เปิดโลกเกาหลีเหนือ ในด้านเศรษฐกิจ

คิม จ็อง-อึน คือ ผู้นำสูงสุดของประเทศคนปัจจุบัน  เปิดโลกเกาหลีเหนือ  ในด้านเศรษฐกิจ  การเงิน    ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่ว่ามีความสะดวกสบายมากน้อยแค่ไหน   เมื่อปี 1989 เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากกว่าประเทศจีนถึง 2 เท่า  และ เป็นคู่ค้าคนสำคัญของสหภาพโซเวียต    แต่ทว่าเวลาผ่านไป เกาหลีเหนือกลับกลายเป็นประเทศที่ยากจนกว่าประเทศจีนซะอีก และ เป็นประเทศที่ยากจนกว่าเกาหลีใต้ ถึง 20 เท่า!!

ก่อนหน้านี้  เกาหลีเหนือเคยประสบปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างหนัก  ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตกว่า 500,000 คน ประกอบกับความเสียหายในข้อขัดแย้ง ในช่วงระหว่างสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้  จนทำให้ต้องมีการแยกประเทศกันออกมา    ด้วยเหตุนี้เกาหลีเหนือก็ยังไม่ฟื้นตัวมากนักจน กระทั่งปัจจุบัน  

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com/

ระบบเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือมีสินค้าส่งออก คือ ยาสูบ  แอลกอฮอล์  และ กัญชา  ที่ไปขายยังแถบประเทศสแกนดิเนเวีย  และ จีน อีกทั้งยังเป็นตลาดใหญ่ที่ส่งออก เฮโรอีน ยา พันธบัตรปลอม และ เครื่องจักร ไปขายยังประเทศอื่นๆอีกด้วย

มูลค่าสินค้าส่งออกของเกาหลีเหนือ อยู่ที่ $2.84 billion ส่วนมูลค่าสินค้านำเข้า อยู่ที่ $4.02 billion   โดยมากจะเป็นสินค้าจากจีน จำพวก อาหาร อาวุธ และ พลังงาน

ประเทศคู่ค้าหลักๆ  ได้แก่  จีน รัสเซีย และ ประเทศต่างๆทั่วโลก การซื้อขายจะไม่ทำผ่านธนาคารกลางเงินที่ได้จึงได้รับเต็มๆ

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

รัฐบาลเกาหลีเหลือได้มีการส่งคนงานออกไปทำงานยังต่างประเทศ

ตามโปรเจคต่างๆ  เช่น  เป็นแรงงานขายงานฝีมือ  ในการทำรูปปั้น การแกะสลักรูปปั้น   ในแถบแอฟริกาตะวันตกจากประเทศเซเนกัล  โดยมีนายช่างชาวเกาหลีเหนือกว่า 60 คน  ได้ทำงานเป็นเวลา 2 ปี ได้ค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน อยู่ที่ $25 million

อีกส่วนหนึ่งก็ไปทำงานที่ประเทศนามิเบีย  และ  อีกหลายประเทศในแถบนี้ กว่า 30แห่ง  นี่คือ การส่งคนออกไปขายแรงงานยังต่างประเทศ  เพื่อนำเงินเข้าประเทศ  ให้กับ “คิม จ็องอึน” รวมถึงการไปเป็นแรงงานก่อสร้างที่มองโกเลียอีกด้วย

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ชายเกาหลีเหนือผู้หนึ่ง   กล่าวว่า   “ผมคิดถึงครอบครัว ทั้งเหนื่อย และ หนาวมาก

แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้  พวกเราไม่มีสิทธิ์หรืออำนาจอะไรที่จะไปโต้แย้ง  ในเรื่องค่าจ้างต่อเดือนพวกเราได้รับเดือนละ $500 แต่เขาจ่ายผ่านทางรัฐบาลเกาหลีเหนือโดยตรงซึ่งไม่ผ่านมือพวกผม  ส่วนผู้หญิงที่มาทำงานที่นี่ก็ทำในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า

แรงงานส่วนหนึ่ง  ก็ถูกส่งไปเป็นแรงงานก่อสร้างที่คูเวต  คุณจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ช่างมีแค่ทางเลือกเดียว  คือ  “ต้องไปห้ามปฏิเสธ”   

มิฉะนั้น ครอบครัวก็จะไม่มีข้าวกิน  และ  อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพวกเขาได้ในฐานะที่”ขัดขืนต่อคำสั่งรัฐ”  และ ค่าแรงที่รับต่อเดือน อยู่ที่ $120 โดยเงินผ่านเข้ารัฐเหมือนเดิม   เพราะ  “รัฐบาลเกาหลีเหนือคือผู้ควบคุมทุกอย่าง”

แรงงานกว่าร้อยชีวิตไม่มีใครกล้าที่จะพูดอะไรออกไปมากนัก 

ทุกคนต่างปิดปากเงียบสนิท!!  แม้งานจะหนักมาก  เพราะ  “ทุกคนต้องทำงานหนักทั้งกลางวันและกลางคืน” พวกเราได้แต่พูดให้กำลังใจซึ่งกันและกันว่า ”พวกเราต้องสู้นะ”   ถึงแม้ตัวเงินจริงๆพวกเจะไม่เคยได้สัมผัสเลยก็ตาม  โดยแรงงานกลุ่มนี้ได้ทำสัญญาไว้ที่นี่ เดือน

เขากล่าว  “ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้า” 😭😭

https://konruay.com
https://konruay.com

บางคนถูกส่งไปเป็นแรงงานก่อสร้าง 

เป็นเวลา 4-5 ปี ก็ไม่เคยได้จับเงินเลย  “ไม่เคยได้เจอหน้าลูกเมียตลอดระยะเวลาทำงาน”  ไม่เคยได้ยินเสียงผ่านทางโทรศัพท์  ยิ่งเฟสบุ๊กก็บอกลาไปได้เลย ไม่สามารถใช้ได้

างคนไปทำงานในต่างประเทศ เช่น เป็นหมอ แพทย์ พยาบาล 

การจะให้สัมภาษณ์พูดคุยตอบคำถามในเรื่องเกี่ยวกับประเทศเกาหลีเหนือนั้น  ไม่สามารถทำได้  “ต้องมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถานฑูตเกาหลีเหนืออย่างชัดเจนก่อนถึงจะพูดคุยในรายละเอียดต่างๆด้ “

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ส่วนใครที่ไปทำงานยังต่างประเทศในตำแหน่งงานที่ได้รับเงินเดือนสูงๆ   เช่น  ประมาณเดือนละ $20,000 เงินเดือนที่ได้นั้นก็จะถูกหักเข้ารัฐประมาณ 70-80%

รายชื่อประเทศที่ชาวเกาหลีเหนือไปทำงาน 

ได้แก่  แถบประเทศยุโรปตะวันออก  โปแลนด์  ยูเครน  แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  แอฟริกา  ไซบีเรีย  และ   มองโกเลีย  เป็นต้น

สรุป  เงินที่ได้รับทั้งหมดโดยประมาณ จากการไปขายแรงงานต่างประเทศ มียอดรวมต่อปี อยู่ที่ $504,697,500 million

การค้าอาวุธของเกาหลีเหลือ

โดยมาก กลุ่มลูกค้าจะมาจาก  ตะวันออกกลาง  อิหร่าน  ซีเรีย  พม่า  เวียดนาม  และ  บางส่วนในแอฟริกา

จุดซื้อขาย

ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะนัดเจอกันที่ “มาเก๊า” เพื่อดูสินค้า และ ตกลงทำสัญญากันในทันทีหากสนใจ  โดยไม่จำเป็นต้องไปที่เกาหลีเหนือ เพราะ อาวุธมีพร้อมอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์อยู่แล้ว ซึ่งรายได้จากส่วนนี้ ต่อปีทำเงินไม่ต่ำกว่า $1 billion

https://konruay.com/
https://konruay.com/
https://konruay.com/

ดังนั้น การหาเงินของเกาหลีเหนือมีอยู่ 2 ส่วน

1) จากนอกประเทศ เช่น การออกไปขายแรงงานยังต่างประเทศ และ ขายอาวุธ ฯลฯ

2) จากในประเทศ เช่น การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยว

ปัจจุบันเกาหลีเหนือ  ได้เปิดประเทศในบางส่วน    ให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศสังคมที่นั่นว่าเป็นอย่างไร   เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร   ซึ่งเป็นการหาเงินเข้าประเทศอีกทางหนึ่งก็ว่าได้  ส่วนเมืองที่เปิดได้แก่  “เมืองเปียงยาง” เป็นต้น  

https://konruay.com

กฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวที่เกาหลีเหนือ 

ห้ามพกไบเบิ้ล  หรือ  คัมภีร์ หนังสือศาสนาเข้าไปในประเทศ เพราะ ถือว่ามีความผิด และ อาจถูกจับติดคุกหรือรับโทษได้

ห้ามไปเที่ยวเอง  หรือ   ท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ที่อยากจะไปเที่ยวไหนก็ได้   อยากพักที่ไหนก็ได้   อยากกินอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้  “การเที่ยวเช่นนี้ทำไม่ได้ที่เกาหลีเหนือ”   ต้องเที่ยวผ่านไกด์ทัวร์ของรัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นผู้กำหนด  และ จัดเตรียมเอาไว้เท่านั้น!!   

หากเที่ยวเองก็จะถูกจับโทษหนักสุด  คือ  “การติดคุกเป็นแรงงานทาส 15 ปีที่นั่น”  โดยนักโทษส่วนใหญ่ไม่มีใครอยู่ครบถึง 15 ปี ส่วนมากจะเสียชีวิตไปก่อน  เนื่องจาก “ทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรมรับไม่ไหว” เกินขีดความสามารถของร่างกายที่จะทนได้  

สุดท้ายก็ถึงแก่ความตายในที่สุด  ส่วนคนที่ออกมาก่อน 15 ปีนั้น พบได้น้อยมาก แต่ออกมาแล้วสภาพร่างกาย สมอง และ จิตประสาทก็ต้องไปรื้อฟื้นเยียวยากันอีก ส่วนมากก็จะถึงแก่ความตายในที่สุด

 

ห้ามขโมยของ หรือ รูปภาพที่ติดตามผนังโรงแรมโดยเด็ดขาด  “โทษหนักติกคุกไม่ต่ำกว่า 18 เดือนขึ้นไป” บางคนที่เคยถูกจับในกรณีดังกล่าว  เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาต้องอยู่ในอาการโคม่าเป็นปี จากนั้นก็เสียชีวิตลง

ห้ามไปขีดเขียน ข้อความ หรือ รูปภาพใดๆ    บนตัวรูปปั้นท่านผู้นำประเทศเกาหลีเหนือโดยเด็ด!!!   จะเป็นภาพวาด บทความ แผ่นภาพต่างๆ หากพบการกระทำดังกล่าว ถือว่ามีความผิดร้ายแรง

**ตัวอย่างรูปภาพที่ห้ามถ่ายแต่มีคนเอาออกมาเผยแพร่ได้**

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

สรุป  ข้อห้าม ข้อบังคับต่างๆ ของเกาหลีเหนือ

ถ้าจะอัพเดท เอาให้ชัวร์ เอาให้แน่ ให้ถามไกด์ก่อนดีกว่า (สมมุติเผื่อมีใครอยากไปเที่ยวที่นั่นอะไรที่ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง 

เพราะ   ข้อห้ามที่นั่นมีเยอะพอสมควร เช่น  การพกยา  ซีดี แฟลชไดร์ฟ บางอาชีพก็ห้ามเข้า (เช่น นักบวช นักข่าว และ ช่างภาพ) ห้ามไปซื้อของในร้านที่ไม่ใช่ทางรัฐจัดเตรียมไว้ให้  ห้ามเดินสำรวจดูตามสถานที่ต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด  ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับป้ายโปสเตอร์ทุกอย่างของรัฐ  และ ห้ามไปถ่ายรูป  บางคน  บางสถานที่  เพราะ  บางสถานที่ถ่ายภาพได้ บางสถานที่ถ่ายภาพไม่ได้  เป็นต้น

 

สรุป  เงินรายได้ต่อปีเข้าเกาหลีเหนือจากการท่องเที่ยว  ขั้นต่ำ อยู่ที่ $45 million โดยมีนักท่องเที่ยวจากตะวันตกมีราวๆ 5,000 คน นอกนั้น นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่มาจากประเทศจีน   ซึ่งยอดรวมของนักท่องเที่ยวต่อปี ราวๆ 100,000 คน 

https://konruay.com/
https://konruay.com/
https://konruay.com/

เปิดโลกเกาหลีเหนือ ในด้านการเกษตร

การเกษตรเป็นอาชีพหลักของคนภายในประเทศ  ไม่ว่าจะเป็น การเพาะปลูกข้าว ข้าวโพด และ มันฝรั่ง ฯลฯ 

ผลผลิตที่ได้

ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็แบ่งกันคนละครึ่งกับรัฐ    การทำงานส่วนใหญ่ก็ยังใช้แรงคนเป็นหลักอยู่ เพราะ ยังไม่มีเครื่องจักรที่ทันสมัยหรือเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยมากนัก

บางคนที่เป็นทหารปลดประจำการแล้ว  ก็หันมาประกอบอาชีพนี้   และ  พิเศษมากไปกว่านั้น  คือ  “ในบางพื้นที่จะมีการเปิดเพลงปลุกระดมคนให้ตั้งใจทำงาน”  เพื่อสร้างความภาคภูมิใจว่า   “เราทำงานนี้อยู่ก็เพื่อให้คนในชาติได้มีอาหารกินอย่างอุดมสมบูรณ์” 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ข้าวของเครื่องใช้  อย่างเช่น รองเท้า เกาหลีเหนือก็ผลิตรองเท้าใช้เอง  และ  มีโรงงานเป็นของตัวเอง  มีโซล่าเซลล์แต่ถึงกระนั้นไฟฟ้าก็ยังติดๆดับๆอยู่  และ ไม่เพียงพอ

ที่เกาหลีเหนือมีนักวิทยาศาสตร์เก่งๆเยอะ โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ก็จะได้รับการดูแล  มีแฟลตให้อยู่กับครอบครัว พร้อมเฟอร์นิเจอร์

จากการสัมภาษณ์ “Kim Chol Ho”  นักวิทยาศาสตร์ในระดับโปรเฟสเซอร์  กล่าวว่า 

“ผมเองก็ยังพูดไม่เต็มปาก ในเรื่องคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของที่นี่ว่าได้มาตรฐานดีหรือไม่  เพราะ  ผมเองต้องทำงานหนักมากกว่าจะได้มายืนในจุดนี้ และ บางอย่างก็ยังมีไม่เพียงพอ เศรษฐกิจก็ตกต่ำฝืดเคือง”

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ายได้ทั่วไป ของชาวเกาหลีเหนือ แบ่งเป็น 3 ระดับ

ที่เกาหลีเหนือจะไม่มีการเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคล แต่จะมีการเสีย VAT 15%

1. กลุ่มพื้นฐานชนรากหญ้า มีรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน ระหว่าง $0-$40

2. กลุ่มรายได้ปานกลาง  มีรายได้ต่อเดือน ระหว่าง $200-$400

3. กลุ่มรายได้ที่ถือว่าร่ำรวย คือ มีรายได้ตั้งแต่  $1,000 ขึ้นไป 

กลุ่มคน  1%  ของประเทศ  คนกลุ่มนี้สามารถมีโทรศัพท์มือถือได้  มีรถส่วนตัวได้  มีที่พักดีๆได้ มีสิทธิ์ออกนอกประเทศได้  และ  สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ และ จะมีเฉพาะบางกลุ่มคนเท่านั้นที่อนุญาตให้ใช้อินเตอร์เน็ต และ มือถือ

https://konruay.com
https://konruay.com

ความจริงนั้น ประเทศเกาหลีเหนือมีปัญหาเศรษฐกิจมาโดยตลอด

เพราะ  คนวงในที่อยู่ใกล้ชิดกับคนสังคมชั้นสูง   ได้แสดงความไม่พอใจออกมาเป็นระยะๆ  เนื่องจาก ชีวิตจริงไม่มีความสะดวกสบายเหมือนอย่างแต่ก่อน  สมัยก่อนคนกลุ่มนี้ได้ของรางวัลต่างๆมากมาย  เช่น  รถยนต์  นาฬิกา  เครื่องประดับ  ให้สิทธิ์ในการเล่นสวนน้ำสวนสนุกได้  ให้สิทธิ์ในการเอนเตอร์เทนในเรื่องต่างได้

โดยงบส่วนนี้ได้จัดเอาไว้ที่ $600 million ต่อปี  แต่ในปัจจุบันแทบจะไม่มีของรางวัลพิเศษอะไรให้เลย

ส่วนพาหนะในการเดินทางของประชาชนส่วนใหญ่จะใช้จักรยาน รถไฟ และ รถประจำทาง  เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เปิดโลก”คิม จ็อง อึน” ชายผู้ร่ำรวยมากที่สุดในเกาหลีเหนือ

“คิม จ็อง อึน”  ใช้เงินต่อปีในเรื่องส่วนตัว ไม่ต่ำกว่า $600 million 

อีกทั้งยังมีเกาะส่วนตัวไว้ในการครอบครองอีก  มีเรือยอร์ช ในราคา $8 million 

มีพระราชวังส่วนตัวอีก 17 แห่ง มีโรงหนังส่วนตัว ในราคา $200,000 

มีรถยนต์กว่า 100 คัน   มีเครื่องบินส่วนตัว ในราคา $75 million  และ  ยังมี Air Force Un  อีกด้วย

รวมถึงการนำเข้าอาหารกินส่วนตัว  เช่น  คาเวียร์จากประเทศอิหร่าน เนื้อหมูจากเดนมาร์ก  และ  มะม่วงจากไทย เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

คิม จ็องอึน    ยังได้มีการเก็บสะสมเงินสดในสกุล ยูโร , เยน และ ดอลลาร์

เอาไว้ในห้องพิเศษที่ไม่ใช่ธนาคารแต่อย่างเดียว ซึ่งคาดการณ์ว่า ปี 2019 เงินสดในคลังของ “คิม จ็องอึน” จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ประมาณว่าเงินที่หามาได้ทั้งหมดนั้น ไหลเข้าสู่คลัง “คิม จ็องอึน” แต่เพียงผู้เดียว ที่มีสิทธิ์ขาดอำนาจบริหารเงินทั้งหมด

จากนั้น ค่อยไปดูว่าเงินที่จะนำไปบริหารประเทศช่วยเหลือคนในการพัฒนาประเทศเท่าไหร่ อย่างไร 

ครอบครัว “คิม จ็องอึน”  จะได้รับการอำนวยความสะดวกสบายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อาหารการกิน ความบันเทิงอยู่ในระดับ VIP เลิศหรู ฯลฯ ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

 

ที่สำคัญเกาหลีเหนือยังมีการสำรวจพบทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญๆ  ได้แก่ ทองคำ , เหล็ก , Magnesite , สังกะสี , ทองแดง , หินปูน , โมลิบดีนัม , แกรไฟต์ และ อื่นๆ กว่า 200 ชนิด ซึ่งมีมูลค่าราวๆ $6 trillion- $10 trillion

ถึงแม้ว่าเกาหลีเหนือจะจัดอยู่ในกลุ่มประเทศยากจน   แต่เกาหลีเหนือกลับมีความสนใจในด้านการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ มาตั้งแต่ ปี 1956 โดยมีสหภาพโซเวียตเป็นผู้เทรนงานให้ หลังจากที่ประเทศแยกตัวกันมาออกเป็น เกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้ หลังจากนั้น ปี 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

แต่ในฝั่งเกาหลีใต้ กลับมีความมุ่งมั่นเพียงว่า  จะสร้างประเทศอย่างไร ให้เจริญรุ่งเรืองและร่ำรวย  คือ  “ชีวิตนี้เราต้องกินดีอยู่ดีกว่าเดิมให้ได้”

แม้ว่าเคยมีคำกล่าวของ “จอมพลดักลาส แมกอาร์เธอร์” ชาวอเมริกัน  ที่เป็นผู้บัญชาการในช่วงสงครามเย็นที่เกาหลี   ได้กล่าวเอาไว้ว่า :

“หากเกาหลีใต้จะพัฒนาประเทศให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองนั้น  คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 100 ปี เพราะ ดูแล้วประเทศเสียหายหนักมากจากสงคราม ซึ่งมองไม่เห็นอนาคตเลยว่าจะทำได้อย่างไร?”

..แต่เกาหลีใต้ก็พิสูจน์ให้โลกได้เห็นแล้วว่า..  

