https://konruay.com

เมียคนรวย

จริงๆต้องเข้าใจว่าการจะเป็นเมียคนรวยอย่าง บิล เกตส์ , เจฟฟ์ เบซอส , สตีฟ จอบส์ , มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก , วอร์เรน บัฟเฟตต์ และคนอื่นๆได้นั้น มีเรื่องสเป็คความชอบส่วนบุคคล แนวคิด รสนิยม ทัศนคติ ล้วนแล้วแตกต่างกันออกไป ตามพื้นฐาน สภาพแวดล้อมของคนๆนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไง ที่ไหน คบหาดูใจกันมานานกี่เดือนกี่ปี ถึงได้ตัดสินใจลงเอยแต่งงานกันจนกลายเป็นเมียคนรวยได้  โปรดติดตาม

เมลินดา เกตส์

เมลินดา เกตส์ เธอคือภรรยาของ “บิล เกตส์” ซึ่งเขาก็คืออดีตหัวหน้าของ “เมลินดา เกตส์” มาก่อนในช่วงที่ทำงานกับไมโครซอฟท์ด้วยกัน

ทั้งคู่เจอกัน  “ที่ลานจอดรถ” จากนั้น “บิล เกตส์” ขอเธอออกเดทตั้งแต่แรกพบ

เขาพูดในทำนองว่า ผมขอเดทกับคุณเป็นเวลา 2 อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์นี้ได้ไหมครับ

เธอรู้สึกตงิดและ “ เธอกล่าวออกไป ขำๆ” ใครจะไปรู้ตารางเวลาคะเนี่ แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่ ก็ได้ออกเดทกัน หลังจากนั้น 7 ปี ต่อมาถึงได้ตกลงแต่งงาน

บิล เกตส์ กล่าวว่า ที่ผมแต่งงานกับ “เมลินดา” ก็เพราะว่า “เธอมีเป้าหมายอย่างเดียวกันกับผมครับ” และ เราเดินมุ่งหน้าไปในเส้นทางเดียวกัน และ เธอเป็นเพื่อนร่วมทางที่่ดีที่สุดของผม เรามีลูกด้วยกัน ผมเองไม่เคยซื้อมือถือให้ลูกเลยจนกว่าเขาจะอายุ 14 ซึ่งปัจจุบันเรามีบุตรด้วยกัน 3 คนครับ

Mackenzie Bezos

Mackenzie Bezos  เธอคือภรรยาของ เจฟฟ์ เบซอส” ก่อนหน้านี้เธอกำลังหางาน เฮดฟันด์ ที่นิวยอร์กอยู่ และ ไม่ใช่ใครที่ไหนที่สัมภาษณ์เธอ ชายคนนั้นก็คือ “เจฟฟ์ เบซอส” เธอได้งานทำที่นั่น “แต่” ที่น่าสนใจมากไปกว่าการทำงานในแต่ละวัน คือ “การได้ยินเสียงหัวเราะ” ของ “เจฟฟ์ เบซอส” มากกว่า

เธอกล่าวว่า “จะไม่ให้ฉันตกหลุมรักในเสียงหัวเราะแบบนี้ได้ไง ฉันปฏิเสธไม่ได้หรอก” ทั้งคู่เดทกันแค่ 3 เดือนก็แต่งงานกัน

เจฟฟ์ เบซอส กล่าวว่า “เขาภูมิใจที่ได้ภรรยาที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผู้ที่สามารถแก้ปัญหาได้ ฉลาดมีไหวพริบดี ผมเห็นอนาคตที่สดใสรอเราอยู่ครับ”

..เขากล่าวแบบอารมณ์ดี..

เพราะอะไรรู้ไหมครับ เมื่อผมเจอภรรยาครั้งแรกผมก็อยากแต่งงานกับเธอเลย เพราะ เธอคือคนที่ใช่มากๆ ผมอยากได้คนที่มาช่วยผมแก้ปัญหามากกว่ามาสร้างปัญหา..ครับ..

ปัจจุบันทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คน และ รับบุตรบุญธรรมเพิ่มอีก 1 คน

มิแรนดา เคอร์ (Miranda Kerr)

มิแรนดา เคอร์ (นางแบบดัง) เธอคือภรรยาของ “อีแวน สปีเกิล” ซีอีโอ Snapchat

เธอมีแบรด์สินค้าออแกนิคสกินแคร์ เป็นของเธอเอง และ เขียนหนังสือ ชื่อ Treasure Yourself”

ั้งคู่รู้จักกันผ่านงานเลี้ยงดินเนอร์ ของ “หลุย วิตตอง” จะบังเอิญหรือเปล่าไม่รู้ เผอิญได้นั่งโต๊ะเดียวกัน แถมได้นั่งข้างกันอีกต่างหาก

โดย “มิแรนดา เคอร์” เจอเขาในครั้งแรกนั้น เธอคิดกับตัวเองว่า อีแวน สปีเกิล”  “ดูๆไปก็น่ารักดีนะ” โดยมี Glenda Bailey ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เธอ พูดทำนองว่า ..ฉันว่านะ.. “พวกเธอทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันดี ทำไมไม่แต่งงานกันซะละ”

พอเธอได้ยินดังนั้น   เธอถึงกับหลุดปากอุทานออกไป อะไรนะ!!..

และ เธอเล่าต่อไปว่า จริงๆเรารู้จักกันมานานและเป็นเพื่อนที่ดีมาโดยตลอด ก่อนที่จะออกเดทกันอย่างจริงจัง ทั้งคู่ได้พัฒนาความสัมพันธ์กันนานถึง 2 ปี ถึงได้แต่งงาน ซึ่งแขกที่เชิญก็เป็นคนสนิทและคนใกล้ชิดรวม 40 คน

ปัจจุบัน “มิแรนดา เคอร์” กำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกของ “อีแวน สปีเกิล” อยู่ และ เธอกล่าวว่า “อีแวน สปีเกิล” เป็นคนที่ซีเรียสกับงานมาก เขาจะตื่นแต่เช้าไปทำงาน และ ไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบปาร์ตี้ แต่เขามักจะอยู่ติดบ้านมากกว่า

Laurene Powell Jobs

Laurene Powell Jobs เธอคือภรรยาของ สตีฟ จอบส์

เธอเป็นนักธุรกิจหญิง ประสบการณ์การทำงานของเธอเคยทำงานที่ Goldman Sachs มาก่อนถึง 3 ปี และ เคยทำงานแบงค์มาก่อน

ในช่วงที่ “Laurene Powell Jobs” เจอกับ สตีฟ จอบส์ นั้น ทั้งคู่เจอกันที่หาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในวันนั้นเขาขอเดทกับเธอทันทีที่เจอกัน ถึงขนาดที่ว่า

“ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในชวิตของผม ผมขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ ร่วมกับคุณ

หลังจากที่เดทกันเป็นเวลา 2 ปี ทั้งคู่ได้ตกลงแต่งงานกัน

โดยมีบุตรร่วมกันถึง 3 คน หลังจากที่เขาเสียชีวิตลง เธอกล่าวว่า “เธอคิดถึงเขาทุกวัน”

“Laurene Powell Jobs” ได้รับมรดกจาก สตีฟ จอบส์ เป็นจำนวนเงิน $11.1 billion ซึ่งมาจากหุ้นของวอลต์ดิสนีย์ และ หุ้นของ Apple $38.5 million รายได้ปัจจุบันของเธออยู่ที่ $ 20.7 billion

Astrid Menks

Astrid Menks เธอคือภรรยาของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

ั้งคู่เจอกันที่ “เฟรนช์ ไนท์คลับ” แถวบ้าน  วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งภรรยาคนแรกเคยเป็นนักร้องประจำอยู่ที่นั่น

โดยทั้งคู่รู้จักกันผ่านคำแนะนำของภรรยาคนแรก เพราะ Astrid Menks เธอคือเพื่อนสนิทของภรรยาคนแรกของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเธอทำงานเป็นพนักงานเสริฟที่นั่น

ก่อนที่ภรรยาคนแรกจะเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง เธอได้ฝากฝัง Astrid Menks ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุด ให้ดูแลสามีของเธอด้วย  เพราะทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่วัยเด็ก นับไปถึงรุ่นแม่ก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาโดยตลอด และภรรยาคนแรกก็ยังเป็นรูเมท ของน้องสาว วอร์เรน บัฟเฟตต์ ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย นั่นจึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่รู้จักกัน และ แต่งงานในปี 1952 โดยมีบุตรด้วยกันถึง 3 คน

ขณะที่แต่งงานกันอยู่นั้น ภรรยาคนแรกของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เธอได้ดำรงตำแหน่งเป็น ดเร็กเตอร์ ของ Berkshire Hathaway

