเขา เพราะ ถ้ามันไม่ได้ผลเขาก็คงไม่พูดเป็นเสียงเดียวกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกันแน่

https://konruay.com

แน่นอนว่าการอ่านหนังสือไม่ใช่แค่ความรู้ที่นำมาประดับสมองสวยๆ โดยไม่นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือ นำไปประยุกต์ใช้จริง เพราะ แค่รู้แต่ไม่กระทำตามก็เปล่าประโยชน์ เพราะ ตัวหนังสือจริงๆสามารถพัฒนาชีวิตเราได้

https://konruay.com

2.วินัย

คนรวยจะมีวินัยที่สูงมาก ในเรื่องการทำงาน การเงิน หรือ การใช้เวลา ถ้าคุณไม่มีวินัย แผนงาน หรือ เป้าหมาย คุณจะทำสิ่งต่างๆสำเร็จได้อย่างไร

คนที่มีวินัย จะนิสัยตรงกันข้ามกับคนขี้เกียจ ที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง มักจะมีคำพูดติดปากเสมอ คือ เอาไว้ก่อน เดี๋ยวก่อน ช้าก่อน รอก่อน ไม่รีบ

ง่ายๆคือมีนิสัยหย่อนยานในการทำงาน ดังนั้น คนที่อยากรวยก็ต้องบอกเลิกนิสัยหรือพฤติกรรมเหล่านี้

เรื่องวินัยให้คุณนึกถึงนักกีฬาอาชีพ หรือ นางแบบอาชีพที่มีวินัยในการกิน การนอน และ การออกกำลังกาย

ฉันใดก็ฉันนั้น คนอยากรวยจริงต้องมีวินัยมีความรับผิดชอบต่อการทำงานสูง และ ไม่ดำเนินชีวิตตามอารมณ์ความรู้สึก ดิน ฟ้า อากาศ และ อย่าลืมว่าคนที่ไร้วินัยจะประสบความสำเร็จยากกว่าคนที่มีวินัยสูงๆ เพราะ วินัยคือสิ่งที่สำคัญมาก ในการกระทำที่จะส่งผลไปถึงชีวิตอนคตในระยะยาวได้

https://konruay.com

ดังนั้น   คำว่าคนที่มีวินัยจึงไม่ใช่การทำหยุดๆ  แต่เป็นการกระทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดหย่อนในเรื่องที่คุณคาดหวังหรือตั้งใจเอาไว้  เช่น  ถ้าคุณอยากมีอิสระภาพทางการเงิน  คุณก็ต้องมีวินัย และ รู้จักในการใช้เวลาและบริหารเงินในการลงทุนอย่างดี และ หากมีอะไรที่พยายามจะดึงหรือฉุดคุณไม่ให้ทำตามวินัยนั้นได้ คุณก็ต้องรู้จักที่จะปฏิเสธ เพราะ ท้ายที่สุดคุณจะยังติดบ่วงของความจนอยู่เพราะการขาดวินัยนั่นเอง

ิ่งคุณทำตามวินัยในเรื่องสำคัญๆเยอะๆ  ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแน่ เพราะ คุณได้สร้างแต่เรื่องที่จำเริญมาสู่ตัวเอง 

มีเศรษฐีบางท่าน กล่าวว่า  ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมยังไม่เคยเห็นใครที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยอย่างชอบธรรมโดยปราศจากวินัย  เพราะ วินัย คือ การรักษาสัญญาที่ให้กับตนเอง ซึ่งชีวิตคุณก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเองในแต่ละวันว่าต้องทำให้ดีที่สุดและเต็มที่  แม้ในบางครั้งอารมณ์ความรู้สึกจะไม่ไปด้วยก็ตาม  แต่ถ้าคุณรู้ว่าสิ่งนั้นทำไปแล้วดีก็จงทำอย่างไม่มีข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวใดๆ ที่จะปฏิเสธไม่ทำตามแผนที่คุณวางเอาไว้

https://konruay.com

ะมีคนอยู่ 2 ประเภท

ประเภทแรก  คือ   ต้องรอให้มีความรู้สึกก่อนแล้วค่อยทำ

ประเภทที่สอง  คือ  ทำไปเลย โดยไม่ต้องรอให้มีความรู้สึกก่อน คนประเภทนี้จะประสบความสำเร็จได้ง่ายและเขาจะมีความภูมิใจที่เอาชนะตัวเองได้ ซึ่งต่างจากคนประเภทแรก ที่ท้ายที่สุด เขาก็ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง เพราะ ต้องรอให้มีอารมณ์ก่อนและอารมณ์ทำงานมันก็ไม่มาสักที