“ทุกสิ่งเป็นไปได้”  ซึ่งใช้เวลาในการสร้างประเทศไม่ถึง 100 ปีเลยด้วยซ้ำ  อีกทั้งยังเป็นประเทศที่สามารถไปยืนในระดับแถวหน้าของโลกได้อีกต่างหาก

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ผิดกับฝั่งเกาหลีเหนือ ที่เริ่มสร้างชาติ สร้างประเทศ  ด้วยการทุ่มเทไปในการสร้างอาวุธ

มุ่งเน้นในการปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่า  ที่จะมาสร้างถนนหนทาง  หรือ  ทุ่มไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิตคน  รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานในด้านคุณภาพการศึกษาของคนในประเทศ

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ตัวอย่าง การเรียนการสอนในชั้นเรียนเกาหลีเหนือ

https://www.youtube.com/watch?v=QRUHzQ1q2vg

https://www.youtube.com/watch?v=ib0XTF2TDKk

https://konruay.com/
https://konruay.com/

ดังนั้น  เกาหลีเหนือจะเน้นหนักไปในด้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์  และ การสะสมอาวุธเป็นหลัก

มากกว่าจะคิดพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชาติ  โดยมวลรวมเงินที่ใช้ไปในส่วนนี้   ในบางครั้งใช้มากกว่า 60%  ซะอีก เด็กส่วนใหญ่ต้องเสียชีวิตไปด้วยความหิวโหยและอดอยาก เป็นโรค

https://konruay.com

คิม จ็องอึน”  ได้ให้เหตุผลว่า  ทำไมประเทศต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ และ มีกองกำลังทหารเยอะๆ  ก็เพื่อเป็นการป้องกันการรุกรานจากต่างประเทศ และ ช่วยปกป้องให้ประเทศเกิดความสงบสุข

ฉะนั้น  “กองทัพต้องมาก่อน”  ปัจจุบันเกาหลีเหนือมีจำนวนทหารประจำการ  มากกว่า 1,106,000 คน 

มีกำลังสำรอง อยู่ที่ 8,389,000 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ เกือบๆ 26 ล้านคน โดยมีเงินในการสนับสนุนกองทัพ สูงถึง $10 billion    

https://konruay.com/

เกาหลีเหนือมีจำนวนทหารหญิง 500,000 คน  ต้องรับใช้ชาติเป็นเวลา 7 ปี  ส่วนผู้ชาย 10 ปี

ปัญหาที่พบในทหารหญิง

แม้บางคนอาจอายุไม่เยอะ  แต่ด้วยอาหารที่ไม่เพียงพอ ขาดคุณภาพ  บางทีได้กินไข่ไก่เพียงแค่ปีละครั้ง

ประกอบกับความเครียดอีกจึงทำให้ประจำเดือนของเหล่าทหารหญิงขาดหายไปเลยก็มี เหตุการณ์ดังกล่าว มีจำนวนถึง 180,000 ราย ยังไม่นับรวมกับการถูกข่มขืนในค่ายทหาร  หรือ  การบันเทิงทางเพศอีกซึ่งพบไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย ฯลฯ

https://konruay.com
https://konruay.com

สถานะของผู้หญิงที่นี่ก็ใช่ว่าจะมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชาย  คำว่า”สิทธิ์สตรี”  หรือ  “การให้เกียรติสตรี” การไม่ทำร้ายเพศที่อ่อนแอกว่าลืมคำนี้ไปได้เลย  “ไม่มี”

เปิดโลกประชาชนเกาหลีเหนือ

หากใครไม่เชื่อฟังคำสั่งท่านผู้นำ (รัฐ คิม จ็องอึน)  หรือ  ฝ่าฝืนอำนาจ 

“ก็จะถูกจับติดคุก ถูกเฆี่ยน ถูกตี ถูกขังลืม หรือ ถูกนำไปใช้เป็นแรงงานทาส”

“หากสืบทราบว่าใครเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองก็จะถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก แม้คนๆนั้นจะเป็นบุคคลในครอบครัวก็ไม่ละเว้น”

หากพบว่าใครทำผิดกฎหมายที่เกาหลีเหนือ  เป็นต้นว่า”ก่อคดีอาชญากรรม” คนในตระกูลนั้นจะต้องถูกจับติดคุกไปใช้แรงงานในค่ายกักขังเช่นกัน นับสายตระกูลไปในช่วง 3 เจนเนอเรชั่น 

https://konruay.com

ชาวเกาหลีเหนือเมื่อเจอรูปปั้นท่านผู้นำต้องให้เกียรติทำความเคารพเสมอ   เพราะ  ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อประเทศชาติบ้านเมือง ที่เต็มไปด้วยความสามารถ 

แม้แต่ “คิม จ็องอึน”  ถ้าหากเจอตัวเป็นๆ ทุกคนต้องแสดงออกสุดๆว่าดีใจอย่างสุดซึ้ง!! จนต้องร้องห่มร้องไห้ออกมา แม้บางทีอาจจะดูแบบหลอกๆไปบ้างก็ตาม หรือ บางคนก็ร้องไห้ออกมาจริงแต่ด้วยความกลัว กลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูกใจท่านผู้นำ หรือ พลาดพลั้งทำอะไรไปก็อาจทำให้ท่านผู้นำไม่พอใจจนถูกทำโทษได้ 

ดังนั้น   การแสดงออกด้วยความดีใจอย่างคลั่งไคล้จนร้องไห้ออกมา จึงถือว่ามีความปลอดภัยมากที่สุด 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ไม่แปลก  หากมีผู้นำเกาหลีเหนือ หรือ คนสำคัญๆ เสียชีวิตลง

แม้จะมีคนร้องห่มร้องไห้อย่างมากมาย นั่นคือ  ส่วนหนึ่งของการแสดงละคร เพราะ หากไม่ทำเช่นนั้นแล้ว ก็จะถูกทำโทษ เพราะ ถือว่าไม่รักเคารพผู้นำ หรือ ไม่ให้เกียรติผู้นำ เพราะ  “เกาหลีเหนือปกครองคนด้วยความกลัวล้วนๆ”

คนที่นี่จะถูกปลูกฝังให้รู้สึกภาคภูมิใจในตัวรัฐบาล และ ท่านผู้นำ ที่เป็นดั่งพระเจ้านั่นเอง

ที่เกาหลีเหนือจะมีกฎระเบียบในเรื่องการตัดผมเอาไว้  ดังนี้

ผู้ชายสามารถตัดผมได้ 10 แบบ

ผู้หญิงสามารถตัดผมได้ 18 แบบ

“ส่วนใครที่มีความต้องการจะตัดผมนอกเหนือจากที่รัฐกำหนดจะถือว่ามีความผิด” และ ผู้ชายห้ามตัดผมทรงเดียวกันกับ “คิม จ็องอึน” แต่ในบางสื่อบอกเอาไว้ว่าสามารถตัดได้

https://konruay.com
https://konruay.com

หากใครมีความประสงค์จะย้ายไปอยู่เมืองหลวง  

“บุคคลผู้นั้นต้องได้รับการอนุญาตจากทางรัฐบาลเกาหลีเหนือก่อนถึงจะย้ายเข้าไปอยู่ได้” เพราะ สถานที่บริเวณนั้นสงวนสิทธิ์ไว้ให้บุคคลสำคัญในประเทศเท่านั้น

หากใครต้องการโทรออกนอกประเทศ   

บุคคลผู้นั้นต้องได้รับการอนุญาตจากทางรัฐบาลก่อนถึงจะสามารถโทรออกนอกประเทศได้”  หากใครละเมิดและถูกจับได้ โทษสูงสุด คือ “ยิงเป้า” และ ล่าสุดก็มีคนโดนมาแล้ว

หากใครมีความประสงค์อยากจะออกนอกประเทศ 

ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว ทำงาน หรือ ทำธุระต่างๆ “จะต้องขออนุญาตและได้รับอนุมัติจากทางรัฐบาลก่อนจึงจะออกนอกประเทศได้”

หากพบว่ามีคนหลบหนีออกนอกประเทศ  และ  ยังมีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่ในประเทศก็จะถูกนำตัวมาฆ่าทิ้ง หรือ ถูกจับตัวมาลงโทษหนัก 

https://konruay.com/

ภาครัฐเกาหลีเหนือจะเป็นผู้ควบคุมสื่อทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นสื่อ ภาพยนต์  ทีวี  และ  ข่าวกรองทุกอย่าง

ประชาชนเกาหลีเหนือไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการพูด  การแสดงความคิดเห็น  หรือ วิจารณ์ต่อภาครัฐได้  รวมไปถึงสื่อต่างๆก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกระทำดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน  “หากใครละเมิดก็จะถูกจับรับโทษหนัก” 

https://en.wikipedia.org/wiki/Freedom_of_the_press

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ในปี 1948 – UN กล่าวว่า

“Everyone has the right to freedom of opinion and expression; this right includes freedom to hold opinions without interference, and to seek, receive, and impart information and ideas through any media regardless of frontiers”

https://konruay.com
https://konruay.com

วิชาประวัติศาสตร์การเรียนการสอนจะเน้นหนักไปที่ บุคคล 2 ท่าน

“โจเซฟ สตาลิน” และ “เหมา เจ๋อตง” เพราะ ถือว่าเป็นบุคคลที่ดีมีคุณธรรมและยิ่งใหญ่ตลอดกาล โดยจะไม่สอนประวัติศาสตร์ในด้านอื่น และ บุคคลอื่นมากนัก

 

โดยคำพูดของท่านผู้นำเกาหลีเหนือที่บอกกับทุกคนในชาติ  ดังนี้

“ท่ามกลางกระแสโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน  ผู้คนต่างเข่นฆ่าหยิบปืนยิงกันไปอย่างมากมาย  และ  กระจายไปทั่วโลก ความทุกข์ยากลำบากได้เกิดขึ้นทุกหัวระแหง”

ดังนั้น  พวกเราชาวเกาหลีเหนือที่เป็นดั่งครอบครัวใหญ่

“พวกเราต้องร่วมมือกัน  ช่วยสร้างครอบครัวนี้ให้มีเศรษฐกิจที่ใหญ่โตเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ  พวกเราต้องร่วมมือกันสร้างครอบครัวนี้ให้กับคนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจและเป็นที่จดจำ  ต้องทำให้คนทั้งโลกรู้ว่าเราเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด 

ส่วนใครที่ให้การสนับสนุนรัฐเป็นอย่างดี  เราจะไม่ทอดทิ้งท่านแน่   เราพร้อมจะให้ที่อยู่ดีๆและเครื่องอำนวยความสะดวกสบายต่อท่านทุกอย่าง   ขอเพียงแค่ทุกท่านตั้งใจทำงานให้ดี  ขยันขันแข็ง  และ  เชื่อฟังท่านผู้นำทุกอย่าง   เพราะว่า   ในหลายประเทศจ้องเล่นงานพวกเราอยู่  พวกเราต้องร่วมกันสู้อย่างกล้าหาญ  ปราศจากความกลัว  เพื่อปกป้องครอบครัวที่พวกเราร่วมสร้างกันมา”

https://konruay.com
https://konruay.com

หนี!!

พบว่ามีชาวเกาหลีเหนือไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ได้ทำการหลบหนีออกจากประเทศ 

โดยใช้เส้นทางผ่านจีน มองโกเลีย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำกันในเวลากลางคืน ส่วนใหญ่จะหนีเข้าฝั่งจีนโดยมีข้อแลกเปลี่ยนของคนที่ให้การช่วยเหลือ คือ  การไปใช้เป็นแรงงานอย่างหนักมากเป็นเวลา 2 ปีเต็ม หรือ ไม่ก็ถูกนำไปขายต่อในตลาดมืด  “หากหนีไปแล้วโดนจับได้จะถูกนำตัวมาลงโทษอย่างหนัก”😡😡

บางคนอาจใช้เส้นทางผ่านมองโกเลีย 

ในบางช่วงต้องเดินผ่านทะเลทรายที่ร้อนระอุก็ต้องอดทน หลายคนกล่าวว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ปราศจากความกลัว คิดแค่ว่าต้องหนีไปให้ได้ ไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้อีกเพราะ  ความทุกข์กายและใจที่อยู่ในเกาหลีเหนือมันมีมากกว่าความกลัวตาย  และ จุดหมายปลายทางของคนส่วนใหญ่ คือ “จะไปอยู่ที่เกาหลีใต้ ” 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

หญิงสาวคนหนึ่ง  กล่าวว่า  “เธอใช้เวลานานถึง 2 ปี กว่าเธอกับแม่จะได้รับการอนุมัติให้ไปอยู่ที่เกาหลีใต้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

เธอต้องเข้าเรียนและรับการอบรมใหม่หมด   ในด้านประวัติศาสตร์  

เธอกล่าวว่า  “ในโปรแกรมการเรียนการสอนพวกเขาสอนให้ฉันรู้จักช้อปปิ้งเซ็นเตอร์  สอนให้รู้จักการใช้ ATM  เพราะ  ในชีวิตของฉันไม่เคยใช้ ATM เลย ไม่เคยได้จับเงินเยอะๆ   ฉันต้องเรียนรู้จักการใช้เงินใหม่หมดว่าต้องมีการจัดสรรเงินยังไง  เรียนรู้เรื่องไฟแนนซ์  การออมเงิน  การลงทุน  รวมไปถึงให้ระวังพวกสแกม(เมอร์) พวกหลอกลวงต่างๆก็สอนให้ระวัง”

ในเกาหลีเหนือประชาชนส่วนใหญ่ ไม่มีแม้แต่บัญชีธนาคารเป็นของตนเอง ใครอยากมีเงินเก็บใช้จ่ายส่วนตัวต้องแอบเก็บซ่อนเอาไว้เอง 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ี่เกาหลีใต้ทางรัฐบาลจะมีที่พักให้อยู่    มีเงินสนับสนุนให้กู้ยืมจากรัฐบาลมาลงทุน   มีการสอนงานในสายอาชีพต่างๆ คุณจะมาเป็นเจ้าของฟาร์มก็ได้

สาเหตุ  ที่ทำให้เธอหลบหนีออกจากประเทศเกาหลีเหนือ 

พวกเธอกล่าวว่า  “อยากได้ชีวิตที่มีเสรีภาพมากกว่านี้   ใครอยากทำอะไรก็ได้  อยากดูหนัง  ฟังเพลงอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีใครมาควบคุมกฏ เพราะ ที่เกาหลีเหนือจะไม่อนุญาตให้ดูหนังภาพยนต์ของชาวต่างชาติได้   แม้จะมาจากฝั่งเกาหลีใต้ก็ยังห้าม   และ  ขาดเสรีภาพอย่างหนักในการใช้ชีวิต เช่น การแต่งงานก็ยังมีการคลุมถุงชนอยู่   ไม่ใช่การแต่งงานด้วยความรัก   ซ้ำร้ายบางคนไปเจอกับฝ่ายชายที่ไม่เคยให้เกียรติผู้หญิงนัก เรียกได้ว่า “นรกมาเยือนชัดๆ”  มองแค่ผู้หญิงเป็นกระสอบทรายไว้ซ้อมมือ  เป็นที่ระบายอารมณ์เท่านั้น   แถมบางรายมีปัญญาทางจิตอีก ฝ่ายหญิงก็ต้องทนอยู่ในความทุกข์นั้นตลอดไป”

มีผู้หญิงบางคนถูกสามีทำร้ายมากกว่า 20 ปี 

เธอผู้นั้นต้องทนรอให้สามีเสียชีวิตไปเอง ถึงจะไม่โดนทำร้ายอีก  ความรุ่นแรงมีให้เห็นมากมายแต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นพูด หรือ ต่อสู้อะไรได้

 

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ กว่า 70%-88% ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ยังไม่นับรวมคนที่อยู่ในประเทศที่ทำงานแบบไม่ได้ค่าจ้างอีก ไหนจะโดนข่มขืน หรือ โดนล่วงละเมิดทางเพศต่างๆอีกมากมาย

 

ในปี 2017 พบว่ามีนายทหารวิ่งหลบหนีจากชายแดนเกาหลีเหนือ 

เข้าสู้เกาหลีใต้ จนถูกฝั่งเกาหลีเหนือยิงไป 7 นัด ปางตาย ล่าสุดพบนายทหารหนีเข้าเกาหลีใต้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 4 รายที่เช็คได้ในปีนั้น

ตั้งแต่แยกประเทศออกมา พบว่าชาวเกาหลีเหนือได้หลบหนีเข้าไปอยู่ที่จีนและรัสเซีย กว่า 300,000 คน และ เข้าไปอยู่ที่เกาหลีใต้ จำนวน 31,093 คน อยู่ในยุโรป 1,400 คน อยู่ในแคนาดามากกว่า 100 คน และ อยู่ในอเมริกามากกว่า 200 คน

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ปัญหาใหญ่ที่คนหลบหนีออกนอกประเทศ

อันเนื่องมาจาก ความกดดัน ความเครียด ความทุกข์ยากลำบาก ความหิวโหย อาหารมีไม่เพียงพอ บางคนป่วยเป็นโรคจนถึงแก่ความตาย เพราะ ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันเวลา

พบกว่า 57% ที่คนป่วยเป็นโรคเสียชีวิต เนื่องจาก  คนกลุ่มนั้นไม่มีเงินเพียงพอในการรักษาตัว  และ  ขาดการดูแลในด้านสาธารณสุขที่ดี จาก 189 ประเทศ  ที่วัดระดับ “Human Development Index (HDI) ” ประเทศเกาหลีเหนือไม่ติดการสำรวจใดๆ

https://konruay.com
https://konruay.com

ขอบคุณข้อมูลจากนักข่าวและบุคคลที่เข้าไปทำสารคดีในสถานที่จริง , NHK World , DW , Business Insider , Independent , WSJ , RT และ อื่นๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/International_rankings_of_North_Korea

https://en.wikipedia.org/wiki/North_Korea

 

อะไรทำให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่เจริญร่ำรวย

หลังจากที่นอร์เวย์ได้ค้นพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ  เมื่อปี 1959 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากอดีตที่เคยเป็นประเทศยากจน   มาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ต่ำกว่าประเทศเดนมาร์กและสวีเดน ราวๆ 30%-40%   ซึ่งการค้นพบน้ำมันในครั้งนี้ทำให้นอร์เวย์กลายเป็นประเทศที่เจริญร่ำรวยภายในชั่วพริบตา ระดับ GDP Per Capital ก็สูงขึ้นทางเดียว ส่วนน้ำมันที่ขายได้  ก็ได้ราคาดีและแพงกว่าซาอุฯซะอีก

การผลิตน้ำมันของนอร์เวย์  จะผลิตเท่าที่จำเป็นและเพียงพอเท่านั้น   เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันล้นตลาด หรือ มีมากเกินไป  โดยกำหนดการผลิตต้องไม่เกิน 4% ต่อปี นี่คือมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม  และ  มีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงานร่วมด้วย

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ประเทศนอร์เวย์มีพื้นที่ 385,364 ตร.กม.  มีจำนวนประชากรอยู่ที่ 5.2 ล้านคน  ชีวิตความเป็นอยู่สงบ ปลอดภัย  หากใครลืมปิดประตูบ้านก็ไม่กลัวของหายหรือเกิดอันตรายใดๆ  ปัญหาอาชญากรรมต่ำ  โจร  ขโมยมีน้อย

พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม   สมบูรณ์    ผู้คนให้ความสนใจในเรื่องการดูแลรักษาธรรมชาติมาก และ รถยนต์ EV ก็เติบโตมากในที่นี่  โดยเขาให้เหตุผลว่า  เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม  มีอากาศที่บริสุทธิ์ สะอาด สดชื่น ปลอดมลพิษ  

แม้ว่านอร์เวย์จะเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมัน   แต่เพื่อสุขภาพที่ดีของคนในประเทศ ทุกคนต่างรณรงค์ให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถน้ำมัน อีกทั้งยังสามารถได้รับส่วนลดในด้านภาษีอีกต่างหาก

หากกรณีรัฐเป็นผู้สร้างมลภาวะขึ้นมา    คนส่วนใหญ่ก็จะประท้วง หรือ ฟ้องศาล  เพราะ ประเทศนี้มีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเอาจริงมาก

https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ส่วนมาตรฐานทางสังคม หรือ มารยาททั่วไปที่เป็นวัฒธรรม หากพบปะใครก็ตามแม้จะเป็นคนแปลกหน้า  สิ่งที่ต้องปฏิบัติเป็นธรรมเนียม คือ การกล่าว คำทักทายผู้อื่น (Hello)  หรือ  การรู้จักใช้ Please  หรือ  รู้จักกล่าวคำขอบคุณ

ส่วนใครที่ชอบช้อปปิ้ง  ที่นอร์เวย์จะมีห้างไม่ค่อยเยอะ  ส่วนใหญ่ห้างก็จะเล็กๆ ตัวเลือกก็น้อย และ มีราคาแพง

นอร์เวย์เป็นประเทศที่ติดอันดับค่าครองชีพสูงที่สุดในอันดับต้นๆของโลก    ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยน้อยมาก  และ  ประชาชนส่วนใหญ่ก็มีเงินส่วนตัวเกินหลักล้านโครนขึ้นไป   เปอร์เซ็นต์เงินออมในระดับครัวเรือนอยู่ที่ 10.4%     เปอร์เซ็นต์คนว่างงานน้อย   ระดับการคอร์รัปช่่ต่ำ

https://konruay.com

บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศนอร์เวย์  คือ  John Fredriksen  ผู้เป็นมหาเศรษฐีบ่อน้ำมันและนักลงทุน  ซึ่งมีรายได้มากกว่า $7.4 billion

นอร์เวย์เป็นประเทศที่ร่ำรวยติดอันดับ 2 ของโลก   รองจากลักเซมเบิร์ก ที่เป็นอันดับ 1   และ อันดับที่ 3ได้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

https://konruay.com

อีกอย่าง  คนที่นี่จะมีความคิดกว้างไกลมาก   ยกอย่างเช่น  การเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลกเอาไว้  เผื่อวันหนึ่งข้างหน้าอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พืช ฝัก ก็จะได้ไม่สูญพันธ์ุหรือสูญหายไป   และ  มนุษย์ก็จะได้มีอาหารกินกันอย่างอุดมสมบูรณ์  

สมัยก่อนนอร์เวย์ได้ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก

ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำอยู่ต่อเนื่อง  “ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์”   สร้างรายได้นำเงินเข้าประเทศ  สูงถึง $2,351,830,500 ในตลาดยุโรป

แต่ถ้าเป็นยอดการส่งออกปลาแซลมอนจากฟาร์ม  ที่ส่งไปขายทั่วโลกกว่า 149 ประเทศ  ยอดส่งออกนี้ทำเงิน สูงถึง $7,495,059,000