และมีเรื่องที่ทำให้หลายคนแปลกใจ คือ “ภรรยาคนแรก” ของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เธอไปมีความสัมพันธ์กับครูสอนเทนนิส” และต่อมาใน ปี 1977 เธอได้ย้ายออกจากบ้านของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ไปอยู่ที่อื่น  .. โดยเธอให้เหตุผลว่า  เธอต้องการไปเรียนคาบาเรต์ เพิ่มเติม เพราะสิ่งนี้คือความฝันและความชื่นชอบของเธอ  “แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้หย่าขาดกัน” แต่อย่างใด   ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเพราะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็มีการส่งการ์ดอวยพร ถึงกันเสมอทั้ง 3 คน (ภรรยาคนแรก ,วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ Astrid Menks)

แต่กระนั้น ..การย้ายออกไปอยู่ที่อื่นของภรรยาคนแรก.. ก็ทำให้ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เสียใจเป็นอย่างยิ่ง   ถึงกับกล่าวว่า  “95% เป็นความผิดของผมเอง เราอยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด และ เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย”

จนกระทั่งภรรยาคนแรก เธอมาเสียชีวิตลง เมื่อปี 2004 และ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ได้แต่งงานใหม่กับ Astrid Menks ในปี 2006

แต่ทว่าหากย้อนกลับไปในปี 1978  ซึ่งภรรยาคนแรก นั่นเองที่ได้แนะนำ Astrid Menks ให้รู้จักกับ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เพราะเธอเป็นคนที่รู้จักเขาดีมากกว่าใคร

 วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นผู้ชายที่ต้องการใครซักคน ที่คอยดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเธอคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลก็คือเพื่อนสนิทของฉันเอง

และ Astrid Menks ในตอนนั้นก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่กับ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ในทันที ( ปี 1978 เป็นปีเดียวกัน ที่ทั้งคู่จักกันนั่นเอง เพราะเมียคนแรกย้ายออก เมื่อปี 1977) โดยทั้งคู่อยู่ด้วยกันแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนแต่งงานแต่อย่างใด  เพราะ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ยังไม่ได้หย่ากับภรรยาคนแรก 

 “ทุกคนก็เคารพในการตัดสินใจของทุกฝ่าย”  โดยลูกๆของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ก็โอเคเพราะกลัวว่า “วอร์เรน บัฟเฟตต์”  จะเหงาและไม่มีกระจิตกระใจในการทำงาน ทุกคนต่างยอมรับว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่แปลก แต่ก็ทำความเข้าใจกันได้

อีกทั้งหลายๆคนกล่าวว่า “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เป็นคนที่ใครอยู่ด้วยไม่ง่ายเท่าไหร่ เพราะ เขาหายใจเข้าหายใจออกเป็นธุรกิจเป็นการเป็นงานตลอด จะหลับจะนอนทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องธุรกิจทั้งสิ้น

ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้”แต่งงานกัน”  หลังจากภรรยาคนแรกเสียชีวิตลง ได้ 2 ปี งานแต่งงานจัดแบบเรียบๆใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ผู้ร่วมเป็นสักขีพยานมีแค่ลูกสาว “วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ ญาติของ Astrid Menks 1 คน การแต่งงานสงวนสิทธิ์รักษาความเป็นส่วนตัวไว้เฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่มีการออกข่าว หรือ ถ่ายรูปลงสื่อแต่อย่างใด

โดยทางลูกสาวของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” กล่าวว่า “Astrid Menks” แต่งงานกับบิดาของเธอนั้นจริงๆแล้ว เธออาจหวังเงินของพ่อเธอก็ได้ เพราะ ถ้าเขาไม่มีเงินเลยเธอคงเผ่นไปนานแล้ว  ซึ่งมันก็จริง  “Astrid Menks” อาจจะรักและดูแลพ่อของฉันเป็นอย่างดี แต่ฉันคิดว่าเธอคงสนใจเงินในกระเป๋าพ่อของฉันมิใช่น้อย

ปัจจุบันทั้งคู่ยังไม่มีบุตรด้วยกัน

พริสซิลลา เฉิน (Priscilla Chan)

พริสซิลลา เฉิน เธอคือภรรยา “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก”

ประวัติของ “พริสซิลลา เฉิน” นั้น สมัยเรียนมัธยม เธอได้รับการโหว ว่าเป็นเด็กเรียนดี เรียนเก่งและฉลาดที่สุดของชั้น เธอจบจากฮาร์วาร์ด ด้านชีววิทยา และ ต่อแพทย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอรเนีย ซานฟรานซิสโก เธอพูดได้ 3 ภาษา คือ อังกฤษ จีน และ สเปน