มาร์ก วาห์ลเบิร์ก

https://konruay.com

เป็นดารานักแสดงฮอลลีวูดจากอเมริกา  กล่าวว่า  หากต้องมีการเข้าฉากบู๊ในภาพยนต์แอคชั่นบางเรื่องนั้น  ผมต้องมีวินัยที่สูงมาก คือ ต้องตื่นก่อน ตี 4 เพื่อไปออกกำลังกายฟิตซ้อมร่างกายให้แข็งแรงในการเข้าฉากที่ต้องใช้พละกำลังหรือแรงเยอะๆ

CEO ของบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง   กล่าวว่า   คุณต้องมีวินัยจากเรื่องเล็กๆน้อยๆไปจนถึงในเรื่องใหญ่ๆได้ และ นี่คือ กุญแจหลักแห่งความสำเร็จของผม เพราะ ในบางครั้งผู้บริหารหรือคนภายใต้อาจจะไม่ได้มองในเรื่องความฉลาดของคุณ  แต่ในบางคนเขาอาจดูในเรื่องการมีวินัยในการทำงานของคุณมากกว่า  คุณสามารถรับผิดชอบงานที่ทำอยู่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีหรือไม่  ยิ่งคุณตำแหน่งสูงขึ้นคุณก็ต้องมีวินัยในการทำงานมากขึ้นด้วยครับ

นักร้องที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง   กล่าวว่า  ถ้าผมไม่มีวินัยในการฝึกซ้อมผมคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้ และ ผมก็มีความตั้งใจสูงมากที่อยากจะประสบความสำเร็จ เพราะ ผมเคยผิดพลาดและล้มเหลวมาก่อน เป็นคนไม่เอาไหน ไม่มีความรับผิดชอบอะไร  ซึ่งบทเรียนในครั้งนั้น  มันทำให้ผมไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิมๆอีก  ผมจึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สร้างผลงานให้ดี  และ อยู่ในห้องอัดเสียงตลอด  ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน หรือ ติดหญิงเหมือนก่อนแล้ว

แชมป์นักเพาะกาย   กล่าวว่า  ในวงการนี้วินัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่าเป็นในเรื่องการออกกำลังกาย การนอน การกินอาหาร ทุกอย่างที่ได้มาของกล้ามเนื้ออันสวยงามนั้น ต้องแลกมาด้วยการออกกำลังกายอย่างหนักไม่ต่ำกว่า 1,000 ชั่วโมง ต่อเนื่อง 

ตื่นก็ต้องตื่นเป็นเวลา นอนก็ต้องนอนเป็นเวลา กินอาหารตามตาราง หรือ แผนที่วางเอาไว้ ต้องทำตามเช็คลิสต์ต่างๆทุกวัน ถ้าคุณอยากสำเร็จไม่ทำก็ไม่ได้แชมป์ครับ

ผลดีของการมีวินัย

สมมุต  ถ้าคุณมีวินัยในด้านการใช้จ่ายเงิน  ชีวิตการเงินของคุณจะเปลี่ยนไปขนาดไหน  ในอีก 5 -10 ปี ข้างหน้า ?

https://konruay.com

วินัยเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และ จะการันตีเลยว่าชีวิตอนาคต ในวันข้างหน้าคุณจะได้เก็บเกี่ยวผลอันดีเป็นแน่

การสร้างวินัยที่ดี คือ คุณต้องทำในสิ่งนั้นๆจนกลายเป็นชีวิต เพราะ การมีวินัยคนที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรง ก็คือ “ตัวคุณเอง”

3. ความอดทน

บางคนเวลาให้ทำอะไรในช่วงสั้นๆแค่ 1 ปีนั้น คือ จะอดทนได้ แต่ถ้าให้อดทนในการทำบางเรื่อง บางอย่างแล้วรวยจริง แต่ต้องใช้เวลานานไม่ต่ำกว่า ปี 10 ปี มักจะอดทนรอคอยไม่ไหว เพราะ หลายคนอยากรวยเร็วกัน

https://konruay.com

“วอร์เรน บัฟเฟตต์”  ท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า   ท่านยังเก่งไม่พอที่จะแนะนำให้ทุกคนรวยเร็วผ่านการลงทุน เพราะ การลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง

https://konruay.com

ในยุคปัจจุบันมีหลายสิ่ง หลายอย่างเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น ในชั่วโมง เร่งรีบ เร่งด่วน เต็มไปด้วยการแข่งขันต่างๆมากมาย บางคนเลยอาจติดนิสัยสะดวกสบาย จนอดทนรออะไรนานๆไม่ได้ กลายเป็นอยากได้อะไรที่มาเร็วๆ ง่ายๆ จนไปถึงอยากรวยเร็วๆ