ส่วนอาหารทะเลก็มียอดการส่งออกที่งดงามเช่นกัน  สูงถึง $11,359,700,000 โดยมีตลาดใหญ่แถบยุโรปเป็นหลัก  ประเทศที่เป็นกำลังซื้อสำคัญได้แก่  ประเทศเดนมาร์ก และ โปแลนด์

ส่วนตลาดทางฝั่งเอเชีย  ก็มียอดการส่งออกทำเงิน  ที่ $2,157,508,900

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อ ปี 1959   ในช่วงแรกที่ประเทศเจอน้ำมันและแก๊สธรรมชาติใหม่ๆ   ภาครัฐก็เริ่มคิดและวางแผนเลยว่าทำยังไงให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้นต่อจากนี้ไปในอนาคต   ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่  และ   ยอมรับว่าเสี่ยงเหมือนกัน

โดยภาครัฐจะเน้นไปในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน”   และ  “คุณภาพของศึกษาเป็นหลัก”  ดังนั้น คนที่นี่ส่วนใหญ่ที่มีการศึกษาในระดับสูงพบกว่า 32%

 

มีบ้างที่ต้องฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ราคาน้ำมันตกต่ำ   แต่ภาครัฐก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาคนในประเทศอย่างต่อเนื่อง   เพราะ เล็งเห็นแล้วว่านี่คือ”อนาคตของชาติ”ที่จะพาประเทศเจริญก้าวหน้าไปย่างมั่นคงถาวรและยาวนาน 

https://konruay.com
https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

นอร์เวย์ร่ำรวย

มาจากฝีมือของทางภาครัฐ   ที่คิดถึงภาพรวมชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศเป็นหลัก  เพราะ  เงินที่ได้มาทั้งหมด จากภาษีและจากน้ำมัน ก็นำไปใช้ในการพัฒนาประเทศล้วนๆ 

ซึ่งนอร์เวย์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เสียภาษีสูงมากพอสมควร   มีจำนวนคนเสียภาษี  ณ เวลานี้อยู่ที่ 3 ล้านคน  จากจำนวนประชากรทั้งหมด 5.2 ล้านคน 

และ  ภาษีที่จ่ายไปก็แลกเปลี่ยนกลับมาเป็นสวัสดิการดีๆที่มีเซอร์วิสให้มากมาย   โดยส่วนใหญ่จะฟรี    ในด้านการศึกษาทุกพื้นที่จะมีคุณภาพการศึกษาเท่าเทียมกัน  ได้เรียนเหมือนกัน   มีเงินเกษียณให้เหมือนกัน   คนตกงานก็มีเงินคอยซัพพอร์ตให้อย่างเหมาะสม  และ  มีการดูแลในเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย ฯลฯ

https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com

สิ่งที่รัฐกระทำในการบริหารประเทศ ดังนี้

ปี 1967 ได้มีการก่อตั้งกองทุนประกันอุบัติเหตุของประเทศขึ้น เพื่อใช้ดูแลคนในประเทศ

ปี 1990 ได้มีการก่อตั้งกองทุนน้ำมันของประเทศขึ้น ซึ่งมีมูลค่ากว่า $1 trillion (จาก Forbes รายงาน

ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ กำไรที่ได้ก็นำมาดูแลและใช้จ่ายในประเทศ หรือ นำไปลงทุนต่อในต่างประเทศ ที่อยู่ในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน หรือ ลงทุนใน Google , Apple , Nestle , Shell , YouTube และ ในด้านอสังหาฯ เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เรียกได้ว่า “รัฐมีความฉลาดในการหาเงินและการลงทุนมาก”  เพราะ   “ไม่อยากนำประเทศไปผูกกับธุรกิจน้ำมันแต่อย่างเดียว”    จึงมีการสร้างรายได้หลายช่องทางขึ้น  เพื่อความมั่นคง  และ  เป็นการกระจายความเสี่ยง  คือ  เน้นไปในการสร้างผลประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว

แต่หลักๆ  รัฐจะให้น้ำหนักในการลงทุนธุรกิจในประเทศตัวเองเป็นหลัก  เช่น  Norsk Hydro , Storebrand , Statoil , Telenor , Yara International , Gjensidige Forsikring , DNB ,Orkla เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ในอนาคตหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือ ราคาน้ำมันตกต่ำ 

คนในนอร์เวย์ก็ยังอยู่ได้  เพราะ  มีเงินเก็บสำรองเอาไว้แล้วอย่างมากมาย  คือ มีการคิดคำนวณล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว 

ที่สำคัญ ประเทศนอร์เวย์ยังมีทองคำสำรองเอาไว้  ประมาณ 10 ตัน   และ  ทางภาครัฐก็มีความระมัดระวังรอบคอบ ในเรื่องการใช้จ่ายเงินออกไปมาก 

คนส่วนใหญ่ที่นี่ก็จะมีกองทุนของทางภาครัฐจัดเซอร์วิสให้ในการเป็นเจ้าของร่วมกัน

https://konruay.com

เวเนซุเอลากับบทเรียนราคาแพง

เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีน้ำมันดิบมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของโลก  ซึ่งมากกว่าประเทศซาอุดิอาระเบีย  แต่กลายเป็นว่ามีความยากจนกว่าประเทศโคลอมเบียซะอีก  และ  ก่อนนี้ยังเคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบลาตินอเมริกา  แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจตกต่ำ ยากจน ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และ ไฟฟ้า อย่างรุนแรง

นี่คือ  บทเรียนราคาแพงของเวเนซุเอลา กับข้อแลกเปลี่ยนรัฐสวัสดิการ ที่ส่งเสริมประชานิยม เพิ่มพูนอำนาจตน (รัฐ) พาประเทศดิ่งเหว

ผลที่ตามมา จากวิกฤตเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาที่เกิดขึ้น

ทำให้มีคนหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกว่า 2 แสนคนที่เอกวาดอร์ และ บางกลุ่มก็มุ่งเป้าหมายไปยังบราซิล และ โคลอมเบีย

ล่าสุดมีคนหนีตายออกนอกประเทศไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน

หลายโรงเรียนถูกปิดไม่มีระบบการเรียนการสอนเกิดขึ้น เพราะ  คนไม่มีอะไรจะกิน ไม่มีเงิน ข้าวของทุกอย่างแพงทะลุเพดาน  บางคนเพื่ออนาคตที่ดีก็ต้องหนีตายข้ามฟากไปเรียนหนังสือในฝั่งโคลอมเบีย

 

หากใครป่วยไม่สบายในช่วงนั้น  ก็เตรียมตัวตายช้าๆ  เพราะ ความพร้อมในด้านอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ยารักษาโรค หมอ แพทย์ ทุกอย่างกลายเป็นความว่างเปล่า ทำให้มีคนป่วยเป็นโรคอย่างมากมาย

เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ  สูงถึง 11% พบว่าอยู่ในภาวะโรคขาดสารอาหาร   และ  ในแต่ละสัปดาห์จะมีเด็กเสียชีวิตเนื่องจากหิวตาย ถึงสัปดาห์ละ 6 คน 

https://konruay.com
https://konruay.com/

คนตกงานระเนระนาด  บริษัท   ห้างร้านค้า   อุตสาหกรรม  ธุรกิจต่างๆถูกปิดตัวลง

อาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้น   เมื่อเทียบกับจำนวนคน 100,000 คน  จะมีเปอร์เซ็นต์คนถูกฆ่าตาย ถึง 56.3%  ส่วนสถิติการฆาตกรรมติดเป็นอันดับ 2 ของโลกไปเรียบร้อย

มีแก๊งต่างๆเกิดขึ้นมากมาย   ผู้บริสุทธิ์จริงๆที่ไม่ได้กระทำความผิด  ก็ไม่กล้าที่จะแจ้งความ  เพราะ  เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ก็คือผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับคนร้าย หรือ ผู้ที่ก่อเหตุ หรือ ผู้ลงมือซะเอง

จนมีคำกล่าวที่ว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจนะหรอ คือ ผู้ที่มาปล้นมากกว่าที่จะมาช่วยเหลือ” (อ้างอิงจาก HRW รายงานว่า มีถึง 3% ที่ผู้ก่อเหตุมาจากฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง)

ในแต่ละวันก็จะมีคนถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่  ถึงวันละ 5 คน   นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายประเทศต้องแจ้งพลเมืองของตนเอง ว่าควรหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวที่เวเนซุเอลาเอาไว้ก่อน เพราะ อันตราย เช่น เกิดการจี้ ปล้น ลักพาตัว เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ  ในเรื่องราคาสินค้าอย่างเช่น กาแฟขายต่อแก้ว อยู่ที่ 450 Bolivars (โบลิวาร์ คือ สกุลเงินของประเทศนี้) หากเทียบในสภาวะปัจจุบัน  กาแฟแก้วเดียวกันนี้จะขายอยู่ที่ 2.5 ล้าน Bolivars หรือ เรียกได้ว่า ซื้อ”กาแฟแก้วละล้าน”

ในเรื่องสกุลเงินที่ใช้กันในประเทศก็จะรับเป็น Dollar หรือ Euro ก็ได้  เพราะ  สกุลเงินของเวเนซุเอลามีค่า = เศษกระดาษธรรมดา

นี่จึงเป็นเหตุให้ประชาชนหลายคน   ต่างวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐอย่างหนัก  รวมไปถึงตัว “ปธน. นิโคลัส มาดูโร” ยิ่งนับวันยิ่งพาประเทศลงเหวไปเรื่อยๆ   จึงไม่แปลกว่าทำไมประชาชนนับล้านจึงหนีตายออกนอกประเทศกันอย่างท่วมท้น  เพราะ  อยู่ไปก็ไร้อนาคตและสิ้นหวัง

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ผู้สื่อข่าวมากกว่า 500 ราย ถูกควบคุมตัว   เพราะ   ได้เสนอกล่าวรายงานและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ประธานาธิบดี “Nicolás Maduro” (นิโกลัส มาดูโร) ต่อชาวโลกได้รับรู้

อย่างกรณี  เขาเองมีการใช้จ่ายเงินไปในเรื่องส่วนตัว  เช่น  เรื่องการแต่งตัว เสื้อผ้า อาหาร และ การท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า วันละ $1.8 million โดยตัวเขาได้อ้างว่ามีรายได้แค่ $2 million เท่านั้น!!   อีกทั้งยังได้รับเงินเดือนน้อยกว่าประธานาธิบดีคนอื่นๆที่อยู่ในแถบลาตินอเมริการด้วยกันซะอีก

พบว่าพฤติกรรมNicolás Maduro”  มีประวัติไปกู้ยืมเงินมาเพื่อสร้างหนี้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า $150 billion  ละ  เงินที่ใช้บริหารประเทศก่อนนี้จู่ๆก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย  ซึ่งเป็นจำนวนเงินกว่า $425 billion

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เวเนซุเอลา ถือว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาการคอร์รัปชั่นมากที่สุด  

ติดอันดับเกือบๆสุดท้าย  จากทั้งหมด 180  อันดับ  

เวเนซุเอลา อยู่ในอันดับที่ 168

https://en.wikipedia.org/wiki/Corruption_Perceptions_Index

ในส่วนเรื่องเสรีภาพทางสื่อ   เวเนซุเอลาจัดอยู่ในอันดับ ที่ 143  

จาก 180 อันดับ และ  อันดับสุดท้าย คือ “ประเทศเกาหลีเหนือ” https://rsf.org/en/ranking_table

https://konruay.com
https://konruay.com

สิ่งที่รัฐ (นิโกลัส มาดูโรกระทำอีกอย่าง  คือ

การไปยึดที่ดินทำกินของคนรวยมาแจกคนจน   ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกันกับซิมบับเว   ในความเป็นจริงในโลกปัจจุบัน  ก็มีบางประเทศก็กำลังใช้โมเดลนี้อยู่   เพื่อสร้างความล่มสลายให้กับประเทศที่พวกเขาเกิดมา  ถือได้ว่าเป็นการทำลายวัฏจักรอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศตัวเองโดยตรง

80% ของชาวเวเนซุเอลา เป็นผู้ที่ยากจนมาก และ ระดับความจนในขั้นสุดประเภทหาอาหารกินตามถุงขยะ ก็เกือบๆ 20%

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

อีกอย่าง  ไม่ใช่ว่าชาวเวเนซุเอลา    เขาจะไม่ทำการเพาะปลูก   หรือ  การเกษตร มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเขาก็ทำเหมือนกัน  แต่ราคาขายในประเทศมันต่ำกว่าความเป็นจริงเยอะ  ได้ราคาขายที่ไม่เป็นธรรม  ซึ่งรัฐก็เป็นผู้ควบคุมกลไกลราคาเอง

ส่วนอีกเคสที่พบ  คือ  “รัฐเข้าไปยึดกิจการทำกินของเจ้าของฟาร์มเอามาทำเอง”   หากใครไม่ยอมก็เผาฟาร์มไล่ที่  หรือ ใช้กำลังบังคับ

ซึ่งถ้าากเทียบระหว่างรัฐเอาไปทำเอง  กับผลผลิตที่ได้ คือ ออกมาต่ำกว่าเจ้าของฟาร์มตัวจริงถึง 4 เท่า

ต่อจากนั้นรัฐก็ยังเข้าไป“ยึดกิจการน้ำมันของต่างชาติเอามาทำเอง”   โดยไล่คนที่รู้งาน  เป็นงานและมีฝีมืออหมด โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ”

ท้ายที่สุดก็เป็นอย่างที่เห็น”  คือ  เจ๊ง!!   แบบหมดสภาพ!!

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

หากมองจากจุดเริ่มต้น  ตั้งแต่ ปี 2013 ที่ “นิโกลัส มาดูโร” เข้ามาปกครองหรือบริหารประเทศนั้น GDP ก็ลดต่ำลงไปเรื่อยๆ และ “อัตราเงินเฟ้อ” ก็เพิ่มสูงขึ้นกว่า ล้านเปอร์เซ็นต์

ซึ่งในปี 2019 IMF ได้คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลา จะกระโดดไปถึง “10 ล้านเปอร์เซ็นต์”

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ทีนี้มาดู ..

น้ำมันดิบสำรองของแต่ละประเทศ ที่มีมากที่สุดในโลก 10 อันดับ 

1. เวเนซุเอลา – 300,878 ล้านบาร์เรล

2. ซาอุดิอาระเบีย 266,455 ล้านบาร์เรล

3. แคนาดา – 189,709 ล้านบาร์เรล

4. อิหร่าน – 158,400 ล้านบาร์เรล

5. อิรัก – 142,503 ล้านบาร์เรล

https://konruay.com
https://konruay.com

6. คูเวต – 101,500ล้านบาร์เรล

7. UAE – 97,800ล้านบาร์เรล

8. รัสเซีย – 80,000 ล้านบาร์เรล

9. ลิเบีย – 48,363ล้านบาร์เรล

10. USA – 39,230 ล้านบาร์เรล

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศ ที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ของโลก อย่าง เวเนซุเอลา” ???

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

สิ่งที่จะพิจารณา ใน 2 ประเด็น คือ “ราคาน้ำมัน”  กับ  “อัตราเงินเฟ้อ”

หากดูในช่วงแรกที่ นิโกลัส มาดูโร” เข้ามาบริหารประเทศ ในช่วงนั้นประชาชนก็ยังกินดีอยู่ดี  ได้โปรแกรมฟรีหลายอย่าง และ ราคาน้ำมันในช่วงนั้นก็อยู่ในเรตราคาที่ดี คือ สูงใช้ได้

ลายคนก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่า”รัฐจะล้มเหลว” หรือ “ล้มละลาย”  หรือ “ราคาน้ำมันจะดิ่งเหว”  รัฐก็ไม่มีแผนสำรองเอาไว้

ยกตัวอย่าง  ราคาน้ำมันในแต่ละปี 

ปี 2013 ราคาน้ำมัน อยู่ที่ 97.98

ปี 2014 ราคาน้ำมัน อยู่ที่ 93.17

ปี 2015 ราคาน้ำมันร่วง มาอยู่ที่ 48.72 

นี่คือ  “ช่วงที่คนในประเทศเริ่มระส่ำระสาย” เพราะ  “รัฐไม่มีเงินเพียงพอมาเลี้ยงดู” หรือ ซัพพอร์ตคนในประเทศได้มากพอ เพราะ “รายได้หลักขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันอย่างเดียวเกินกว่า 50% ของ GDP”

ถ้าหากเทียบในระหว่าง ปี 1950 – 1980 เวเนซุเอลา ยังถือว่าเป็นประเทศที่มีมาตรฐานชีวิตที่สูงหรือดีกว่า ประเทศในแถบลตินอเมริกาด้วยกัน

และ อัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลาเรียกได้ว่าติดปีกจนน่าตกใจ 😱 อย่างปี 2018 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2,688,670% เมื่อเทียบกับประเทศทั่วไป ที่อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3.78% โดยประมาณ

ยกตัวอย่าง  อัตราเงินเฟ้อจากประเทศอื่นๆ  เช่น

อิหร่าน 23.5%  ,  เยเมน 20%  ,  ซีเรีย 25.50%  ,  แองโกลา 30.90%  ,  ลิเบีย 32.80%  ,  อาร์เจนตินา47.60%  ,  อิสราเอล 0.20% , ญี่ปุ่น 0.40% , สวิสเซอร์แลนด์ 0.50%  ,  สิงคโปร์ 0.90%   ,  กรีซ 1.20%  , ส่วนประเทศแคนาดา , เยอรมนี , ออสเตรีย , สวีเดน ,โปรตุเกส 1.60% เป็นต้น

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_inflation_rate

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ปัญหาหลักๆ ที่เวเนซุเอลาประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ

ปัญหาใหญ่เลย คือ “ตัวผู้นำที่บริหารประเทศขาดวิสัยทัศน์”   “ขาดความรู้ความเข้าใจในภาพรวมด้านเศรษฐกิจ การเงิน”  มีปัญหาในด้านคอร์รัปชั่นในระบบราชการรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ระบบการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ  ผู้นำประเทศคิดแค่ว่ามีน้ำมันขายก็สบายไปตลอดชาติจนไม่หวังพึ่งรายได้จากส่วนอื่น  คือ มีรายได้ทางเดียวก็คิดว่าพอแล้ว

ที่นี้ พอคนไม่มีกิน หรือ ขาดรายได้ในการดำรงชีพ

“ปัญหาต่างๆก็ตามมาเป็นหางว่าว”  มีระบบโครงสร้างที่ไม่แข็งแกร่งพอที่จะป้อนคนเข้าสู่การแข่งขันในโลกการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ภาครัฐสร้างนิสัยเสียให้กับประชาชน    โดยการแจกทำให้คนขี้เกียจขาดความกระตือรือร้น  ในการพัฒนาตัวเองในด้านการทำงาน  ทำให้คนอ่อนแอ สร้างระบบทำให้คนเป็นโรค  คือ ต้องคิดว่าต้องสร้างระบบยังไงเพื่อช่วยสร้างคนอย่างมีคุณภาพไม่ใช่ฆ่าคนทางอ้อม

ส่วนรัฐก็ใช้อำนาจในการคอนโทรลทุกสิ่งมากจนเกินไป   และ  ปัญหา(ใหม่)ใหญ่ ของ นิโกลัส มาดูโร” คือ การไม่ยอมรับการช่วยเหลือด้านอาหารและยาจากประชาคมโลก หรือ จากเพื่อนบ้าน

“แน่นอนว่าไม่มีพ่อแม่หรือครอบครัวไหนต้องทนเห็นลูกอดอยากไม่มีอาหารกิน” หรือ ป่วยไม่สบายนั่งรอวันตาย ทุกชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดด้วยกันทั้งสิ้น   จึงมีการปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างพลเรือนกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปิดล้อมสเบียงไม่ให้เข้ามา 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

“หน้าที่รัฐควรสอนคนให้รู้จักจับปลา”  หาเลี้ยงชีพได้ด้วยตนเอง   ไม่ใช่สอนให้คนอวัยวะครบแต่พิการ    คำว่า”ฟรี”ทำได้เฉพาะแค่บางประเทศที่แข็งแรงจริงเท่านั้น  ซึ่งพบได้น้อยมากที่จะทำได้  เพราะ  มันทำได้ยาก

เวเนซูเอลา  คือ  บทเรียนตัวอย่างของตัวผู้นำประเทศที่ขาดวิสัยทัศน์  คิดตื้นและสั้น  ทำระบบโครงสร้างในด้านสังคมที่คิดว่าดี  แต่แอบแฝงบังหน้าเพื่อคอร์รัปชัน   แค่แบ่งเศษเงินบางส่วนให้ เพื่อเป็นการปิดปากประชาชนด้วยคำว่า”ฟรี”  เหมือนจะดีที่ว่ารัฐให้ความช่วยเหลือจนล่มจมไปตามๆกัน  

กระนั้นเอง  “รัฐก็ยังใช้อำนาจควบคุมทุกสิ่งเต็มพิกัดเบ็ดเสร็จ แบบเผด็จการรัฐสวัสดิการ”

ท้ายที่สุด   คนที่บาดเจ็บก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล  ก็คือ  คนในประเทศที่บอบช้ำกันทั่วหน้าและยังติดหล่มความยากจนอย่างแสนสาหัสยิ่งกว่าเดิม  

ซึ่งถือว่าเป็น“บทเรียนราคาแพง”   ที่ประชาชนต้องมารับเคราะห์จากความโลภ  การหลงอำนาจ  ซึ่งถือว่าเป็นหายนะที่ไม่ได้รับเชิญ   

“เชื่อว่าหลายท่าน คงไม่อยากจะเจอกับสภาพเช่นนี้แน่”  

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

อะไรทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่เจริญร่ำรวย

การจับงานด้านอุตสาหกรรม  และ  เทคโนโลยี  ทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่เจริญร่ำรวยก้าวหน้าเป็นอย่างมาก  ถือได้ว่าเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมากมายมาหาศาล  ยกตัวอย่าง  เช่น  มือถือ ทีวี รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และ งานด้านสื่อบันเทิงต่างๆ  เป็นต้น

ปี 2018 ประเทศเกาหลีใต้มียอดสินค้าส่งออกในภาพรวม อยู่ที่ $605.2 billion คิดเป็น 5.5% อ้างอิงจาก Bloomberg จัดอยู่ในอันดับ ที่ 5 ของโลก

https://konruay.com

โดยเกาหลีใต้มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 51.47 ล้านคน  มีผู้ว่างงาน อยู่ที่ 3.7%- 3.8%

Lee Kun-Hee  คือ บุคคลที่ร่ำรวยมากที่สุด  เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทซัมซุง  มีรายได้อยู่ที่ $16.9 billion

https://konruay.com

ในเกาหลีใต้มีจำนวนเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญ กว่า 38 ราย   มีเศรษฐีระดับร้อยล้านเหรียญมากกว่า 16,000 ราย    และ  มีเศรษฐีระดับล้านเหรียญมากกว่า 200,000 ราย

ทีนี้ หากย้อนประวัติศาสตร์กลับไปเกือบๆ 60ปี

เกาหลีใต้ถือว่าเป็นประเทศที่ยากจนกว่าซิมบับเวซะอีก และ หากพิจารณาก็จะพบว่าเกาหลีใต้นั้น  ใช้เวลาในการพัฒนาประเทศแค่ช่วงเจเนอเรชั่นเดียวเท่านั้น ซึ่งถือว่าทำได้ดีและเก่งมาก

https://konruay.com

https://konruay.com

เกาหลีใต้มีสงครามใหญ่เกิดขึ้นในระหว่าง ปี1950-1953

เป็นการสู้รบกันเองของคนในประเทศ จนทำให้เกิดการแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน คือ  เกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้

จากสงครามในครั้งนั้น  ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 ล้านคน

https://konruay.com
https://konruay.com

นี่จึงเป็นสาเหตุหลัก

ที่ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่ยากจน  และ  ล้าหลังมากที่สุดในเวลานั้น    

เด็กไม่มีแม้แต่โต๊ะที่จะนั่งเรียนหนังสือ   ไม่มีนมให้ดื่ม  และ  ผู้คนส่วนใหญ่ก็คุ้ยอาหารกินจากกองขยะเพื่อใช้ประทังชีวิต  

https://konruay.com
https://konruay.com

Douglas MacArthur  กล่าวว่า

หากเกาหลีใต้จะพัฒนาประเทศให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองได้นั้น   คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 100 ปี  เพราะ  ดูแล้วประเทศเสียหายหนักมากจากสงคราม ซึ่งมองไม่เห็นอนาคตเลยว่าจะทำได้อย่างไร?