ทั้งคู่เจอกันที่แถวรอคิวจะเข้าห้องน้ำ ช่วงงานปาร์ตี้ที่ ฮาร์วาร์ด

“พริสซิลลา เฉิน” ..เล่าว่า.. “ในตอนแรกที่เจอกับ “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” เขาก็น่าสนใจดีนะ” และ คิดว่าคงไม่ใช่เด็กที่เรียนหนักอะไร

จากนั้น “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” ถามฉันว่า เขาอยากเดทกับฉัน  ฉันก็ตอบตกลง “โอเค

ช่วงที่กำลังเดทกันอยู่นั้น เธอเล่าว่า “เขาน่าจะถูกแต๊ะออกจากที่เรียนแน่ๆเพราะชอบเล่นอะไรพิเรนทร์ และ ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนที่ขี้เกียจอีกด้วย”

จากนั้น ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง 9 ปี ถึงได้แต่งงานกัน

ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 2 คน

Kate Capshaw

Kate Capshaw (นักแสดง) เธอคือภรรยาของ “สตีเวน สปีลเบิร์ก” (Steven Spielberg) ผู้กำกับภาพยนต์ รายได้ $3.7 billion

ทั้งคู่เจอกันในกองถ่ายภาพยนต์  เรื่องอินเดียน่า โจนส์ ภาค 2 หลังจากนั้นอีก 7 ปีต่อมาถึงได้แต่งงานกัน ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 5 คน

Helene Mercier

Helene Mercier เธอคือภรรยาของ “แบร์นารด์ อาร์โนลต์” (Bernard Arnault) เจ้าของแบรนด์เนมชื่อดัง อย่าง Christian Dior, Hennessy และ Marc Jacobs ซึ่งมีแบรนด์หรูหรา กว่า 70 แบรนด์ ที่อยู่ภายใต้บริษัท LVMH รายได้อยู่ที่ $83.9 billion

ทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรก ในงานแสดงโชว์เปียโน ต่อจากนั้นเจอกันอีกทีที่งานเลี้ยงดินเนอร์ ซึ่งเวลานั้นเอง เขาได้เชิญ “Helene Mercier” มาร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้าน

“แบร์นารด์ อาร์โนลต์”  เล่าถึงอารมณ์และบรรยากาศ ตอนเอ่ยปากชวนเธอ..ว่า.. “ มือผมสั่น ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ลุ้น และ  รู้สึกตื่นเต้นมาก

หลังจากนั้นอีก 8 เดือนต่อมาทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน

เขาบอกว่า  “เขาไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวเด็กเกินไปที่ไม่เหมาะสมกับวัยตัวเอง”

“Helene Mercier”  เธอเป็นนักดนตรี ทำงานแค่ 20% ต่อปีเท่านั้น เธอใช้เวลาฝึกซ้อมดนตรีในแต่ละวัน ราวๆ 2-6 ชั่วโมง

เพราะเวลาเธอโดยส่วนใหญ่จะเดินทางมากกว่า เช่น ไปงานแสดงแฟชั่นโชว์ตามที่ต่างๆพร้อมสามีและงานเปิดตัว

ปัจจุบันทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 4 คน

Lucy Southworth

Lucy Southworth เธอคือภรรยาของ “แลร์รี เพจ” (ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล คู่กับ เซอร์เกย์ บริน )

ทั้งคู่เจอกันที่ สแตนฟอร์ด ช่วงที่เธอกำลังเรียนต่อปริญญาเอกอยู่ สาขา Biomedical Informatics หลังจากนั้นออกเดทกันเป็นเวลา 18 เดือน จึงได้ตกลงแต่งงานกันที่”เกาะ Necker” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ซึ่งเจ้าของก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล ก็คือ มหาเศรษฐี ชื่อดัง อย่าง “Sir Richard Branson” (Virgin Group) แขกผู้มาร่วมในงานคือเพื่อนที่เรียนจากสแตนฟอร์ดกว่า 600 คน และ แขกผู้มีเกียรติอย่าง Donald Trump , Opera Winfrey, Gavin Newsom และ นักธุรกิจชั้นนำมากมาย

มีหลายคนได้กล่าวถึง “Lucy Southworth” ว่า “เธอเป็นคนสวยแบบมีสมองและการศึกษาดี”