จริงๆคนรวยเร็วแบบติดปีก  ก้าวกระโดด ในบางสาขาอาชีพคุณทำได้ ถ้าคุณพัฒนาตัวเองให้เร็ว และ ปรับตัวเก่ง เรียนรู้ไว มันมีอาชีพแบบนั้นอยู่

Gary Vaynerchuk

เจ้าพ่อดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง เป็นที่โด่งดังและรู้จักกันดีในโซเชียลมีเดีย เขามีรายได้ไม่ต่ำกว่า $160 million

https://konruay.com

เขาเป็นทั้งนักพูดและผู้ประกอบการ  ได้กล่าวว่า   กุญแจแห่งความสำเร็จของเขาคือ ความอดทน เพราะ ชีวิตของคนเรานั้นคล้ายกับการวิ่งมาราธอน จะดีกว่าไหมถ้าเราเทรนตัวเองให้มีความอดทนในการดำเนินชีวิตที่ต้องใช้ความอดทนเยอะๆ อย่าไปลงทุนในแบบที่ใครบางคนมาหลอกลวงว่าจะได้เงินเยอะๆ และ รวยเร็ว

ผมทำในด้านโซเชียลมีเดีย ตัวผมเองก็คิดการณ์ไกล  มองการณ์ไกล  มองในเรื่องระยะยาวตลอด ว่าผมจะเป็นอะไร  จะทำอะไร  จะไปทางไหน

โดยเฉพาะในเรื่องมาร์เก็ตติ้ง คุณต้องใช้ความอดทนที่สูงมาก ถ้าคุณคิดจะทำเป็นธุรกิจ ทุกอย่างคือต้องใช้เวลาและความอดทนทั้งสิ้น

ดังนั้น  คนอยากรวยจำเป็นที่ต้องมีทั้งทักษะต่างๆ บวกกับความอดทนจึงจะประสบความสำเร็จ และ ร่ำรวยได้อย่างแท้จริง

4. โฟกัสที่เป้าหมายเสมอ

วอร์เรน บัฟเฟตต์” ท่านเคยให้คำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะร่ำรวยและประสบความสำเร็จ ไว้ดังนี้

ให้คุณเขียนเช็คลิสต์ออกมา ในสิ่งที่คุณอยากทำให้สำเร็จในชีวิตทั้งเรื่องเงินหรือเป้าหมายต่างๆ 5 อย่าง ที่สำคัญที่สุด  จากนั้นก็ให้นำสิ่งเหล่านั้นมาประเมินดูว่าคุณได้ทำตามเป้าหมายนั้น สำเร็จไปถึงไหนแล้ว

สรุป คือ คุณต้องโฟกัสไปยังเป้าหมายที่คุณตั้งใจจะทำให้สำเร็จในชีวิตจงได้

https://konruay.com

บิล เกตส์”  กล่าวว่า  คีย์หลักที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จ คือ การโฟกัสในเรื่องที่ทำ เพราะ จะทำให้ผมได้ทำในเรื่องที่ใช่ ทำในสิ่งที่ควรทำ ได้ทำตามเวลาและแผนที่ผมวางเอาไว้อย่างใจจดใจจ่อ

https://konruay.com

และ ผมจะไม่ยอมให้อะไรมาทำลายความตั้งใจของผมง่ายๆ ถ้าผมคิดจะทำอะไร ผมต้องทำให้สำเร็จ

ฉะนั้น ทุกท่านอย่าไปโฟกัสกับอะไรที่มาบั่นทอนจิตใจหรือเป็นเรื่องแง่ลบมาก เพราะ จุดโฟกัสคุณเลือกได้ มันเหมือนความคิดและอารมณ์ในสิ่งที่คุณรับเข้ามาในชีวิต หากคุณโฟกัสเฉพาะเรื่องที่สำคัญๆใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีประโยชน์ ผลที่ได้คุณก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทำไมการโฟกัสถึงสำคัญ  เพราะ มันสอดคล้องกับเวลาที่คุณต้องใช้ไปบวกกับการตัดสินใจอย่างรอบคอบในเส้นทางที่คุณจะเดิน แบบไม่หลงทางหรือออกนอกลู่วิ่ง

https://konruay.com

5. มีทักษะในการพูด หรือ การสื่อสาร

https://konruay.com