แม้ดูเหมือนจะเจอทางตันและสิ้นหวัง

แต่ทว่า ในปี 1960 เกาหลีใต้ ได้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจเกิดขึ้น  โดยเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเสรี  ไม่มีการเรียกเก็บภาษีในช่วงแรก

หากใครอยากกู้เงินจากต่างประเทศมาลงทุนทำธุรกิจในส่วนภาครัฐก็ยินดีช่วยค้ำประกันให้

https://en.wikipedia.org/wiki/Koreans_in_Germany

https://konruay.com
https://konruay.com

หากเกิดกรณีที่หาเงินมาชำระหนี้ได้ไม่ทัน    ภาครัฐก็จะยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือในตรงจุดนี้    ซึ่งภาษีของคนที่ทำธุรกิจก็ให้จ่ายน้อยมาก

แผนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้วางเป้าหมาเอาไว้ที่ 5 ปี ..ว่า.. เศรษฐกิจต้องโตขึ้นให้ได้🚀

โดยจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นหลัก ยกตัวอย่าง ซัมซุงที่ต้องการแรงงานด้านการผลิตขั้นต่ำ 100,000 คนขึ้นไป รวมไปถึงธุรกิจ อย่าง Hyundai , Kia และ LG เป็นต้น

และ GDP per Capita ของปี 1960 จะอยู่ที่ $944.30 ส่วนของไทยในปีเดียวกัน อยู่ที่ $570.90

https://konruay.com
https://konruay.com

และ ก็ทำได้จริง🤗 เพราะ เกาหลีใต้ เป็น ผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก ในด้านสิ่งทอ และ วิกผม

โดยยอดการส่งออกโต ถึง 36.6%  ซึ่งเงินที่ได้ในส่วนนี้ทางภาครัฐ  ก็จะนำเงินไปลงทุนต่อเพื่อบุกเบิกอุตสาหกรรมใหม่  เช่น สเตนเลส เหล็ก ถ่านหิน  เคมี  เครื่องจักร  เครื่องยนต์  และ  การสร้างเรือ 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

1967 เศรษฐกิจโตขึ้นสูงถึง 7.8 %

และ ในป2009 เกาหลีใต้ คือ ผู้ส่งออกเหล็กกล้ารายใหญ่  อยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ะไรเป็นสาเหตุให้ประเทศเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

สิ่งที่พบ  ก็คือ  เกาหลีใต้จะปลูกฝังให้ประชาชนส่วนใหญ่รักการพัฒนาตนเอง  และ  เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอโดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีต้องมีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ให้ความสำคัญและเน้นคุณภาพการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยรัฐให้เงินทุนในการสนับสนุนในส่วนนี้ ถึง 10% จากยอดรวม GDP ประเทศในช่วงแรกๆ

ปัจจุบัน  ในการเรียนการสอนจะให้มีการทำสตาร์ทอัพควบคู่ไปด้วย  รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศก็ไม่ทอดทิ้งเช่นกัน

เน้นให้คนพัฒนาตัวเองสามารถทำในทักษะที่ยากๆได้  เช่น   งานที่ต้องใช้สกิลสูง

ผล Human Development Index ของเกาหลีใต้ในปัจจุบัน อยู่ที่ 0.903  ซึ่งติดอันดับที่ 22 ของโลก จาก 195 ประเทศ

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

อีกทั้งทางภาครัฐยังส่งเสริมให้เด็กมีความเก่งกาจในด้านคำนวณ💯  ควบคู่ไปกับความสามารถในการจดจำ 

สร้างค่านิยมในการทำงานหนัก🐱‍💻  โดยไม่สร้างวัฒธรรมที่ก่อให้เกิดความขี้เกียจ

ซึ่งในช่วงการฟื้นฟูประเทศแรกๆนั้น    หากใครมีความขยันรัฐก็จะให้อิฐ  ปูนซีเมนต์  และ  เหล็กฟรีเพื่อไปใช้ในการสร้างบ้าน

เน้นให้คนมีความคิดสร้างสรรค์  กล้าแสดงออก  มีความมั่นใจในตนเอง  และ เชื่อว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ 🔝 

ความตระหนักรู้ทางสังคม  รู้จักการพึ่พาตนเอง และ สามารถยืนด้วยลำแข้งตนเองได้โดยไม่หวังพึ่งใครมากนัก🤐

มีสปิริตของผู้ประกอบการ  กล้าในการทำสิ่งใหม่ๆ  เน้นสร้างนวัตกรรม💡

สิ่งสุดท้าย  คือ  ต้องรู้จักปรับตัวเองไปตามเศรษฐกิจโลก

5/5

Tyra Banks

ไทรา แบงค์ส เธอคือดารา นางแบบ นักร้อง นักแสดง นักเขียน และ นักธุรกิจ ผู้มีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า $90 million หลักการใช้เงินของเธอ คือ “เก็บมากกว่าใช้” เธอเป็นคนที่มีการจัดสรรในเรื่องเงินตลอดว่าสมควรจะใช้ในการทำอะไร เท่าไหร่ ในแต่ละเดือน หรือ ปี เพื่อความปลอดภัย รอบคอบมากที่สุดในการใช้จ่ายเงินออกไป

เธอเล่าว่า เธอเลือกที่จะนำเงินไปลงทุนมากกว่ากับการใช้จ่ายไปกับงานปาร์ตี้ หรือ การช้อปปิ้ง เพื่อซื้อข้าวของต่างๆซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขมากขึ้นแต่อย่างใด การเก็บออมเงิมต่างหากที่ทำให้เธอมีความสุข “ฉันจะใช้เงินเฉพาะกับสิ่งของที่จำเป็นจริงๆในชีวิตเท่านั้น”

ซึ่งบุคคลแรกที่สอนฉันในเรื่องการเงินก็คือคุณแม่ของฉันเอง ท่านกล่าวว่า เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มต้นในการหาเงินใช้เองแม้จะเป็นจำนวนที่ยังไม่มาก สิ่งแรกที่ควรทำ คือ “การเก็บออมและรู้จักนำเงินไปลงทุน” ทำให้เป็นชีวิต เริ่มสะสมจากจำนวนน้อยๆก่อนจนกระทั่งมีจำนวนมากขึ้นไปเรื่อยๆ

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ประวัติ Tyra Banks เธอเป็นชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 1973 ส่วนสูง178 ซม. หนัก 64 กิโลกรัม สัดส่วน 37-24-36

เส้นทางก่อนเข้าสู่วงการนางแบบของเธอใช่ว่าจะราบรื่นนัก   หน้าตาไม่ดี  สวยไม่พอ   พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก  ตัวเธออาศัยอยู่กับแม่ มีเพื่อนที่รู้จักกัน   แนะนำให้เธอเข้าสู่วงการนางแบบ  เพราะ  เห็นว่าเธอมีรูปร่างผอมสูง  เหมาะแก่การเป็นนางแบบ 

แต่พอไปสมัครกับเอเจนซี่เท่านั้นล่ะ   เอเจนซี่บอกว่าเธอมีริมผีปากที่ใหญ่เกินไป   ผมก็ดูหยาบกร้านไม่สวย  จมูกใหญ่  ตัวเธอเองโดนเอเจนซี่ปฏิเสธหลายที่มากว่าไม่รับ  และ  ส่วนใหญ่ก็ให้เหตุผลคล้ายๆกันว่า   ตลาดยังไม่ต้องการลุคนี้   หรือ   บอกว่าเรามีนางแบบผิวสีมากเกินพอแล้ว  แต่เธอก็ไม่หยุดละความพยายาม  หรือ  ท้อใจแต่อย่างใด   จนในที่สุดก็มีอยู่เอเจนซี่หนึ่งรับเธอเข้าสังกัด

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ด้านฝั่งเอเจนซี่ที่รับเธอเข้าสังกัด  กล่าวว่า   พอเห็นเธอเข้ามาสมัครปุ๊ป

จุดเด่นของเธอ  คือ  เธอสวยอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ”  ส่วนสูงได้ นิสัยก็สนุกสนาน ร่าเริง ดูแล้วมีอนาคตไกล  และ  เรากำลังมองหาคนเช่นนี้อยู่พอดี

Tyra Banks  ได้งานเดินแบบในครั้งแรกที่ลอสแอนเจลิส   เป็นงานที่เดินให้ฟรีโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ซึ่งเธอตื่นเต้น  และ สนุกมาก  ตัวเธอใส่ส้นสูงซ้อมเดินแบบทุกวัน  ซึ่งมีคุณแม่ของเธอช่วยดูให้  โดยเปิดวีดีโอของนางแบบระดับโลกดู  แล้วฝึกเดินตามเป็นพันครั้ง  เหมือนพวกนักกีฬาที่ต้องมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงตีคู่กันไปจนเก่ง และ ชำนาญ

นางแบบกับรองเท้าส้นสูงเป็นของคู่กัน

คนที่จะเป็นนางแบบต้องใส่รองเท้าส้นสูงทุกประเภทได้อย่างมั่นใจ  เพราะ  เวลาเดินแบบบนรันเวย์นั้น  เจ้าของงานจะมีรองเท้าที่จัดเตรียมเอาไว้  เพื่อให้นางแบบใส่  คือ   ต้องใส่ตามธีมงานที่วางเอาไว้ เพราะฉะนั้นนางแบบต้องสะดวกใส่รองเท้าส้นสูงได้ทุกประเภทอย่างมืออาชีพ

วิธีการเดินให้สง่างาม   คือ   หลังตรง  หน้าตรง เดินเป็นเส้นตรง  ไม่ก้มหน้าหรือเชิดหน้าจนเกินไป ตามองตรงไปข้างหน้า และ ไม่ทำตาล๊อกแล๊ก หรือ เดินฉวัดเฉวียน อย่างคนเมา

ัวอย่างคลิป “เบสิกสอนการเดินแบบเบื้องต้น”

https://www.youtube.com/watch?v=0hMzBRM96gk

https://www.youtube.com/watch?v=0zQCHjuchm8

ัวอย่างคลิป “การเดินแบบอย่างมืออาชีพ”

ส่วนตัวอย่าง เด็กรุ่นใหม่ที่เดินดีๆ ได้แก่ Kaia Gerber อายุ 17 ปี สูง 175 ซม. มีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า $500,000 , Luna Bijl (ชาวดัตช์) อายุ 22 ปี สูง 178 ซม. มีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า $125 million และ Yasmin Wijnaldum (ชาวดัตช์) อายุ 20ปี สูง 179 ซม. เป็นต้น

ากนั้น Tyra Banks ก็ได้งานถ่ายแบบแคตตาล็อกเสื้อผ้า   เวลาและประสบการณ์ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเธอมากขึ้น รู้จักมุมกล้อง การโพสท่า และ เจนเวทีมากขึ้น เริ่มโดดเด่นเป็นที่ต้องการของตลาด

ในเรื่องการเดินแบบของเธอนั้นเต็มไปด้วยพลัง แข็งแรง มีชีวิตชีวา

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เธอเคยร่วมงาน กับ Victoria’s Secret ,  Giorgio Armani , Christian Dior , Dolce & Gabbana , Marc Jacobs , Fendi  และ  Calvin Klein  และ  เธอยังเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้ขึ้นปก GQ และ  Sports Illustrated Swimsuit อีกด้วย

เธอขึ้นชื่อว่าเป็นนางแบบที่ได้ค่าตัวสูงในตลอดทุกยุคทุกสมัย ซึ่งถือว่าน้อยคนมากที่จะทำได้เช่นนี้

Tyra Banks   ได้ซื้อแมนชั่นไว้ที่ LA ในราคา $7.75 million มีอีกที่ใน ราคา $7 million และ ได้ซื้อเพนท์เฮาส์อพาร์ทเม้นท์ในนิวยอร์ก ไว้อีกในราคา $17.5 million

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ุดที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง   คือ  การมีเซนส์ในเรื่องธุรกิจ ความทะเยอทะยาน กระตือรือร้น รักความก้าวหน้า ไม่หยุดนิ่ง มุ่งมั่น พัฒนาตนเอง มี Passion  และ  ทำงานหนัก

ส่วนบุคคลที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เธอประสบความสำเร็จ  คือ  มารดาของเธอนั่นเอง   เพราะ  ช่วงแรกๆในการเข้าสู่วงการนางแบบที่ต้องไปทำงานในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในขณะนั้นเธอก็ยังเป็นเด็กสาววัยรุ่นอยู่  ซึ่งก็ได้มารดาของเธอที่ยอมลาออกจากงานเพื่อไปช่วยคัดกรองงาน  และ ไปอยู่เป็นเพื่อนทำงานกับเธอที่นั่น

Tyra Banks   กล่าวว่า  แม่คือบุคคลที่เสียสละตัวเองเพื่อเห็นแก่ความสำเร็จของลูก  ซึ่งเธอประทับใจ และ เคารพในความรักของท่านมาก และ แม่เป็นผู้หญิงที่ทำงานหนัก   ท่านทำงาน 2 อย่างในเวลาเดียวกัน   แรกๆท่านก็กลัวและเป็นห่วงลูก  เพราะฉันอายุแค่ 17 ปีเอง ท่านก็กลัวไปสารพัดเหมือนกับแม่คนอื่นทั่วไป   กลัวว่าจะโดนหลอกบ้าง   กลัวว่าจะโดนพาไปทำมิดีมิร้ายต่างๆนาๆ

และ คนที่ถ่ายรูปให้  เพื่อไปสมัครกับเอเจนซี่ก็คือ  แม่ของฉันเอง ทั้งแต่งหน้า ทำผมทุกอย่างก็ฝีมือของท่านทั้งนั้น รวมไปถึงในเรื่องการยิ้ม ว่าควรยิ้มอย่างไรที่ทำให้ดูดี ดูสวยขึ้น 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ในยุคปัจจุบัน

Tyra Banks  กล่าวว่า   สำหรับคนที่อยากเป็นนางแบบในสมัยนี้ ง่ายมากกว่าสมัยก่อนเยอะ เพราะ  คุณไม่ต้องเดินทางไปสมัครตามสถานที่ต่างๆ   เพื่อเสนอโปรไฟล์ของตัวเอง  ขอแค่คุณตื่นเช้าขึ้นมาแต่งหน้าทำผม   ถ่ายรูปสวยๆในมุมต่างๆลงโซเชียลก็ได้แล้ว  เดี๋ยวแมวมองก็เห็นเองผ่านการแชร์ในโลกออนไลน์   มันก็กระจายออกไปเอง  ทุกอย่างมันก็ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น  ไม่ก็ไลฟ์สดโชว์ความเป็นตัวเองสร้างฐานแฟนคลับ   ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในสมัยนี้ได้

สำหรับนางแบบหน้าใหม่

บางคนอาจคิดว่าการมาเดินในเส้นทางสายนี้แล้วรวยเร็วในชั่วข้ามคืน    ได้ทำเงินเป็นล้านเหรียญในระยะเวลาอันสั้น   ซึ่งบางทีอาจจะไม่เสมอไปก็ได้ สำหรับเด็กสาว   อายุตั้งแต่ 14 ปี ที่มีความคิดและการตัดสินใจแบบเด็ก   ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด  หากเป็นไปได้ควรไปกับบุตรในการทำงานทุกครั้ง  และ อาชีพนางแบบคืองาน  หรือ ธุรกิจจริง   ที่ต้องการคนที่ทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ   ซึ่งถือว่าเป็นงานขายอีกรูปแบบหนึ่ง   ที่ช้ภาพลักษณ์   รูปร่าง   หน้าตา   ผิวพรรณ   เพื่อดึงดูดให้คนมาซื้อสินค้าหรือบริการ

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

คนที่ทำในอาชีพนี้สิ่งที่ต้องเรียนรู้   คือ   การรู้จักมุมกล้อง  มุมองศาของตนเองที่ดูดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ  ที่สื่อไปยังคนดูอย่างมีศิลปะ  มีความสะดวกโพสท่าได้ทุกอย่าง   เมื่อเจ้าของงานต้องการตามคอนเซ็ปต์  คือ  อยู่ต่อหน้ากล้องแล้ว  ไม่เขินอาย  กลัว แข็งทื่อ หรือ เกร็ง

ถ้าช่างภาพต้องการภาพกระโดดจากทรายหาดสวยๆ  ก็ต้องกระโดดได้จนกว่าจะได้ภาพสวยๆตามที่เขาต้องการโดยปราศจากคำบ่น  หรือ แม้แต่ภาพที่ทะเลทรายแดดร้อนเปรี้ยงๆ  ก็ไม่บ่นร้อนหรือทิ้งงาน

บางเคสเจ้าของงานไม่บอกอะไรเลยให้คิดเอง  โพสท่าเอง ซึ่งถือว่าหินมาก  เพราะ เขามองว่านี่คือหน้าที่คุณ  ที่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์เองได้  และ สิ่งที่แบรนด์ต้องการให้มีควบคู่กันไปคือความสามารถในการพูด  หรือ การสื่อสาร เพราะ  ในบางครั้งการเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ดังมักจะมีการสัมภาษณ์ต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

การรู้จักสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ  เพราะ  ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเป็นพรีเซนเตอร์คุณต้องมั่นใจว่าทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆขายดี  สามารถสร้างดีมานด์ได้มากขึ้น

ฉะนั้น  เวลาทำงานต้องคิดตลอดว่าทำยังไงให้สินค้าออกมาดูดี  มีภาพสวยงาม น่าซื้อ  น่าจับจองเป็นเจ้าของ  ไม่ใช่คิดแต่ว่าสวย น่ารัก  แค่ใส่เสื้อผ้า แต่งหน้า ถ่ายรูปก็คือจบ  “มันไม่ใช่”  มันมีมากกว่านั้นเยอะ  เพราะ  การทำงานขึ้นอยู่ที่ว่าลูกค้าต้องการอะไรเป็นหลัก แนวไหน คอนเซ็ปต์อะไร ใครเป็นช่างภาพ

และ สามารถทำงานร่วมกับคนแปลกหน้าได้  ปรับตัวเก่ง  เข้ากับทุกคนได้  เพราะ  คุณต้องเจอกับคนหน้าใหม่ตลอด  ซึ่งแตกต่างจากคนที่ทำงานบริษัทเดินเข้าออฟฟิซก็เจอแต่คนหน้าเดิมๆ   

รู้จักการทำงานเป็นทีม  มีความรับผิดชอบสูง  และ  มีวินัย

https://konruay.com

บุคคลใดที่สมควรจะเป็นนางแบบได้บ้าง

Tyra Banks    กล่าวว่า   ในเวลาที่คุณถ่ายรูป  หรือ ถ่ายแบบออกมา  คือ “คุณต้องสวยขึ้นกล้องมากกว่าตัวจริงนั่นแหล่ะ  หมายความว่า  คุณเป็นนางแบบได้”  เพราะ  การเป็นนางแบบ  คือ  คุณต้องขายภาพถ่ายซะเป็นส่วนใหญ่ อย่าง พวกโปสเตอร์  นิตยสาร แมกกาซีน ภาพเคลื่อนไหว และ โบรชัวร์ มากกว่าการที่คนจะมาเห็นตัวเป็นๆของคุณ

Influencer คือ ใครบ้าง

Influencer คือ ผู้ที่มีอิทธิพล ต่อ กลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งในด้านความคิดการตัดสินใจ ในสังคมโซเชียลมีเดีย และ จำนวนหรือยอดของผู้ติดตามอาจจะไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จในการโปรโมทสินค้าหรือบริการก็ได้ รวมไปถึงตัวของ Influencer เอง

ฉะนั้น Influencer จึงหมายถึง “บุคคลที่มีผลหรือมีอิมแพ็คต่อกลุ่มคนในวงกว้างอย่างมากมาย” โดยไม่จำกัด เพศ อายุ อาชีพ หรือ แม้แต่การศึกษา

บุคลิกคร่าวๆของ Influencer ก็จะเป็นคนที่มีการเอาใจใส่ต่อผู้อื่นเป็นอย่างดี สามารถยอมรับเสียงคำวิจารณ์ หรือ ความเห็นที่แตกต่างได้ ไม่กลัวในการเปิดเผยตัวเองในที่แจ้ง ซึ่งหมายถึง ในที่สาธารณะ หรือ สื่อมีเดียที่มีคนเห็นเยอะๆ ได้อย่างสะดวกใจในบางครั้ง

ส่วนกลุ่มคนที่ติดตาม Influencer นั้น ก็มีหลายเหตุผลหลักๆ คือ ชอบ รัก หรือ มีความสนใจอย่างเดียวกัน เช่น ในเรื่องอาหาร , ความสวยความงาม , แฟชั่น , ดนตรี , การท่องเที่ยว , ศิลปะ , การถ่ายภาพ , รถยนต์ , ความรู้ , ความบันเทิง , ภาพยนต์ , กีฬา , สุขภาพ , โภชนาการ , สัตว์เลี้ยง , รวมไปถึงในเรื่องอื่นๆอีกมากมาย เป็นต้น

สำหรับผู้ที่อยากเป็น ” Influencer” มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ✔มีความรับผิดชอบต่อผู้ฟังหรือผู้ที่ติดตาม ว่าเขาได้รับประโยชน์อะไรบ้างในการติดตามคุณ เช่น ความรู้ และ ประสบการณ์ต่างๆ
  • ✔ไม่เน้นว่าจะต้อง”สวย” หรือ “หล่อ” ที่สุดในจักรวาล แต่เน้นที่ความมั่นใจในตนเองเป็นหลัก
  • ✔สามารถสร้างความไว้วางใจ และ ความเชื่อมั่นต่อผู้ที่ติดตาม ผ่านทางการสื่อสารการปฏิสัมพันธ์ทั้งสองฝ่าย เป็นกันเอง ไม่ถือตัว หรือ หยิ่งหลงตัวเอง
  • ✔ทำทุกอย่างอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน รักในการพัฒนาตนเอง ไม่หยุดนิ่ง และ อัพเดทตัวเองตลอดเวลา
  • ✔ฉลาด มีไหวพริบ มนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ซื่อสัตย์ คิดบวก และ อดทน
  • ✔ไม่มีทางลัดในการเป็น Influencer ที่จะประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน ผ่านการซื้อยอด Followers ที่มีแต่ยอดจำนวนตัวเลขเท่านั้น แต่ไม่มีคุณภาพที่จับต้องได้จริง เพราะ ทุกงานต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาก่อนทั้งสิ้น
  • ✔จงสร้างความแตกต่าง และ โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตน โดยไม่ซ้ำกับใคร หรือ ลอกเลียนแบบใคร มีการนำเสนอเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ น่าติดตามและเป็นที่จดจำ
  • ✔มีความจริงใจ ไม่โกหกหรือหลอกลวงใคร มีความสม่ำเสมอในการสร้างคอนเทนต์
https://konruay.com
https://konruay.com

ที่นี้ เวลาแบรนด์ต่างๆ ต้องการร่วมงานด้วยหรือว่าจ้างในการโปรโมทสินค้า หรือ รีวิวสินค้า เขาจะดูที่คุณภาพของผู้ติดตาม และ ตัว Influencer เป็นหลักว่าได้นำเสนอผลงานหรือมีอิทธิพลต่อผู้อื่นจริงหรือไม่ เพราะ ป้องกันการแหกตาและเสียเงินทิ้ง

ดังนั้น “ยอดผู้ติดตามจึงไม่ใช่ตัวการันตรีเสมอไปว่าผลตอบจะกลับมาดี” เพราะ อย่างที่กล่าวไปในช่วงเริ่มต้นว่าบางคนอาจมีการสร้างยอดผู้ติดตามแบบหลอกๆ หรือ ในบางทีผู้ติดตามบางกลุ่ม เขาก็ติดตาม เพราะ อยากเห็น😀😁 แค่ความสวย 💃💃ความงาม ความหล่อ💪🏋️‍♀️😻 ความเซ็กซี่ของ Influencer เท่านั้น คือ เน้นเรื่องบันเทิงเป็นหลักโดยไม่สนใจสาระอะไร และ ไม่มีผลหรือมีอิทธิพลทางด้านความคิด ติดตามแค่สนุกๆ เท่านั้น

“แต่ในบางกลุ่มคน” เนื้อหาสาระไม่เอา เน้นเฉพาะความบันเทิงเป็นหลัก ซึ่งมีผลและมีอิทธิพลมากด้วยเช่นกัน

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ฉะนั้น❓❓ หลายแบรนด์ กิจการหรือธุรกิจ เขาจะวิเคราะห์ให้ดีรอบคอบเสมอ เพราะ จากประสบการณ์ของหลายๆที่ ที่เคยร่วมงานกับ “Influencer” ในบางครั้งอาจเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าจริงๆ🤐🤐 เพราะ ตัว Influencer บางคนก็ขาดประสบการณ์ ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่รับผิดชอบ ทิ้งงาน

ส่วน “Influencer” คนที่ตั้งใจทำงานจริงๆ เขาจะพยายามทำทุกวิถีทาง🎤🎤 เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจขายของได้⭐⭐ เช่น กรณีถ่ายรูปเอง ก็พยายามหาแสงเงาเพื่อให้ภาพดูคมชัดขึ้น และ เขาจะทดลองในการใช้สินค้าและสัมผัสกับสินค้าจริง

หากชอบหรือไม่ชอบเขาก็จะสื่อสารกับเจ้าของแบรนด์แบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม จะไม่พูดเกินจริง เพราะ ถ้าหากสินค้าหรือบริการไม่ดีเหมือนอย่างที่อวดสรรพคุณไป ก็จะกลายเป็นเสียเครดิต กลายเป็นเรื่องหลอกลวง แหกตา 😱🤯😡ทั้ง ตัว Influencer และ เจ้าของสินค้า “ท้ายที่สุดคนก็จะเสื่อมศรัทธาและเลิกติดตามไปในที่สุด”⛔

https://konruay.com
https://konruay.com

สรุป การทำการตลาด หรือ การลงทุนโฆษณากับ Influencer 🤔🤔ต่างฝ่ายต่างสกรีนซึ่งกันและกัน ฝั่งแบรนด์ก็เลือกคนที่ไว้วางใจได้ ฝั่ง Influencer ก็เลือกรับงานที่เหมาะสมที่สุดไม่ใช่ใครเสนออะไรมารับหมด แม้แต่ฝั่งแบรนด์ก็ใช่ว่าจะเลือกใครก็ได้เช่นกัน

แต่ทว่า มันมีอีกประเด็นหนึ่งเช่นกัน ที่บางที ตัว Influencer ใช้สินค้าหรือบริการแล้วดีจริง 😋😋เขาก็จะมีการบอกต่อไปยังผู้ติดตาม โดยจะใช้คำพูดตบท้ายว่าไม่ได้รับเป็นสปอร์นเซอร์ให้แต่อย่างใด “ฉันจ่ายเงินเอง ควักเงินเอง ออกเงินเอง” แค่เห็นว่าสินค้านั้นดีจริงจึงอยากแชร์ 💯

🎁🛒👓หรือ จะมีอีกเคสที่รีวิวสินค้าให้ฟรีหรือโพสต์ให้ฟรี โดยได้รับผลิตภัณฑ์ของสินค้าไปใช้ซึ่งว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ดีกว่าการควักตังค์จ่ายเอง เป็นลักษณะน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์

https://konruay.com
https://konruay.com

แต่…กรณีนี้มักเกิดขึ้นได้กับ “Influencer” ที่ยังไม่ค่อยดังมาก และ มียอดผู้ติดตามยังน้อยอยู่แต่อยากสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์

📠☎🖨📁สิ่งที่เขาทำ คือ ส่งอีเมลไปหาแบรนด์ในแต่ละที่ ซึ่งใช่ว่าทุกแบรนด์หรือเจ้าของกิจการจะตอบรับกลับมา เพราะ ตัวแบรนด์หรือเจ้าของสินค้า เขาก็กลัว Influencer ท่านนั้นจะทำลายภาพลักษณ์หรือธุรกิจเสียหาย เพราะ ไม่รู้จักกันมาก่อนหรืออาจจะยังไม่ค่อยเห็นผลงานมากนัก

📩 📦 📭”Influencer” บางคนอาจใช้วิธี “บอกที่อยู่ติดต่อของตัวเองไปเลย” สำหรับใครมีความประสงค์ที่อยากให้ช่วยโปรโมทสินค้า รีวิวสินค้า และ บริการให้ฟรีแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แค่ส่งสินค้ามาให้ก็เป็นอันตกลง ถือว่าเป็นการเสนอตัวเองให้คนอื่นรับรู้ว่าพร้อมและเต็มใจในการทำงาน แม้ยอดผู้ติดตามจะหลักพันก็ตามแต่ได้สร้างประสบการณ์ในการทำงาน เพราะ บางแบรนด์หรือเจ้าของกิจการ เขาสนใจที่เนื้อหาและคุณภาพงานมากกว่า

📸📸วิธีการทำงานก็ถ่ายรูปสินค้า หรือ วีดีโอ รวมไปถึงคอนเทนต์ที่ลงไปให้เจ้าของงานดูก่อนว่าโอเคหรือไม่ เพราะ บางแบรนด์อาจจะซีเรียส บางแบรนด์ก็ไม่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Influencer ได้เลย

https://konruay.com
https://konruay.com

👩‍🔬👨‍🔬ในการถ่ายรูป หรือ วีดีโอก็เริ่มจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ใกล้ตัวได้เลย 🆗 กล้องมือถือตนเองที่ใช้อยู่ โดยไม่จำเป็นต้องไปซื้อกล้องใหม่ที่มีราคาสูง

💥💥จากนั้น ให้ถามหรือสำรวจผู้ที่ติดตามว่าสะดวกให้โพสต์ในช่วงเวลาไหน ไม่ก็สังเกตดูก็ได้ว่าช่วงไหนที่คนส่วนใหญ่มีส่วนร่วมหรือปฏิสัมพันธ์กับคุณมากที่สุด เช่น ช่วงเช้าก่อนทำงาน หรือ ช่วงเที่ยงเป็นต้น

🔥🔥ส่วนในอีกกลุ่มที่ดังมากๆ และ มียอดผู้ติดตามแบบมหาศาล ก็จะมีคนส่งสินค้ามาให้รีวิวหรือโพสต์จนรีวิวแทบไม่ทัน บางทีสินค้ายังอยู่ในกล่องข้ามปีไม่ได้แกะเลยก็มี กลุ่มนี้จะมีพลังในการต่อรองหรือเลือกได้ว่าจะรีวิวให้หรือไม่ 💭💬

https://konruay.com/
https://konruay.com

ง่ายๆ ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงทั้งสองฝ่าย โดยเงื่อนไขการทำงานก็ตามแต่สไตล์ของแต่ละบุคคลไป🐱‍🚀 ซึ่ง “Influencer” บางคนก็อาจมีผู้จัดการส่วนตัวในการเลือกรับงานให้ หากเจอในลักษณะนี้ค่าตัวหรือค่าจ้างค่อนข้างจะสูงมากกว่าคนที่ไม่มีผู้จัดการ

โดยสินค้าทั่วไปในแต่ละแบรนด์ที่อยากให้ Influencer ช่วยสร้างคอนเทนต์หรือโปรโมทสินค้าให้นั้น ถ้าพูดจริงๆ ก็คงเป็นสินค้าหรือบริการแทบจะทุกประเภท เช่น เสื้อผ้า👚👘👗👕👔 🥋, เครื่องสำอาง💄💋 , รองเท้า👢👠👞👟👡 , สายการบิน 🛬🛫 , กระเป๋า 👜👝 , คอมพิวเตอร์💻 , มือถือ📱 , ชุดว่ายน้ำ👙🏊‍♀️ , เครื่องดื่ม🥛🍷🍸🍹 และ อาหาร 🍲🍝🥣🥧 ฯลฯ

ค่าจ้าง💰💰สำหรับยอดผู้ติดตามที่ยังไม่เยอะมากแบบมหึมา ที่อยู่ระหว่าง 50,000-100,000 คน ซึ่งไซส์นี้จะเป็นที่นิยมจ้างกันมาก เพราะ จะไม่ค่อยเรื่องมาก เอาใจใส่งาน และ ผู้ติดตาม

เพราะ อยู่ในช่วงสร้างชื่อเสียง และ การพัฒนาตนเอง คุณภาพงานก็ออกมาดี ซึ่งตัวเขาเองก็อยากสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์(ดัง)🏆🏆 หรือ เป็นการสร้าง Portfolio ให้กับตัวเอง เป็นการสะสมผลงานไปเรื่อยๆเพื่อเป็นการต่อรองเพิ่มค่าตัวในอนาคต

สำหรับ Influencer บางคนที่มียอดผู้ติดตามอยู่ที่ 8 ล้าน อาจจะได้รับเงินค่าจ้างต่อโพสต์ราวๆ💰 $25,000

https://konruay.com
https://konruay.com

สิ่งพิเศษ ที่”Influencer” ต้องคำนึงให้มากๆ คือ ต้องนำพาผู้อื่นไปในทางด้านบวกเสมอ คือ มีอิทธิพลต่อผู้อื่นในทางที่ดี เพราะ หากนำพาผู้อื่นไปในทางลบ หลายๆแบรนด์ รวมไปถึงเจ้าของธุรกิจคงไม่มีใครกล้าเสี่ยงอยากมาร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน

✨✨✨ ยกตัวอย่าง”Influencers” ที่ดังๆ ได้แก่ คาร์ดาเชียน , Lele Pons , Amanda Cerny , Andrew Bachelor , Juanpa Zurita , Josh Ostrovsky และ
Lilly Singh เป็นต้น

ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก pexels.com และ เครดิตข้อมูลจาก influencermarketinghub.com

Top 25 – Influencers อินสตาแกรมในระดับโลก ที่โด่งดัง และ มียอดผู้ติดตามมากที่สุด

ได้แก่

อันดับที่ 1🏆 คือ “Huda Kattan – @hudabeauty” ในสายความงาม เธอรับทรัพย์ต่อโพสต์เฉลี่ยอยู่ที่ $33,000 ถ้าแบรนด์ดังมากๆ ก็รับสูงถึง $185,000 เลยทีเดียว และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $550 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 2 🏆คือ “Cameron Dallas – @camerondallas” ในสาย Internet Personality และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $4.5 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 3 🏆คือ “Zach King – @zachking” ในสาย Internet Personality และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $3 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 4 🏆คือ “Michelle Lewin – @michelle_lewin” ในสาย Fitness และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $3 million

อันดับ 5 🏆คือ “Nash Grier – @nashgrier” ในสาย Internet Personality และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $3 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 6 🏆คือ “Chiara Ferragni – @chiaraferragni” ในสาย Fashion เธอรับทรัพย์ต่อปียอดรวม อยู่ที่ $8 million และ เธอมีรายได้ส่วนตัวมากกว่า💰 $11,119,658

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 7 🏆คือ “Nikkie De Jager – @nikkietutorials” ในสายความงาม และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $2 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 8 🏆คือ “Jake Paul – @jakepaul” ในสาย Internet Personality และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $21.5 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 9 🏆คือ “Kayla Itsines – @kayla_itsines” ในสาย Fitness และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $63 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 10 🏆คือ “Camila Coelho – @camilacoelho” ในสายความงาม และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $7 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 11 🏆คือ “Mariano Di Vaio – @marianodivaio” ในสาย Fashion และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $4 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 12 🏆คือ “Jay Alvarrez – @jayalvarrez” ในสาย Adventure Travel และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $2 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 13 🏆คือ “Joanna Gaines – @joannagaines” ในสาย Renovations / Design และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $5 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 14 🏆คือ “Murad Osmann – @muradosmann” ในสาย Photography และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $600,000

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 15 🏆คือ “Julie Sarinana – @sincerelyjules” ในสาย Fashion and Lifestyle และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $800,000

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 16 🏆คือ “Marcus Butler – @marcusbutler” ในสาย Internet Personality และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $1.5 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 17 🏆คือ “Chris Burkard – @chrisburkard” ในสาย Photography และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $1.2 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 18 🏆คือ “Dr. Mike Varshavski – @doctor.mike” ในสาย Medical และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $2 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 19 🏆คือ “Tai Lopez – @tailopez” ในสาย Entrepreneurship / Motivation และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $5 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 20 🏆คือ “Emily Skye – @emilyskyefit” ในสาย Fitness และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $30 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 21 🏆คือ “James Charles – @jamescharles” ในสายความงาม และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $12 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 22 🏆คือ “Joe Wicks – @thebodycoach” ในสาย Fitness และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $18,971,482

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 23 🏆คือ “Ingrid Nilsen – @ingridnilsen” ในสายความงาม และ เธอมีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $1 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 24 🏆คือ “Louis Cole – @funforlouis” ในสาย Adventure Travel และ เขามีรายได้ส่วนตัว มากกว่า💰 $89 million

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

อันดับ 25 🏆คือ “Meghan Rienks – @meghanrienks” ในสาย Food & Life

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

ค่าตัวของ “Influencers” แถวหน้า ที่แพงมากที่สุด และ รับทรัพย์มากที่สุดในระดับโลก

ได้แก่

ไคลี เจนเนอร์ รับทรัพย์จากสปอนเซอร์ ในการโพสต์รูปภาพสินค้าจากแบรนด์ต่างๆลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ ต่อโพสต์ เธอรับทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 💰💰💰 $1 million ซึ่งถือได้ว่าเธอเป็น “Influencer” ที่มีค่าตัวแพงที่สุดก็ว่าได้

Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย
Influencer คือ ใครบ้าง - คนรวย

“เซเลน่า โกเมซ” เป็น “Influencer” ในสายนักร้องและนักแสดงชื่อดัง ต่อโพสต์ เธอรับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $800,000

https://konruay.com
https://konruay.com

“คริสเตียโน่ โรนัลโด้” เป็น “Influencer” ในสายนักฟุตบอลชาวโปรตุกีส ต่อโพสต์ เขารับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $750,000

https://konruay.com

“Kim Kardashian West” ต่อโพสต์ เธอรับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $720,000

https://konruay.com

“Beyoncé Knowles” เป็น “Influencer” ในสายนักร้อง ต่อโพสต์ เธอรับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $700,000

“Dwayne “The Rock” Johnson” เป็น “Influencer” ในสายนักแสดงดังจากฝั่งฮอลลีวูด ต่อโพสต์ เขารับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $650,000

“Justin Bieber” เป็น “Influencer” ในสายนักร้องชื่อดังจากฝั่งแคนาดา ต่อโพสต์ เขารับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $650,000

“Neymar da Silva Santos” เป็น “Influencer” ในสายนักฟุตบอลจากบราซิล ต่อโพสต์ เขารับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $600,000

“Lionel Messi” เป็น “Influencer” ในสายนักฟุตบอลจากอาเจนติน่า ต่อโพสต์ เขารับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $500,000

https://konruay.com

“Kendall Jenner” เป็น “Influencer” ในสายนางแบบผู้โด่งดัง ต่อโพสต์ เธอรับทรัพย์ 💰💰💰 อยู่ที่ $500,000

ส่วนบุคคลธรรมดาทั่วไปแต่มีชื่อเสียงมากในสายความงาม จะรับทรัพย์เฉลี่ยต่อโพสต์ 💰💰💰 อยู่ที่ $15,000-$16,000

ส่วนรายได้รวมต่อปี ของ ” Influencers” ในบางคนจะรับ 💰อยู่ที่ $1 million ค่าจ้างหรือค่าตัวของ ของ ” Influencers” จะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับอิทธิพลหรือเครดิตส่วนตัวของแต่ละคน และ ตัวแบรนด์สินค้าต่างๆ เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com

ตัวอย่างแบรนด์ขนาดย่อมที่จ้าง “Influencer” เพื่อ โปรโมทสินค้า

หญิงเจ้าของกิจการแบรนด์เสื้อผ้าท่านหนึ่ง ได้จ่ายค่าจ้าง💰💰เป็นจำนวนเงิน $500 ต่อ “Influencer”ในการโปรโมทสินค้าผ่านทางอินสตาแกรม ซึ่งมียอดผู้ติดตาม ราวๆ 1.2 ล้านคน จากนั้นเจ้าของร้านท่านนี้ ก็ทำการจัดส่งสินค้าไปให้ โดยเสียค่าจัดส่งอยู่ที่ $25

แต่ผลที่ได้รับกลับมา”สินค้าที่ลงทุนโปรโมทไปนั้น กลับขายไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว!!” 😰😰ซึ่งทำให้เธอผิดหวังและเสียใจสุดๆ และ เธอกล่าวต่อไปว่า มี “Influencer” บางคนได้ทำการติดต่อเข้ามา เพื่อ ขอสินค้าไปโปรโมทเช่นกันผ่านทางอินสตราแกรม สัญญาว่าจะทำคอนเทนต์ให้ดี ส่วนตัวเธอก็ใจดีมากให้ไปเยอะเลย และ ก็มีหลายคนมากที่ติดต่อเข้ามา โดยตีเป็นจำนวนเงินทั้งหมด💰💰ก็ราวๆ $800 และ “นี่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาอีกเช่นกัน” 💔💔😨😨

ส่วนอีกแบรนด์จ่ายค่าจ้าง🤑🤑ไปแค่ $50 กับ” Influencer “ที่มียอดผู้ติดตามไม่ถึงหลักแสน “แต่ยอดขายที่ได้กลับมาเกือบๆ💰💰 $1 million” ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก🤗🤗

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

แบรนด์หรือเจ้าของกิจการที่ได้ร่วมงาน กับ “Influencers” ที่ทำงานดี เนื้อหาคอนเทนต์ดี ตัวงานมีคุณภาพสูง มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ จ้าง 💪10 ทำให้ 💪💪💪100 แม้จะยังไม่ดังมากและยอดผู้ติดตามยังไม่เยอะก็ตาม แต่ หลายแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันก็อยากร่วมงานด้วย เช่นกัน🔆🔆

กลุ่มอายุ ระหว่าง 25-34 ปี เปอร์เซ็นต์ยอดการติดตาม” Influencers” ใน เฟซบุ๊ก มีมากถึง 43%

กลุ่มอายุ ระหว่าง 19-24 ปี เปอร์เซ็นต์ยอดการติดตาม” Influencers” ใน อินสตาแกรม มีมาก ถึง 53%

นอกนั้นในกลุ่มอายุ ตั้งแต่ 35 ปี ขึ้นไป เปอร์เซ็นต์การติดตาม”Influencers ” จะน้อยลงตามลำดับอายุขัย😬😵🤭🤓

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

วิธีรับมือกับการถูกปฏิเสธ

คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกต่างก็เคยถูกปฏิเสธมาก่อนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ ในบางครั้งคุณอาจเคยเจอกับลูกค้าปฏิเสธ สำหรับคนทำงานบางคนอาจเคยเจอเพื่อนร่วมงานปฏิเสธไม่อยากทำงานด้วย ในบางคนก็อาจผิดหวังจากการปฏิเสธกรณีที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน หรือ บางคนยิ่งทำการค้าขายยิ่งเจอกับการปฏิเสธได้บ่อยครั้ง

วันนี้เราขอเสนอวิธีการรับมือกับการถูกปฏิเสธในงานขายดังนี้

1. ให้คิดว่าการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมดา

ให้มองว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตัวเราเองก็ยังปฏิเสธคนอื่นได้เช่นกัน ฉะนั้นเรื่องนี้จึงเกิดได้กับทุกคน เพราะ ต่างคนต่างปฏิเสธกันไปมา เช่น Unfriend , Unfollow , Block ใครบางคน , การยกเลิกบัตรเครดิต หรือ ปฏิเสธไม่อยากรับสายใคร เป็นต้น

ประมาณว่า ตัวเราเองก็ยังไม่อยากทำงานหรือร่วมธุรกิจกับคนที่เราไม่ชอบด้วยเช่นกัน ดังนั้น “การถูกปฏิเสธจึงเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก”

2. ทำความเข้าใจใหม่กับการถูกปฏิเสธ

แน่นอนว่าการถูกปฏิเสธอาจเป็นเรื่องที่เข้ามากระทบจิตใจถึงขั้นทำร้ายใครบางคนก็อาจเป็นไปได้ ยกตัวอย่าง คนที่โดนพ่อ-แม่ ปฏิเสธ , คนที่โดนลูกปฏิเสธไม่ยอมรับ , บางคนเจอญาติ พี่น้อง หรือ คนในครอบครัวปฏิเสธ , บางคนเจอภรรยา หรือ สามีปฏิเสธ

โดยถ้าหาก โดนคนกลุ่มนี้ปฏิเสธ แน่นอนว่ามันมีผลกระทบตามมาแน่ๆ เพราะ เป็นกลุ่มคนที่คุณรักและแคร์มาก

แต่ “ถ้าหากใครก็ตามที่คุณไม่รู้จักเลย” คือ ไม่สนิทกันมากนัก เช่น คนที่ทำงาน คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างผิวเผิน หรือ คนที่เจอกันในโลกธุรกิจ โลกของการทำงาน ที่อาจจะไม่ค่อยแคร์ หรือ รัก และ หวังดีอะไรกับตัวคุณ

ซึ่งหากคุณถูกปฏิเสธจากคนกลุ่มนี้ โดยที่เขาไม่มีส่วนในการร่วมทุกข์ ร่วมสุขอะไรกับคุณเลย คือ เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็”อย่าไปคิดอะไรมาก” จงปล่อยผ่านไปดั่งสายลม หรือฝุ่น เพราะ คนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มาผูกพันอะไร และ ตัวก็ไม่ได้ติดกัน

3. ไม่มีใครสักคนบนโลกนี้ที่ไม่เจอกับการถูกปฏิเสธ

ที่ต่างกันก็ คือ บางคนอาจคิดมากกับการถูกปฏิเสธและทำใจไม่ได้ เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี จงบอกกับตัวเองว่าอย่าไปเสียเวลา อย่ายอมให้สิ่งใดมาฉุดรั้งหรือทำร้ายคุณได้ เพราะ มันไม่สร้างคุณประโยชน์อะไรต่อตัวคุณนัก

4. ฝึกวิเคราะห์ลูกค้าให้ได้ว่าทำไมลูกค้าจึงตอบรับ และ ไม่ตอบรับ

ต้องรู้จักพัฒนาตัวเองทุกวันในทริค เทคนิค หรือ ยุทธวิธี

เช่น ลูกค้าซื้อ เพราะ สินค้าหรือบริการนี้มีความจำเป็นต้องใช้ในชีวิต , มีการสร้างความมั่นคงและปลอดภัย , สร้างความพึงพอใจและสุขใจ หรือ สินค้าและบริการมีมาตรฐานที่ดี

ดังนั้น คนขายจำเป็นต้องหาจุดขายของสินค้าประเภทนั้นๆให้ได้ เช่น

ลูกค้าซื้อ เพราะ ราคาถูกและดี , ชื่นชอบในเรื่องของการบริการเป็นหลัก , ลูกค้ามีความพึงพอใจในบางเรื่องบางอย่างถึงซื้อ หรือ ซื้อเพราะว่าโก้ เก๋ เท่ ตามแนวกระแสนิยม

ที่ลูกค้าไม่ซื้อ เพราะ กลัว หรือ ไม่ชอบคนขาย , ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ และ ไม่ตรงกับความต้องการ

https://konruay.com

5. รู้จักเช็คความต้องการของลูกค้าและอย่าไปเสียเวลากับคนที่ปิดใจ

ถ้าลูกค้าไม่มีสัญญาณการซื้อให้คุณปฏิเสธลูกค้าแบบเนียนๆแล้วจากไปอย่าไปเสียเวลา

การเช็คสัญญาณความต้องการของลูกค้าให้สังเกตผ่านทางสีหน้า แววตา น้ำเสียง การพูดคุยตั้งคำถาม ถ้าคุณพูดอะไรไปแล้วลูกค้ามีแต่ปฏิเสธตลอดรายการคือปิดทุกประตูลงกลอนทุกอย่าง

ให้คุณจบและจากไป อย่าไปเวิ่นเว้อเสียเวลาอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องตื้อ จงโบกมือ”บาย บาย” แล้วกล่าวคำสวัสดี และ ขอบคุณ เป็นอันจบรายการ

การทำเช่นนี้ ต้องมั่นใจแล้วว่าทุกขั้นตอนทุกอย่างคุณได้พรีเซนต์ข้อมูลเป็นอย่างดี พูดดี ตอบคำถามลูกค้าได้ดี มั่นใจว่าเป็นงานคุณภาพ ที่สำคัญต้องรู้จักปิดหรือจบการขายให้เป็น

6. อดทน ใจเย็น คิดบวก ผ่อนคลาย ไม่เครียด

ให้ตั้งคำถามเสมอว่าทำไมลูกค้าถึงปฏิเสธ และ ต่อจากนั้นให้คิดหาวิธีแก้ไข พัฒนา ปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้นไป เช่น เป็นไปได้หรือไม่ว่าลูกค้าปฏิเสธ เพราะ เราพูดจาไม่รู้เรื่อง พูดจาวกไปเวียนมา สับสน ข้อมูลไม่เคลียร์ไม่มีความชัดเจน คลุมเครือในน้ำเสียง บุคลิกภาพขาดความมั่นใจ ไม่น่าไว้วางใจ เป็นต้น

7. ไม่ท้อใจง่าย ขยันหมั่นเพียรอยู่เสมอ

เมื่อถูกปฏิเสธห้ามมีอารมณ์ไปด่าทอ หรือ ต่อว่าลูกค้าโดยเด็ดขาด “จงให้เกียรติลูกค้าเสมอ” เพราะ วันหนึ่งข้างหน้าลูกค้าที่เคยปฏิเสธอาจเปลี่ยนใจและกลับมาหาเราใหม่ก็ได้

https://konruay.com

Catriona Gray ผู้คว้ามงกุฎ Miss Universe

Catriona Gray สาวงามจากฟิลิปปินส์ วัย 24 ปี ผู้คว้ามงกุฎ Miss Universe ปี 2018 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นดารา นางแบบ นักร้อง และ พิธีกร มาก่อน อาชีพเหล่านี้สร้างรายได้ให้กับเธอไม่ต่ำกว่า $2 million อีกทั้งเธอยังเคยติดอันดับ Top 5 ของการประกวด Miss World เมื่อปี 2016 อีกด้วย

โดยเธอเองมีเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน ในระหว่างการประกวด Miss World คือ

Emma Strandberg มิสยูนิเวิร์สจากสวีเดน วัย 22 ปี และ Helena Heuser มิสยูนิเวิร์สจากเดนมาร์ก วัย 22 ปี เช่นกัน

https://konruay.com

Emma Strandberg มิสยูนิเวิร์สจากสวีเดน ได้กล่าวแสดงความยินดีร่วม กับ Catriona Gray ::…::👸👸

“ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี ในที่สุดพี่ก็ทำได้ ฉันร้องไห้ไม่หยุดเลย เพราะ ฉันดีใจไปกับพี่ด้วย ฉันภูมิใจในตัวพี่มากในที่สุดพี่ก็ทำได้สำเร็จ ”

Helena Heuser มิสยูนิเวิร์สจากเดนมาร์ก ได้กล่าวแสดงความยินดีร่วม กับ Catriona Gray ::…:: 💝💃🎄

https://konruay.com

“ขอบคุณพี่มากค่ะ สำหรับมิตรภาพดีๆและความทรงจำที่ดีที่มีให้กัน ฉันมองไปยังพี่เสมอในทุกๆทาง พี่เป็นดาราในดวงใจของฉันที่อัศจรรย์ใจมาก พี่ถ่อมใจและติดดิน

พี่เป็นพี่สาวที่ช่วยให้ฉันใจเย็นขึ้นในเวลาที่ฉันกดดันและตื่นเต้น พี่สมควรที่จะได้รับมงกุฎนี้จริงๆ แล้วเราเจอกันค่ะ พวกเราจะไปเยี่ยมพี่ที่นิวยอร์ก“

https://konruay.com


Richelle Singson-Michael
เธอคือ 1 ใน คณะกรรมการตัดสินมิสยูนิเวิร์ส ปี 2018 จากฟิลิปปินส์

เป็นบุตรสาวของนักการเมือง และ นักธุรกิจชื่อดัง นาม Chavit Singson ซึ่งเขาเองมีธุรกิจภายใต้การดูแลอยู่ไม่ต่ำกว่าหลัก 100

https://konruay.com

ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลคนหนึ่งในฟิลิปปินส์ ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มบริษัท LCS ที่เขาดูแลอยู่ได้เป็นสปอนเซอร์ในการจัดงานประกวดมิสยูนิเวิร์ส เมื่อปี 2016 ที่ฟิลิปปินส์ โดยใช้จำนวนเงินในการจัดงานไปไม่ต่ำกว่า $15 million

Richelle Singson-Michael ได้กล่าวว่า “ในการสัมภาษณ์เราจะพิจารณาในเรื่องบุคลิกภาพ และ ความมั่นใจในการตอบคำถามเป็นหลัก”

คณะกรรมการเราทุกคนได้มีการอ่านโปรไฟล์ของผู้เข้าประกวดมาล่วงหน้าก่อนแล้ว

https://konruay.com

จากการที่ได้สัมภาษณ์ “Catriona Gray” เธอเป็นคนที่ตอบคำถามได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ มีความมั่นใจ เฟรนลี่ สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ยิ้มแย้มแจ่มใส และ ผ่อนคลาย นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้เธอได้เข้าสู่ รอบ 20 คน จากนั้นเราก็จะไปพิจารณาคะแนนในรอบ ชุดว่ายน้ำ และ ชุดราตรี จะดูการเดิน การพรีเซ้นต์ ความมั่นใจ ว่ามีความน่าสนใจ มีเสน่ห์ ดึงดูดใจ มาก-น้อยแค่ไหน เพื่อเข้าไปสู่ในรอบตอบคำถามต่อไป

โดยประเทศไทย ติด Top 10 คนสุดท้าย ส่วนประเทศที่ติด Top 5 ได้แก่ เปอร์โตริโก , เวียดนาม , ฟิลิปปินส์ , เซาท์แอฟริกา และ เวเนซุเอลา

https://konruay.com

ส่วนประเทศที่ ติด Top 3 และ เป็นผู้ชนะเลิศ อันดับ 1.ฟิลิปปินส์ 2.เซาท์แอฟริกา 3.เวเนซุเอลา

ด้านผลงานการประกวด Miss Universe ในยุคของ WME/IME ตั้งแต่ ปี 2015-2018 ของแต่ละประเทศ ได้แก่

ฟิลิปปินส์

คว้ามงกุฎ MU ปี 2015👸 ,// Top 6 – ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017 และ คว้ามงกุฎ MU ปี 2018👸

USA

ได้อันดับที่ 3 ปี 2015 ,// Top 9 – ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017 และ Top 20 – ปี 2018

โคลอมเบีย

ได้อันดับที่ 2 ปี 2015 ,// ได้อันดับที่ 3 ปี 2016 ,// ได้อันดับที่ 2 ปี 2017

เวเนซุเอล่า

Top 10 – ปี 2015 ,// Top 5 – ปี 2017 ,// ได้อันดับที่ 3 ปี 2018

เซาท์แอฟริกา

Top 15 ปี 2015 ,// คว้ามงกุฎ MU ปี 2017👸 ,// ได้อันดับที่ 2 ปี 2018

ไทย

Top 10 – ปี 2015 ,// Top 6 – ปี 2016 ,// Top 5 – ปี 2017 ,// Top 10 – ปี 2018

บราซิล

Top 15 ปี 2015 ,// Top 13 ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017 ,// Top 20 – ปี 2018

แคนาดา

Top 9 ปี 2016 ,// Top 10 – ปี 2017,// Top 10 – ปี 2018

อินโดนีเซีย

Top 15 ปี 2015 ,// Top 13 ปี 2016 ,// Top 20 – ปี 2018

ฝรั่งเศส

Top 5 – ปี 2015 ,และ คว้ามงกุฎ MU ปี 2016👸

กือราเซา

Top 10 – ปี 2015 และ Top 10 – ปี 2018

เม็กซิโก

Top 15 ปี 2015 และ Top 9 – ปี 2016

ออสเตรเลีย

Top 5 ปี 2015 และ Top 20 – ปี 2018

เบลเยียม

Top 15 ปี 2015 และ Top 20 – ปี 2018

จาเมกา

ได้อันดับที่ 3 ปี 2017 และ Top 20 – ปี 2018

อังกฤษ และ ไอร์แลนด์

Top 16 ปี 2017 และ Top 20 – ปี 2018

ในรอบตอบคำถามต่อหน้าสื่อ และ ต่อหน้าคนทั่วโลก

จะเป็นอะไรที่ยากกว่าการสัมภาษณ์ต่อหน้าคณะกรรมการในห้อง เพราะ ความกดดันและตื่นเต้นมีมากกว่า และ ดวงตานับล้านต่างจับจ้องไปยังนางงามแต่ละท่านว่าจะตอบคำถามกันอย่างไร?

เริ่มตั้งแต่ในรอบ 20 คนเป็นต้นมา ” ปีนี้นางงามบางท่านสติหลุด” ก็มีให้เห็นพอสมควร “บางคนแสดงสีหน้าความกังวลผ่านทางแววตา” และ น้ำเสียง บางคนเครียดจัดจนลืมยิ้ม บางคนถึงกับร้องไห้ หรือ บางคนตื่นเต้นมากเกินไปจนลืมโพสท่าไปเลยก็มี

หากใครมีความเป็นมืออาชีพจริงๆก็ต้องเอาเวทีอยู่ในทุกสถานการณ์ เพราะ นี่คือ”เวทีระดับโลก” และ สโลแกน ของ มิสยูนิเวิร์ส คือ “สวยอย่างมั่นใจ” และ ธีมงานในปีนี้ คือ “Empower Women”

Lea Salonga

เธอเป็นนักร้อง นักแสดง ที่ทำงานด้านสื่อทางทีวีและภาพยนต์จากฟิลิปปินส์ ผู้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า $18 million ได้กล่าวเอาไว้ล่วงหน้า และ คอนเฟิร์มอย่างมั่นใจ ว่า “Catriona Gray – เธอมีความสามารถมากพอที่จะคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาครองได้สำเร็จ”

https://konruay.com

ผลที่จะตามมาเมื่อ “Catriona Gray” ได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส คือ คนทั้งโลกก็จะได้รู้จักกับประเทศฟิลิปปินส์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัฒนธรรม หรือ การโปรโมททางด้านการท่องเที่ยวเพื่อนำเงินเข้าสู่ประเทศได้ต่อไป รวมไปถึงห้าง ร้านอาหาร แฟชั่น สไตล์ลิสต์ต่างๆก็ได้รับผลไปด้วย ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพไปอีกระดับหนึ่ง รวมไปถึงงานเพลง หรือ รูปแบบในการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในภาพรวมประเทศได้ดี

ฟิลิปปินส์ในปัจจุบันนับได้ว่าผงาดขึ้นมาเป็นแถวหน้าในโลกของการเทรนนางงาม เพื่อเข้าสู่เวทีต่างๆ อย่างมากมาย ไม่ต่างจากบางประเทศที่ชอบ หรือ คลั่งไคล้ในโลกแห่งกีฬา เช่น ฟุตบอล , บาสเกตบอล , เบสบอล , เทนนิส , รักบี้ , อเมริกันฟุตบอล หรือ ฮอกกี้น้ำแข็ง ฯลฯ

ฟิลิปปินส์ได้นำสิ่งที่ตนเองชอบและรัก มาแปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจ ตัวเงิน เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำได้บ้าง เพราะ อย่างน้อยก็เป็นการสร้างงานให้คนมีรายได้ในประเทศมากขึ้น

มีประเทศใดบ้างที่มาเทรนกับโค้ชประเทศฟิลิปปินส์


ปี 2018 มิสเวียดนาม ที่ติดท็อป 5 – โดยโค้ช Anjo Santos

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com


ปี 2018 มิสMalta – โดยโค้ช Marvin Buncayo

ปี 2018 มิสเอกวาดอร์ โดยโค้ชคนเดียวกัน กับ “Pia Wurtzbach” มิสยูนิเวิร์ส ปี 2015 ในนาม “Aces and Queens” ที่เป็นกลุ่มเทรนนางงามมืออาชีพ เพื่อไปแข่งขัน “Miss World” และ “Miss Universe” หรือ ในสายความงามในด้านต่างๆ

https://konruay.com


ในปี 2018 ก็จะมีมาจากประเทศลาว อินเดีย จีน และ กัมพูชา ตั้งแต่ปี 2017-2018

https://konruay.com

และ ในปีอื่นๆ เช่น

ปี 2014 Miss Asia Pacific World Myanmar – โดย Gouldian Atelier

ปี 2014 Miss Globe Myanmar – โดย Gouldian Atelier

ปี 2014 Miss Universe จากประเทศพม่า – โดย Gouldian Atelier

ปี 2016 Miss International จากประเทศอินโดนีเซีย – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ปี 2017 Miss International จากประเทศญี่ปุ่น – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ปี 2017 Miss Earth จากประเทศแองโกลา – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ปี 2016-2017 Miss Universe จากประเทศอินโดนีเซีย – โดย Aces and Queens – โค้ช Jonas Gaffud

ปี 2017 Miss Universe จากประเทศอังกฤษ – โดย KF – โค้ช Rodgil Flores

ส่วน Catriona Gray คนเทรนในเรื่องการเดินให้ อย่างเช่น “ Lava Walk” คือ Carlos Buendia Jr. ซึ่งเป็นคนเดียวกับ คนที่เทรนให้ Megan Young ผู้ที่เป็น Miss World ปี 2013

https://konruay.com
https://konruay.com

และ Carlos Buendia Jr. เป็นคนที่คิดท่าสโลโมชั่นในการหมุนตัว ของ “Catriona Gray” ในรอบพรีลิมของชุดว่ายน้ำ ที่สำคัญเธอยังมีทีมที่ทำในด้านโซเชียลมีเดียโดยตรงเพื่อเป็นการโปรโมทเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ หรือ การตัดต่อทำวีดีโอเพื่อใช้ในการประกวด

https://konruay.com

ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สในครั้งนี้ เธอมีทีมงานมืออาชีพมาช่วยอย่างคับคั่ง เรียกว่า “ยกแผงกันมาเลยทีเดียว” อย่างช่างผมก็มีประสบการณ์กว่า 18 ปี ที่มาช่วยในเรื่องผมจัดทรงให้ดูดี มีสไตล์ออกแนวเซเลบริตี้ สไตล์ลิสก็ใช้คนเดียวกัน กับ “Pia” คนที่ชนะการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2015

ทางทีมงานได้เซ็ตแผนทุกอย่างเอาไว้หมดเลยว่าในแต่ละวันต้องแต่งหน้า ทำผม หรือ ใส่ชุดอะไร

ในด้าน “Catriona Gray” เธอได้กล่าวว่า “เธอเองก็ได้ติวเข้มในด้านทักษะการพูด การสื่อสารเยอะมาก และ มาจากหลายๆสำนักเพื่อได้เห็นความหลากหลายของข้อมูลความคิดเห็น ไม่ใช่แค่การตอบคำถามกับคณะกรรมการเท่านั้น แต่ติวเข้มในการตอบคำถามผ่านสื่อทั่วไปและอื่นๆอีกด้วย”

ส่วนในชุดราตรีสีส้มที่มีลายคล้ายนกยูง ในรอบพรีลิมที่เธอใส่ มีราคาอยู่ที่ $19,402

https://konruay.com
https://konruay.com

และ ชุดสีแดงที่เธอใส่นั้นในรอบตัดสิน มาจากความฝันของมารดาเธอ

“ เมื่อ Catriona Gray อายุได้ 13 ขวบ แม่ของเธอฝันว่า … เห็นเธอใส่ชุดสีแดง ชนะการประกวดมิสยูนิเวิร์ส“

https://konruay.com

ส่วนการออกแบบชุดของดีไซเนอร์ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากลาวา ของภูเขาไฟ “Mayon” ที่เป็นมรดกโลกแหล่งท่องเที่ยว จาก UNESCO ได้ประกาศขึ้น ในปี 2016 และ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในจังหวัดอัลไบซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอเอง

กว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย “เธอต้องฝึกฝนและทุ่มเทอย่างหนัก” เพราะ “ก่อนหน้านี้เธอเคยผิดหวังจากการประกวดมิสเวิลด์มาก่อน” ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอร้องไห้หนักมาก 😭😭😭 จากบทเรียนในครั้งนั้น “มันเป็นแรงผลักดันอย่างดีในการเตรียมความพร้อมให้กับเธอ” คือ ต้องรอบคอบมากขึ้น ไม่ประมาท ยิ่งในสนามการประกวดมิสยูนิเวิร์สแล้วด้วย หากพลาดแล้วก็คือพลาดเลยไม่มีการได้ให้แก้ตัวใหม่🏋️‍♀️💪💃

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เธอใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองเกือบๆ 2 ปี “จากสมัยก่อนที่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยมีความมั่นใจมากเท่าไหร่” การพูดจายังไม่เก่งมาก การตอบคำถามก็ยังไม่ฉะฉานยังขาดพาวเวอร์ในการพูด น้ำเสียงในบางช่วงก็ยังสั่นๆอยู่ ส่วนการเดิน การโพสท่าทางก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างหรือมั่นเท่าที่ควร บุคลิกภาพก็ยังขาดเสน่ห์ดูจืดๆ ยังไม่แรงหรือมีออร่ากระจาย ส่วนแววตาก็ยังไม่ฉายความมั่นใจในตัวเองมากเท่าที่ควร

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้มาทั้งหมดในวันนี้ ล้วนมาจากการฝึกฝนอย่างหนักทั้งสิ้น”

https://konruay.com

ส่วนกิจกรรมยามว่างหรืองานอดิเรกที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว และ เธอเป็นคนที่ชอบเต้นรำมากมาตั้งแต่ อายุ 3 ขวบ

กีฬาโปรด คือ คาราเต้ อีกทั้งเธอยังชอบเข้ายิมออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ฟิต&เฟิร์ม

เวลาใส่ชุดว่ายน้ำจะได้ดูไม่ย้วย 🏊‍♀️👙😻

ซึ่งตัวเธอเองได้มีการลองใส่ชุดว่ายน้ำ เพื่อเป็นการเทสล่วงหน้าก่อน เพื่อดูกระแส ฟีดแบคจากหลายๆคน และ เปิดรับให้ทุกคนช่วยกันวิจารณ์ว่าควรปรับแก้ตรงไหน รวมไปถึงการโพสท่าทางต่างๆ

เธอกล่าวว่า “เธอยินดีรับฟังทุกๆคำแนะนำ และ ความคิดเห็น เพื่อให้ได้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด”

อาหารเช้าที่เธอรับประทาน คือ สมูทตี้ผลไม้+ผักใบเขียว

https://konruay.com
https://konruay.com

น้ำผลไม้ , ผักต่างๆ , ผลไม้ต่างๆ , ขิงซอย , กล้วยชอบเป็นพิเศษ และ มิลค์เชค

Miss USA ปี 2003-2004 คือ ผู้ที่เทรน Miss USA ปี 2018 ได้คอมเม้นท์เกี่ยวกับการประกวด Miss Universe ดังนี้

“โซเชียลมีเดียได้ฆ่านางงามให้ตายได้อย่างง่ายดาย หากใครพลาดทำอะไรลงไปโดยปราศจากการยั้งคิด” เพราะ ในสมัยก่อนไม่มีอะไรแบบนี้ คนจะเห็นเฉพาะการถ่ายทอดทางทีวีในช่วงการประกวดเท่านั้น จะไม่เห็นเบื้องหลังซีนต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องคำพูดที่ไม่เหมาะสมก็ไม่มีใครรู้

ปัจจุบัน “หากใครพูดไม่ระวังออกไปในทางลบ” มันคือเรื่องที่ใหญ่มาก เมื่อมันถูกตีแผ่ ขยายวงกว้างออกไปแล้วมันเรียกเก็บกลับคืนมาไม่ได้ แม้คุณจะขอโทษไปแล้วก็ตาม เพราะ “มันเกี่ยวข้องกับทัศนคติและภาพลักษณ์อันดีงาม”

https://konruay.com

สิ่งที่พวกเธอชื่นชอบในการประกวดในครั้งนี้ คือ เวที หรือ รันเวย์ที่ยาว เพราะ จะได้ดูการเดินของสาวงามกันอย่างเต็มอิ่ม ใครเดินดีหรือไม่ดีก็จะได้เห็นกันอย่างชัดแจ้ง ดนตรีก็เข้ากับบรรยากาศ ชุดว่ายน้ำที่มีอะไรตรงหัวไหล่ก็ทำให้ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

สิ่งที่พวกเธอไม่ชอบ คือ การคัดเลือกนางงามตามโซน เพราะ “เป็นการปิดโอกาสคนที่ทำยอดเพอฟอร์แมนซ์สูงๆ” แต่กลับถูกปัดตกไปอันเนื่องมาจากพื้นที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งในบางโซนอาจมีปริมาณสาวงามที่มีคนสวยคนเก่งเยอะ และ ถ้าหากเทียบระหว่างโซนนางงามในบางพื้นที่ ในบางคนที่เข้ารอบยอดเพอฟอร์แมนซ์อาจจะไม่สูงเท่ากับคนที่ตกรอบก็ได้ เพราะ เขาต้องการแค่จำนวนคนให้เข้ารอบครบตามจำนวนโควต้าในแต่ละโซนเท่านั้นเอง

“น่าจะเลือกและให้โอกาสคนที่เหมาะสมจริงๆจะดีกว่า” ซึ่งถือว่าเป็นการยุติธรรมต่อพวกเธอ เพราะ บางคนที่ได้เข้ารอบมานั้น พอเห็นแล้ว เฮ้อ!!! พวกเราก็ไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่

การเดินของบางคนก็นะ ลองดู Lu Sierra” ก็ได้ เพราะ เธอเทรนในเรื่องการเดินของนางงามอยู่ ว่านางงามต้องเดินอย่างไร เอนเตอร์เทนคนบนเวทีควรทำอย่างไรให้เป็นที่สนใจและน่าดึงดูด

ในรอบ 20 คน ที่ให้นางงามได้กล่าวถ้อยคำสั้นๆ สิ่งที่พวกเขาอยากเห็น คือ Passion ของคุณคืออะไร วัตถุประสงค์เป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไร นั่นหมายความว่าเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของคุณ ที่อยากนำมาเสนอให้กับชาวโลกได้รับรู้ ?? ส่วนนี้เขาต้องการคนที่กล้าแสดงออกมีการสื่อสารและพูดได้ดี

จาเมก้า เธอตื่นเต้นมากเกิน เธอจำข้อความในสิ่งที่เธอเตรียมมาพูดไม่ได้ ทำให้ติดๆขัดๆ ตะกุกตะกัก จริงๆเราขอเสนอว่า ให้จำเฉพาะโครงเรื่องที่จะมาพูดเท่านั้นพอ แล้วใส่เนื้อหาสำคัญๆลงไปก็ได้

ส่วนนางงามจากประเทศที่พวกเราชื่นชอบ คือ เซาท์แอฟริกา , เวเนซุเอลา , เวียดนาม , ฟิลิปปินส์ และ กือราเซา

ในช่วงที่เซาท์แอฟริกามาเดินในรอบชุดราตรีนั้น “พวกเราลุ้นไปกับเธอมากเพราะชุดมันมาเกี่ยวแข้งเกี่ยวขา” ทำให้เดินไม่สะดวก คือ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับใครก็ตาม ให้คุณเดินเตะชุดมันไปไกลๆเลยค่ะ เพื่อเป็นการเปิดทางให้เดินได้สะดวกขึ้น และ “ทำหน้ามั่นเข้าไว้อย่าไปเสียความมั่นใจตามสิ่งที่เกิดขึ้น” ไม่มีใครไปสนใจอะไรหรอกถ้ามาถึงในจุดนี้แล้ว และ อย่าทำหน้าเสียโดยเด็ดขาด ให้ยิ้มเข้าไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอเราเห็นชุดราตรีของฟิลิปปินส์เดินออกมาเท่านั้นล่ะ โอ้ว!!! นี่คือกะมาฆ่ากันชัดๆ เดินก็ดีอย่างกับภูเขาไฟระเบิดที่พุ่งออกมาตามคอนเซ็ปต์ชุด เธอยืนอยู่บนเวทีแบบว่า “สวยเด่นเป็นสง่ามาก”

https://konruay.com

ชุดราตรีของแคนาดาก็สวยเช่นกัน ซึ่งพวกเราก็แปลกใจมากว่า ทำไมแคนาดาไม่เข้า Top 5 และ ชุดคนที่เข้า Top 5 ส่วนใหญ่ก็ไปในแนวเดียวกัน และ เฉดสีก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แม้ในดีเทลอาจต่างกันบ้างแต่ก็คล้ายกันอยู่ดี

ในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้าย ซึ่งถือว่ายากพอสมควร เพราะ ออกไปทางสังคม การเมือง ผู้อพยพ บางคำถามค่อนข้างเซ้นซิทีฟมาก หากใครตอบผิดนี่ คือ ได้ลงข่าวหน้า 1 แน่ๆ แนะนำว่าหากเจอคำถามในลักษณะนี้ “ให้ตอบแบบเป็นกลางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ซึ่งบางคนก็ตอบตรงคำถาม และ บางคนก็ไม่ตรง

Alycia Darby เธอ คือ ผู้เชี่ยวชาญในทางด้านการตอบคำถามของนางงาม

https://konruay.com

ซึ่งมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 13 ปี จากอเมริกา ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้

ให้คุณลองตั้งคำถามที่น่าจะถูกถามออกมาเป็นข้อๆ ต่อจากนั้นให้คุณลองตอบคำถามเหล่านั้นดู และการตอบ ก็ควรตอบให้เป็นธรรมชาติที่ตรงกับบุคลิก และ ชีวิตจริงของคุณมากที่สุด

โดยคณะกรรมการจะมองหาคนที่มีคุณสมบัติ 1- 2 – 3 – 4 ==> คือ ถ้าหากให้ทำเป็นเช็คลิสต์ออกมาเป็นข้อๆคงจะยาวมาก แต่ให้จำไว้เลยว่า คณะกรรมการจะไม่สนใจผู้หญิงในลักษณะ “Mean Girls” คือ เกลียดหรือเหยียดผู้อื่น หรือ คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

“แต่” มันจะมีผู้หญิงอีกลักษณะบุคลิกหนึ่ง ที่คณะกรรมการจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ คนที่มีความมุ่งมั่น เวลาทำอะไรแล้วมีความตั้งใจสูง และ ทำอย่างไม่ลดละ ไม่ท้อถอยใจอย่างง่ายๆ มีความเป็นนักสู้ เข้มแข็ง

มีเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนอยากเข้าหา อยากรู้จัก มีความเป็นมิตร ใครเห็นใครก็รัก เข้ากับคนอื่นได้ง่าย โดดเด่น น่าติดตาม น่าชื่นชม และ มีพลังเป็นแม่เหล็กชั้นดี

ยกตัวอย่าง “Put the right man in the right job” เหมือนกับ โฆษณา “Nike” เขาจะมองหานักฟุตบอลหรือนักกีฬาอาชีพมาเป็นพรีเซนเตอร์มากกว่านักกีฬาเด็กประถมโนเนม

ในช่วงตอบคำถาม – กรุณาอย่าท่องจำมาตอบ

เพราะ จะทำให้ไม่ลื่นไหล และ ขาดอินเนอร์จากภายใน

สิ่งแรกที่คุณต้องทำ คือ “การทำความรู้จักกับตัวเองอย่างถ่องแท้ “

การตอบคำถามในช่วงเวลากดดันมันจะดึงเอาตัวจริงของคุณออกมา มากกว่าการตอบคำถามในช่วงเวลาปกติที่สามารถท่องสคริปท์ตอบได้ ดังนั้น เวลาที่กดดันหนักมากๆ คุณอาจจะพลั้งเผลอพูดอะไรออกไปในเรื่องที่ไม่น่าจะพูดก็ได้ หรือ พูดไม่ออกก็ได้ หรือ ในบางกรณีที่ท่องจำมาได้ ในบางท่อน บางส่วนก็อาจลืมพูดไปกลายเป็นพูดไม่ครบหรือข้อมูลขาดหายไปบางส่วนก็ได้

โดยคำถามที่มักจะถูกถามบ่อย คือ

(1) รบกวนช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณให้พวกเราฟังหน่อย ค่ะ/ครับ? ในส่วนนี้ เขาอยากเห็นไฮไลท์สำคัญๆในชีวิตคุณ และ อะไรคือสิ่งที่คุณให้คุณค่ามากที่สุด

เวลาพูดหรือนำเสนอข้อมูลไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดดีเทลมากนัก ให้พูดเฉพาะสิ่งที่สำคัญๆพอ หลักๆให้คุณบอกถึงศักยภาพในตัวคุณว่า คุณสามารถมีส่วนช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร คือ คุณต้องสื่อให้เขาเห็นว่าคุณมี “Passion” ในเรื่องที่จะทำจริงๆ

ความแตกต่างระหว่างการสัมภาษณ์งาน (บริษัทหรือออฟฟิซ) และ การสัมภาษณ์นางงาม (Miss Universe)

– ในการสัมภาษณ์งาน สิ่งเขาอยากเห็น คือ วุฒิประวัติการศึกษาว่าคุณจบอะไรมา รวมไปถึงประสบการ์การทำงานตามสายงานของคุณ และ ทักษะต่างๆที่สอดคล้องกับสายงานที่คุณทำ

– ในการสัมภาษณ์นางงาม สิ่งเขาอยากเห็น คือ ประวัติการทำงานเพื่อสังคม การช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ ประสบการณ์ในการพูดต่อหน้าสาธารณชน ลักษณะเด่นเฉพาะตัวในชีวิตของคุณคืออะไร คือ คิดง่ายๆเขาเน้นไปทาง “Soft Skills” และ EQ เพราะ คุณต้องทำงานในด้านสังคมร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการสื่อสารและการตอบคำถามต่างๆได้เป็นอย่างดี

(2) ทำไมคุณถึงอยากประกวดนางงาม ? ตรงนี้ เขาอยากเห็นแรงจูงใจของคุณในการเข้าประกวด และ ทัศนคติของคุณที่มีต่อการประกวด

กรุณาอย่าตอบคำถามแบบดาดๆ เช่น ดิฉันอยากเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็กสาวหลายๆคน หรือ ดิฉันอยากมีอิทธิพลในทางที่ดีต่อผู้คนในวงกว้าง คือ คำตอบแบบนี้ ใครๆก็รับทราบ และ รู้อยู่แล้ว

มันยังไม่เด็ดพอที่ทำให้ดูโดดเด่น และ มีความแตกต่างจากคนอื่น เพราะ ใครๆก็พูดกันในทำนองนั้น

คุณต้องตอบ คำถาม ออกมาจากจิตใจภายในจริงๆ ว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้คุณเข้ามาประกวดในครั้งนี้ ลองถามตัวเองสัก 4 ครั้งดูว่า ทำไมตัวคุณถึงอยากเข้าร่วมการประกวด

ยกตัวอย่าง – ทำไมคุณถึงอยากเข้าร่วมการประกวดนางงาม ?

“ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ตัวฉันเองก็มีความสามารถที่จะชนะการประกวดได้เหมือนกัน เพราะ มีหลายคนคิดว่าฉันยังไม่ดีพอ ไม่สวยพอ และ ไม่มีความสามารถมากพอ ซึ่งหลายคนมองว่าฉันไม่สวยเหมือนผู้หญิงในอดีตที่เคยชนะการประกวด และ ในครอบครัวของฉันก็ไม่เคยมีใครเข้าร่วมการแข่งขันในทำนองนี้มาก่อน ซึ่งฉันเองก็เป็นคนแรกในครอบครัวที่สนใจในการอยากทำในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างไปจากกรอบเดิมๆ และ การประกวดในครั้งนี้ เรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตของฉัน”

และนี่แหละ คือ เหตุผลหลักที่ทำให้ฉันมาประกวดในครั้งนี้

และนี่คือ คำตอบจริงที่ออกมาจากชีวิตจริงๆ ซึ่งมันมีความหมายมาก สื่อถึงอารมณ์ได้ดี และ เป็นการจุดประกายให้กับผู้อื่นได้ด้วย

คณะกรรมการตัวจริง เขามองออก ..ว่า.. คำตอบไหนจริง คำตอบไหนเฟคขึ้นมาก เพราะ เขามีประสบกาณ์สูงมาก ฉะนั้นอย่าไปเฟค

(3) ถ้าคุณชนะการประกวด คุณมีแผนจะทำอะไรหลังจากนี้ ? คือเนื่องจาก เขาอยากเห็นแผน หรือ เป้าหมาย ในชีวิตของคุณจริงๆ

สรุป “คุณต้องมีแผนงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในการตอบคำถามนี้”

(4) อะไร คือ จุดอ่อนในตัวของคุณ ? หรือ อะไรที่คุณรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ? ตรงนี้ คือ เขาอยากรู้ว่าคุณเป็นคนที่รู้จักตัวเองมาก-น้อยแค่ไหน , ยอมรับตัวเองได้มาก-น้อยแค่ไหน

อย่าตอบในลักษณะที่ว่า เอาลักษณะเด่นหรือจุดเด่นมาเป็นลักษณะด้อย เช่น ฉันเป็นคนรักความเพอร์เฟคจนเครียดค่ะ มันดูเฟคมากไป ไม่เรียลเท่าไหร่

ให้ตอบแบบจริงใจไปเลย เพราะ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบอยู่แล้วในโลกแห่งความเป็นจริง ให้แชร์ไปเลย ว่าตอนนี้คุณกำลังแก้ไข พัฒนาตัวเอง และ เปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องอะไรอยู่ในขณะนี้ กรรมการเขาก็คนเขาเข้าใจ

(5) เอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณคืออะไร ? ทำไมเราถึงต้องเลือกคุณ ? อะไรที่ทำให้คุณโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น ? ตรงนี้ เขาอยากค้นหาคนที่พร้อมในการทำงาน คือ ตรงกับคุณสมบัติที่เขาอยากได้

สรุป อย่าท่องจำมาตอบแบบเกลื่อน ควรตอบออกมาจากชีวิตจริง มีอินเนอร์ เพราะ ถ้าทำงานจริงมันมีแผนในหัวอยู่แล้ว ตอบคำถามได้อยู่แล้ว ยังไงมันก็จำหรือทำได้ และ คุณต้องขายตัวเองเป็น พรีเซ้นต์ตัวเองเก่ง และ สามารถพูดได้อย่างลื่นไหล

หลังจากพูดจบในทุกครั้งให้ กล่าวคำว่า”ขอบคุณ” ต่อจากนั้นก็ ”ยิ้มสวยๆ”

หากท่านใดสนใจ ศึกษาเพิ่มเติมในคลิปของเธอได้ https://www.youtube.com/channel/UCb84Q8Cy6clISSSHiyG0roA

คำถามที่ Siera Bearchell – Miss Canada ปี 2016 ที่เคยถูกถามมาก่อนในห้องสัมภาษณ์

ซึ่งคะแนนตรงนี้มีผลถึง 60% ฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดี

เริ่มจากคำถามทั่วไปว่าจบอะไรมา ? ทำงานหรือทำอะไรอยู่ตอนนี้ ? ประสบการณ์สำคัญอะไรในชีวิตของคุณที่คุณชื่นชอบและได้เรียนรู้เป็นพิเศษ ? คุณอยากบอกอะไรบ้างเกี่ยวกับประเทศของคุณให้พวกเราได้ทราบ ?

อาจจะมีบ้างที่เจอคำถามหนักๆในด้านการเมือง ซึ่งเธอก็คิดในใจว่าไม่เห็นเกี่ยวกันเลย แต่อาจถามเพื่อดูทัศนคติความคิดเรา เพราะ จริงๆตัวเราเองจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรในภาครัฐซึ่งก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว และ บางคำถามก็เป็นคำถามที่ขนาดนายกรัฐมนตรีก็ยังให้คำตอบไม่ได้ แต่ก็ยังเอามาถามกัน???

https://konruay.com

คำถามที่ฉันถูกถาม คือ

Why do you deserve to be the next Miss Universe ?

Why do you have what it takes to be the next Miss Universe ?

What in your life has prepared you to be the next Miss Universe ?

Why are you here ?

What does it take the next Miss Universe ?

คำถามในรอบ 3 คน สุดท้าย

ปี 2015

Why should you be the next Miss Universe ?

ปี 2016

Name something over the course of your life that you failed at and tell us what your learned from that experience ?

ปี 2017

What quality in yourself are you most proud of and how will you apply that quality to your time as Miss Universe ?

ปี 2018

What is the most important lesson you’ve learned in your life and how would you apply it to your time as Miss Universe ?

Dani Walker – Miss Montana USA 2018

https://konruay.com

เธอได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวบนเวทีในช่วงแนะนำตัว หรือ ตอบคำถาม ดังนี้

(1) ในช่วงแนะนำตัว หรือ เวลาตอบคำถาม ควรระลึกเสมอว่าใคร คือ ผู้ฟัง และ คำพูดที่พูดออกไปนั้นเหมาะสมหรือไม่ในขณะที่อยู่บนเวที และ เกี่ยวข้องกับการประกวดหรือไม่ ที่สำคัญทำยังไงให้คณะกรรมการได้รู้จักเรามากขึ้น ผ่านการพรีเซ้นต์ตัวเองอย่างชาญฉลาด

“ส่วนการสื่อสาร ต้องครบถ้วน ตรงประเด็น และ ได้ใจความ”

(2) อย่าพูดอะไรไปที่ดูเหมือนไร้แก่นสารหาสาระไม่ได้ในช่วงการพรีเซนต์ตัวเอง เนื้อหาคำพูดในบางเรื่อง ควรคำนึงถึงกาลเทศะเสมอว่าเหมาะสม กับ เวลา หรือ สถานที่หรือไม่ ? ไม่ใช่อยากจะพูดอะไรก็ได้ เช่น เรื่องที่ไม่ค่อยสำคัญและคณะกรรมการไม่ค่อยให้น้ำหนักเท่าไหร่ คือ อายุ ชื่อสถานศึกษา ชื่อโรงเรียน หรือ แม้แต่งานอดิเรกที่ไม่สอดคล้องอะไรกับการประกวด เป็นต้น

สิ่งที่ห้ามพูดบนเวทีอย่างเด็ดขาด เพราะ อาจจะสร้างความรำคาญได้ นอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว ยัง หาสาระสำคัญอะไรไม่ได้อีก ดังตัวอย่าง

พอพิธีการถามคำถามเสร็จ แล้วคุณพูดว่า “Great question” อย่าพูดคำนี้ ให้ตอบคำถามไปเลย

อย่าพูดทวนซ้ำในคำถามอีกรอบ

อย่าพูดพาดพิงคนอื่นในลักษณะนินทา หรือ วิจารณ์คนอื่นในแง่ลบห้ามพูดโดยเด็ดขาด

อย่าพูดเรื่องโกหก

อย่าพูดในทำนองประชดประชันหรือเสียดสี

(3) คุณควรระวังในเรื่องบอดี้แลนเกวจ อย่าให้ดูประหม่า หรือ ขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง แววตา ที่แสดงอารมณ์ออกมามากเกินไป คือ เกินขอบเขต แลดูไม่งาม หรือ ไร้อารมณ์แบบสุดๆซังกะตาย ไม่มีชีวิตชีวา คุณต้องรู้จักควบคุมหรือคอนโทรลตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ “ตื่นเต้นจนสติหลุด” หรือ “หวาดกลัวมากเกินไป”

(4) เวลาพูดควรมีจังหวะจะโคน น้ำเสียงเคลียร์ชัดถ้อยชัดคำ อย่างมีพลัง ไม่น่าเบื่อทื่อๆ และ รู้จักการใช้สายตาร่วมด้วยในเวลาสื่อสาร

เงินรางวัลนางงามจักรวาล

จะได้เป็นแพกเกจรวมกันหลายอย่าง เช่น เงินเดือนประจำปีในขณะที่ดำรงตำแหน่งนางงามจักรวาล  พร้อมห้องพักหรู ใน New York รวมไปถึงในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ คอร์สออกกำลังกาย เงินสดไม่ต่ำกว่า $20,000 ได้รับสปอนเซอร์จากผลตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทำผมฟรี  มีโปรแกรมดูแลสุขภาพผิวฟรี โปรแกรมดูแลสุขภาพฟันฟรี ได้เป็นพรีเซนเตอร์ และ ได้รับสปอนเซอร์จาก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง น้ำหอม เครื่องประดับ หรือ สินค้าต่างๆ ไม่ต่ำกว่า $20,000 ขึ้นไป และ กรณีที่มีการเดินทางไปในแต่ละประเทศ  จะมีที่พักและค่าเดินทางให้  ตรงส่วนนี้จะได้เงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า $300,000

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์ ถ้าเป็นที่ดึงดูใจมากๆ พลังมวลชนเยอะมีอิทธิพลสูง ภาพลักษณ์ดี งานก็จะเยอะตาม และ มีลุคที่ใช่ พูดจาดี ฉลาดมีไหวพริบ เข้ากับคนได้ง่าย ไม่เรื่องมาก เป็นที่ต้องการของตลาด

อกนั้นก็เป็นโอกาสที่จะได้ร่วมงานถ่ายแบบ ออกงานสังคม งานการกุศล กีฬา รวมไปถึงสื่อทางภาพยนต์ต่างๆ

โดยค่าเฉลี่ยเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นจะได้รับระหว่าง $2.1 – $2.5 Million ขึ้นไป

รวมไปถึงโอกาสทางด้านการงาน การเงิน ที่เป็นประตูเปิดทางสะดวกให้กับตัวเองมากขึ้น  แม้จะหมดวาระต่ำแหน่ง Miss Universe ไปแล้ว

ยกตัวอย่าง เช่น

Amelia Vega จาก Miss Dominican Republic ปี 2003 หลังจากพ้นวาระไปแล้ว  เธอก็ได้เข้าสู่วงการนางแบบอาชีพ ซึ่งทำรายได้ให้กับเธอ ถึง $1 million

Zuleyka Rivera จาก Miss Puerto Rico ปี 2006 หลังพ้นวาระไปแล้ว  เธอก็ได้เข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งทำรายได้ให้กับเธอ ถึง $5 million

Ximena Navarrete จาก Miss Mexico ปี 2010 หลังพ้นจากต่ำแหน่ง เธอก็ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์เครื่องสำอาง อย่าง L’Oréal Paris และ Old Navy รวมไปถึงงานโชว์ตัว และ งานอีเว้นท์ต่างๆ ทำให้เธอมีรายได้เพิ่มเข้ามาที่ $5 million

รุปว่า การประกวด Miss Universe ถือว่าเป็นบันไดเบิกทางไปสู่อนาคตที่ดีได้ โดยเฉพาะสายบันเทิง หรือ จะเป็นการล่าเงินรางวัลก็ได้ หรือ หาประสบการณ์ หาเพื่อนใหม่ก็ได้ ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละท่านที่ตั้งเอาไว้

ส่วนรายละเอียดเรื่องเงินรางวัล หรือ เงื่อนไขต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และ สปอนเซอร์

อ้างอิง https://www.missuniverse.com/competition

งกุฏนางงามจักรวาล

ใช้งกุฏ Mikimoto (แบรนด์ญี่ปุ่น) ที่ประดับประดาไปด้วยไข่มุกเม็ดงามบริสุทธิ์ ในจำนวน 120 เม็ด ในไข่มุกที่มีชื่อว่า Akoya ประกอบไปด้วยทองคำ และ ทองคำขาว เพชร 18 กะรัต มงกุฎมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.06 kg รวมราคาทั้งสิ้น อยู่ที่ $250,000

https://konruay.com

ปีที่ Miss Universe ช้ งกุฏ Mikimoto คือ ปี 2002-2007 และ ปี 2017-2018

ละ การประกวดอื่นที่ใช้ งกุฏ Mikimoto คือ “Miss USA” ปี 2003–2008 และ “Miss Teen USA” ปี 2002–2008 ซึ่งในช่วงปี 2010-2011 ทางบริษัททำยอดขายทั้งสิ้น อยู่ที่ $2,666,745

สโลแกน ของ Miss Universe คือ “สวยอย่างมั่นใจ”

สิ่งที่คณะกรรมการจะใช้ในการตัดสิน คือ ความมั่นใจ และ ความรับผิดชอบในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนางงามจักรวาลได้เป็นอย่างดี

เกณฑ์การตัดสินเขาจะไม่ดูแค่ความสวยความงามแต่อย่างเดียวเท่านั้น เช่น พวกชุดว่ายน้ำ ชุดราตรี หรืออื่นๆ แต่กองประกวดจะเน้นและให้น้ำหนักไปที่ การสัมภาษณ์

เพราะ เขาจะดูทักษะไหวพริบ ปณิธาน ในด้านการพูดหรือทักษะด้านการสื่อสาร ที่สามารถเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ในหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำในอนาคตได้

https://konruay.com

ประธานองค์กรนางงามจักรวาล “คุณพอลล่า เอ็ม ชูการ์ต”

ให้ สัมภาษณ์ว่า คนที่จะได้รับชัยชนะในการประกวดนางงามจักรวาลได้นั้น สิ่งที่กองประกวดต้องการ คือ

1. เป็นคนที่มีความมั่นใจหรือภูมิใจในสีผิวของตนเองไม่ว่าคุณจะมีสีผิวอะไรก็ตาม เพราะ นี่คือความงามและเสน่ห์ที่แท้จริงในตัวของผู้หญิง

2.  เป็นคนที่ฉลาด ตอบคำถามได้ดี กล้าพูดหรือกล้าแสดงความคิดเห็น ในการเป็นตัวแทนทำงานทางด้านสังคมและองค์กรการกุศลอย่างเต็มที่และมีความมุ่งมั่น

3. มีมันสมองและเป็นตัวของตัวเอง เข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เชื่อถือไว้วางใจได้ มีความเป็นนักสู้ ก้าวไปข้างหน้า พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ “ต้องเป็นนักพัฒนาตัวเอง” เพราะ จุดนี้สำคัญมาก ..เธอกล่าว..

4. เอาใจใส่ต่อคนรอบข้าง ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ปรับตัวเก่ง เข้ากับทุกคนได้ดี เฟรนลี่

5. อดทน ใจเย็น มีความอ่อนสุภาพ เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับได้ดี  มีจิตใจดี

6. มีความรู้รอบตัวสูง รวมไปถึงกระแสสังคมความเคลื่อนไหวต่างๆที่เด่นๆในระดับโลก ดังนั้น จึงต้องอ่านข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ สื่อต่างๆ ค่อนข้างเยอะ

7. เป็นต้นแบบที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้

Dayanara Torres – Miss Universe ปี 1993

https://konruay.com

เธอเป็น1 ในคณะกรรมการที่เคยตัดสินให้คะแนนมิสยูนิเวิร์ส ได้แสดงความคิดเห็น ดังนี้

สิ่งที่เธอจะมองและให้คะแนน คือ การมีบุคลิกภาพที่ดี สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็นได้ เมื่อเธอพูดอะไรไปทุกคนต่างสนใจที่อยากจะฟัง ส่วนในเรื่องการสื่อสาร หรือ คำตอบสัมภาษณ์นั้น อย่าทำเหมือนหุ่นยนต์ไร้ชีวิต ควรรู้จักสบตาผู้อื่นเวลาสนทนา หรือ พูดคุยกันหน้าต่อหน้า สิ่งที่นางงามจักรวาลควรมี คือ สวยอย่างมั่นใจ และ เข้มแข็ง สามารถทำงานหนักได้

Sushmita Sen Miss Universe ปี 1994

เธอเป็น1 ในคณะกรรมการที่ตัดสินมิสยูนิเวิร์ส ปี 2016

คนที่จะเป็นนางงามจักรวาลได้นั้น   ต้องเป็นบุคคลที่สุดของที่สุดในทุกด้านจริงๆ   รวมไปถึงความตั้งใจที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง   ยิ้มแย้มแจ่มใส   มีอิมแพคในทางที่ดีต่อผู้อื่น  เป็นแบบอย่างที่ดีที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้   มีทั้งความสวยและรูปร่างเพอร์เฟคอย่างมั่นใจ  ใครเห็นใครก็รัก  โดยปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกัน

Ross Mathews – ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการทีวี

เป็นบุคคลหนึ่ง   ในคณะกรรมการที่ตัดสินมิสยูนิเวิร์สมาหลายครั้งมาก และ ในปีล่าสุด คือ ปี 2017   …เขาได้กล่าวเอาไว้ว่า…

“”มิสยูนิเวิร์ส ->  เธอต้องสวยอย่างมั่นใจ  จิตใจดี  และ มีเป้าหมายที่จะทำภารกิจของนางงามจักรวาลได้อย่างสำเร็จ””

Siera Bearchell – อดีตนางงามจาก ประเทศแคนาดา ปี 2016

เธอเคยเข้าร่วมการแข่งขัน การประกวดนางงามจักรวาลที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งเธอติดอันดับ Top 9

Siera Bearchell    ได้กล่าวเอาไว้ว่า   กองประกวด Miss Universe หรือ IMG  จะไม่ได้ดูแค่คนที่มีโปรไฟล์ประวัติ การศึกษา ภูมิหลังดี หรือ สวยรูปร่างหน้าตาดี มีการเดินที่ดี หรือ มีการพูดจาตอบคำถามได้ดีเท่านั้น  แต่สิ่งหนึ่งที่กองประกวดได้ให้ความสำคัญ และ มีความสนใจมากๆ คือ ทัศนคติของสาวงามในการมองเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  รู้จักการให้เกียรติผู้อื่นโดยไม่เลือกสูง ต่ำ ดำ ขาว

การรู้จักทักทายผู้อื่น การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  การปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยไม่เลือกว่าเขาเป็นใครมาจากไหน  หรือ  อยู่ในต่ำแหน่งอะไร มีบทบาทอะไรในสังคม

โดยกองประกวดจะเริ่มดูตั้งแต่วันเปิดตัว  หรือ  วันเก็บตัวในวันแรกกันเลยทีเดียว  ซึ่งบางคนอาจจะไม่ทราบในส่วนตรงนี้ แม้แต่เรื่องที่เล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น  การกล่าวทักทายให้เกียรติต่อพนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงแรม  หรือ  ที่พัก รวมไปถึงพนักงานเสริฟอาหาร เพื่อนๆสาวงามที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ฯลฯ

ซึ่งส่วนตรงนี้สำคัญมาก  หากกองประกวดทราบมาว่าสาวงามท่านใด  ไม่มีการให้เกียรติผู้อื่นอย่างเหมาะสม  คะแนนในส่วนนี้ก็จะติดลบไป

เพราะ การที่หลายคนมองเห็นแค่รูปภาพ หรือ ภาพถ่ายต่างๆ  สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถตัดสินอะไรได้เพราะมันยังมีเบื้องหลังฉากอีก ที่หลายคนอาจจะไม่รู้  หรือ  มองไม่เห็นในสิ่งที่กองประกวดต้องนำมาพิจารณาเพิ่มเติม รวมไปถึงการสัมภาษณ์นี่ก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะ คะแนนจะมากหรือน้อยก็จะมาเฉือนกันในตรงส่วนนี้อีก

ซึ่งในการสัมภาษณ์นั้น   กรรมการจะพิจารณาตั้งแต่ชุดที่สวมใส่  การเดินเข้าไปในห้อง การยืนหรือการนั่ง  การตอบคำถาม  การควบคุมอารมณ์ความรู้สึกซึ่งทำได้มากน้อยแค่ไหน  

ต่อจากนั้นคณะกรรมการก็จะนำคะแนนทุกอย่างมารวมกัน  ซึ่งจะไม่ได้ดูเฉพาะแค่คะแนนการสัมภาษณ์แต่อย่างเดียว เพราะ บางคนอาจจะทำคะแนนเฉพาะการสัมภาษณ์ได้ดี  แต่คะแนนในด้านอื่นอาจจะติดลบ หรือ ทำได้ไม่ดีมากเท่าไหร่

สรุป  กองประกวดจะดูภาพรวมทุกอย่างแล้วนำมาตัดสิน นั่นล่ะ  คือ “คนที่เขาจะเลือกเป็น Miss Universe”

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

Siera Bearchell    เธอมีประสบการณ์ได้รับเชิญให้ไปตัดสิน การประกวดนางงามในหลายพื้นที่ด้วยกัน เช่น การประกวด Miss CA USA หรือ Miss California Teen USA เพื่อนำสาวงามเข้าสู่เวทีการประกวดในระดับประเทศ อย่าง Miss USA และ ผู้ที่ชนะเลิศการประกวด Miss USA ก็จะเข้าสู่เวทีการประกวดในระดับโลกต่อไป ก็คือ Miss Universe

และ มีอีกเวทีหนึ่ง ที่เธอได้รับเชิญให้ไปเป็นคณะกรรมในการตัดสิน คือ Miss Iceland ซึ่งก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน คือ เพื่อนำสาวงามเข้าสู่เวทีการประกวดใหญ่ในระดับโลก อย่าง “Miss Universe” โดยเกณฑ์การตัดสินทุกอย่างก็ใช้มาตรฐานอย่างเดียวกัน

โดยสิ่งที่เธอนำมาพิจารณา คือ จะไม่ได้มองแค่การพรีเซนต์ตัวเองได้ดีเท่านั้น แต่ต้องพรีเซนต์ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งเป็นองค์กรในระดับโลกได้

คือ  ต้องพรีเซนต์ในความเป็นผู้หญิงที่สวย เก่ง แกร่ง เข้มแข็ง แต่อ่อนสุภาพ ต้องเป็นมากกว่าคำว่า”ดูดี” ต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลด้านบวกต่อผู้หญิงให้ได้ หากใครอยากจะประสบความสำเร็จในเวทีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะ  มันเป็นงานที่ใหญ่และหนักพอสมควร คือ ต้องฝ่าฟันอะไรเยอะ

คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณอยากเข้าร่วมในเวทีการประกวดนี้เพื่ออะไร?  คุณมีความกล้าในการทำสิ่งใหม่ๆได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้คุณเคยทำอะไรมาบ้าง คุณเคยทำงานเพื่อสังคม หรือ เคยทำงานด้านอาสาสมัครมาก่อนหรือไม่?

อีกอย่าง คุณมีความสามารถรับแรงกดดันในการทำงาน ได้มากน้อยแค่ไหน? ซึ่งใน้านแรกเลยที่คุณต้องเจอในเรื่องแรงกดดัน ก็คือ “การถูกวิพากษณ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ” ซึ่งคุณมีความยินดีรับแรงกดดันในส่วนตรงนี้ได้หรือไม่ เพราะ คุณจะถูกวิพากษณ์วิจารณ์ในทุกเรื่อง และ มีน้อยคนมากที่ะรับแรงกดดันในเรื่องตรงนี้ได้ดี

ซึ่งพลังบวก ความคิดแง่บวกของคุณจะยังเฉิดฉาย เจิดจรัส ส่องประกายได้อยู่หรือไม่ เพราะ ฉันเองก็เคยถูกวิพากษณ์วิจารณ์มาก่อน ในเรื่องความอ้วน” ว่าเป็นนางงามที่น้ำหนักตัวเกินขนาด รวมไปถึงในเรื่องอื่นตามมาอีกมากมาย

ในสิ่งที่ฉันกล่าวมาทั้งหมดนี้  คุณยังมีความจริงใจ มั่นใจ ส่งรอยยิ้มให้กับทุกคน และ รับฟังเสียงของบุคคลต่างๆอีกมากมายได้หรือไม่? เพราะ ถ้าหากเทียบกับการสัมภาษณ์ การถ่ายภาพ การแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ออกงาน ออกสื่อ เรื่องพวกนี้กลายเป็นเรื่องจิ๊บๆไปเลย

มีอีกอย่างที่คุณต้องเจอ คือ คุณต้องมีความอดทนสูงมากในการทำงาน กับ ตารางเวลาที่แน่นเอี๊ยด ในบางช่วงที่อาจจะมีการพักผ่อนน้อย คุณก็อาจจะเหนื่อยหรือหงุดหงิดได้ เพราะ การเป็น “Miss Universe”  คุณต้องเดินทางไปทั่วโลก หลากหลายประเทศ ต้องเจอกับผู้คนมากมาย ต่างถิ่