อีกอย่างทั้งเธอและสามี ได้ร่วมบริจาคเงินกว่า $15 million ให้กับโครงการที่ต่อสู้กับการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ในฝั่งแอฟริกาตะวันตก บิดาของเธอนั้นจบ PhD ที่สแตนฟอร์ดเหมือนกันทำงานที่ World Bank ส่วนมารดาจบ PhD ทำงานด้านการกุศล ส่วนเธอทำงานที่ สแตนฟอร์ดในสาขาที่เธอจบมา ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 2 คน

Jade Foret

Jade Foret (นางแบบ) เธอคือภรรยาของนักธุรกิจชื่อดัง อย่าง “Arnaud Lagardère” รายได้อยู่ $2.4 Billion

ทั้งคู่ได้ออกเดทกันนานถึง 3 ปี จึงได้ตกลงแต่งงานกัน ซึ่งหลายคนกล่าวว่า “คู่นี้ไม่น่าจะไปกันรอด” เพราะด้วยวัยที่ต่างกันถึง 30 ปี  ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 4 คน และเป็นครอบครัวที่มีความสุขและอบอุ่นมาก ซึ่งทำเอาหลายคนผิดคาด

Tamiko Bolton

Tamiko Bolton (เภสัชกร) อายุ 44 เชื้อสายญี่ปุ่น เธอคือภรรยาของ “จอร์จ โซรอส” (อายุ 87) นักธุรกิจ นักลงทุน รายได้อยู่ที่ $20 billion

ธอจบจาก University of Utah และ MBAจาก University of Miami

ทั้งคู่เจอกันในงานปาร์ตี้หรูแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นอีก 4 ปีต่อมาจึงได้ตกลงแต่งงานกัน โดยเชิญแขกผู้ร่วมงานกว่า 500 คน หนึ่งในนั้นคือ Jim Yong Kim (ประธานธนาคารโลก) และ ผู้นำจากประเทศต่างๆ เช่น Hendrik Toomas Ilves , Ellen Johnson Sirleaf , Edi Rama Paul Tudor Jones และ Julian Robertson  รวมไปถึงแขก  VIP อีกมากมาย  งานเลี้ยงแต่งงานจัดทั้งหมดเป็นเวลาถึง 3 วัน

ปัจจุบันยังไม่มีบุตรด้วยกัน

Tiffany Stewart

Tiffany Stewart  เธอคือภรรยาของ “Mark Cuban” (เจ้าของเรียลลิตี้โชว์ Shark Tank และ เจ้าของทีมบาสเกตบอล NBA อย่างทีม Dallas Mavericks)

ทั้งคู่เจอกันขณะออกกำลังกายที่ยิม

เธอทำงานฝ่ายบริหารของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ช่วงที่ออกเดทกันแรกๆ

Mark Cuban ได้บอก Tiffany Stewart ..ว่า.. “ถ้าคุณคิดจะเดทกับผม  รบกวนคุณช่วยอดทนกับผมเยอะๆหน่อยนะครับ”  ถ้าคุณรับไม่ได้  คุณสามารถเลือกทางเดินของคุณได้ครับ  เพราะผมเป็นคนที่บ้างานมาก งานต้องมาก่อนทุกสิ่งอย่าง ตารางเวลาผมก็แน่น และผมก็ทำงานจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน”   ถึงตรงนี้เราตกลงกันไว้ก่อนเลยครับ  เพื่อความยุติธรรมต่อตัวคุณ …คุณรับได้ไหม.. ผมบอกคุณก่อนเลยว่าผมเป็นแบบนี้นะครับ.. 

Tiffany Stewart  กล่าวว่า “เธอรู้ตัวดีว่า เธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้อย่างแน่นอนและ  เธอก็เขาใจในสิ่งที่เขาเป็นพร้อมให้การสนับสนุนเขาเป็นอย่างดี

ทั้งคู่ออกเดทกันเป็นเวลา 5 ปี ถึงแต่งงาน ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 3 คน

Susan Dell

Susan Dell เธอคือภรรยาของ “Michael Dell” (เจ้าของDell คอมพิวเตอร์ )

Susan Dell “เป็นนักธุรกิจหญิงที่สร้างตัวเองให้รวยด้วยตัวเอง” เธอเป็นคนที่ทำงานหนักมาก

สมัยเรียนมัธยมเธอเป็นคนที่ป๊อปปูล่ามากที่สุดในโรงเรียน และ เป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วยเช่นกัน

เธอเรียนจบด้าน fashion merchandising and design ที่มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต

เธอได้รู้จักกับ “Michael Dell” ผ่านทางลูกค้าซึ่งเป็นคนแนะนำให้รู้จัก ซึ่งในช่วงนั้นเธอกำลังทำงานด้านอสังหาฯอยู่

ขณะนั้น  Michael Dell  ก็เพิ่งเริ่มก่อตั้งบริษัทมาใหม่ๆ  มิหนำซ้ำ เขาเพิ่งดรอปเรียนออกมาหมาดๆ   ทั้งคู่คบหาดูใจกันเป็นเวลา 1 ปี จึงได้แต่งงานกัน

โดยเธอเล่าให้ทางครอบครัวของเธอฟัง ว่า  Michael Dell เป็นผู้ชายที่ดีมากๆอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน”

จากนั้นทั้งคู่จึงตกลงแต่งงานกัน ตัวเธอเองเป็นคนที่รักครอบครัวและลูกๆมาก

เธอยังรักและดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพเป็นอย่างดี และ เป็นคนที่แอ๊คทีฟ ตัวเองตลอดเวลา

หลายคนกล่าวว่า “ที่เธอประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เพราะผลพลอยได้จากสามีของเธอ แต่มาจากตัวของเธอเองต่างหาก” ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 4 คน

ซัลมา ฮาเยก (Salma Hayek)

ซัลมา ฮาเยก เธอคือภรรยาของ “François-Henri Pinault” ซึ่งเป็นนักธุรกิจ CEO ของ Kering ในกลุ่มค้าปลีก และ แฟชั่น ตัวอย่าง แบรนด์หรูอย่าง Gucci และ Yves Saint Laurent เป็นต้น รายได้อยู่ที่ $26.0 billion

“ซัลมา ฮาเยก” เธอเป็น นักแสดง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์และโทรทัศน์

ทั้งคู่ได้ออกเดทนานถึง 5 ปี ก่อนที่เขาจะขอเธอแต่งงาน

ในช่วงแรกๆ ที่ “ซัลมา ฮาเยก” เจอกับ “François-Henri Pinault” นั้น  เธอก็ไม่คิดว่า จะได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้  เพราะ เธอก็ไม่ได้สนใจในเรื่องการแต่งงานแต่อย่างใด คือไม่มีความคิดนี้ในหัวเลย  หรือ  หากจะหวังอยากได้ในเรื่องพวกนี้ เช่น พวกเครื่องประดับ อัญมณี รถ หรือ บ้าน สิ่งเหล่านี้ เธอเองก็มีหมดแล้ว เพราะเธอก็เป็นคนที่ทำงานหนักและส่วนตัวก็ไม่อยากเอาชีวิตไปขึ้นอยู่กับใครในเรื่องความเป็นอยู่ เธออยากทำงานหาเงินใช้เองสบายใจกว่า และ เธอก็ไม่คิดจะมีลูกด้วย

ซัลมา ฮาเยก  ..เล่าให้ฟังว่า.. จุดที่เริ่มสนใจใน “François-Henri Pinault” ก็คือ ามีหลายอย่างที่เข้ากันได้ เช่น เขาเป็นคนชอบฟุตบอลฉันก็เป็นคนชอบฟุตบอล  เราคุยกันอย่างออกอรรถรสมาในเรื่องนี้ ที่สำคัญเขาเป็นแฟนหนังแอ๊คชั่น อย่างไม่น่าเชื่อ

“François-Henri Pinault”  เป็นคนที่เคารพและให้เกียรติในการตัดสินใจของดิฉันมาก ไม่เห็นแก่ตัว  เขาชอบเรื่องวิทยาศาสตร์  อวกาศ และ ฟิสิกส์ เขาเป็นคนฉลาด ตลกและมีเสน่ห์  ที่ฉันตัดสินใจในการแต่งงานกับเขาก็เพราะไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของเราทั้งคู่ที่มีความชอบเหมือนกัน  ซึ่งเขาเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่ดิฉันดีมากๆค่ะ

แรกๆดิฉันคิดว่า “เราคงไปกันไม่ได้แน่นอน”  ที่ไหนได้ เซอร์ไพรส์มาก!! เราเข้ากันได้ดีทีเดียว..มันใช่เลย คนนี้เลย”..

พอกล่าวจบเธอก็ยิ้มระรื่น ปัจจุบันทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 1 คน

ขอบคุณและสวัสดีทุกท่านค่ะ..

6 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *