https://konruay.com

อะไรทำให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่เจริญร่ำรวย

หลังจากที่นอร์เวย์ได้ค้นพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ  เมื่อปี 1959 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากอดีตที่เคยเป็นประเทศยากจน   มาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ต่ำกว่าประเทศเดนมาร์กและสวีเดน ราวๆ 30%-40%   ซึ่งการค้นพบน้ำมันในครั้งนี้ทำให้นอร์เวย์กลายเป็นประเทศที่เจริญร่ำรวยภายในชั่วพริบตา ระดับ GDP Per Capital ก็สูงขึ้นทางเดียว ส่วนน้ำมันที่ขายได้  ก็ได้ราคาดีและแพงกว่าซาอุฯซะอีก

การผลิตน้ำมันของนอร์เวย์  จะผลิตเท่าที่จำเป็นและเพียงพอเท่านั้น   เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันล้นตลาด หรือ มีมากเกินไป  โดยกำหนดการผลิตต้องไม่เกิน 4% ต่อปี นี่คือมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม  และ  มีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงานร่วมด้วย

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ประเทศนอร์เวย์มีพื้นที่ 385,364 ตร.กม.  มีจำนวนประชากรอยู่ที่ 5.2 ล้านคน  ชีวิตความเป็นอยู่สงบ ปลอดภัย  หากใครลืมปิดประตูบ้านก็ไม่กลัวของหายหรือเกิดอันตรายใดๆ  ปัญหาอาชญากรรมต่ำ  โจร  ขโมยมีน้อย

พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม   สมบูรณ์    ผู้คนให้ความสนใจในเรื่องการดูแลรักษาธรรมชาติมาก และ รถยนต์ EV ก็เติบโตมากในที่นี่  โดยเขาให้เหตุผลว่า  เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม  มีอากาศที่บริสุทธิ์ สะอาด สดชื่น ปลอดมลพิษ  

แม้ว่านอร์เวย์จะเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมัน   แต่เพื่อสุขภาพที่ดีของคนในประเทศ ทุกคนต่างรณรงค์ให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถน้ำมัน อีกทั้งยังสามารถได้รับส่วนลดในด้านภาษีอีกต่างหาก

หากกรณีรัฐเป็นผู้สร้างมลภาวะขึ้นมา    คนส่วนใหญ่ก็จะประท้วง หรือ ฟ้องศาล  เพราะ ประเทศนี้มีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเอาจริงมาก

https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ส่วนมาตรฐานทางสังคม หรือ มารยาททั่วไปที่เป็นวัฒธรรม หากพบปะใครก็ตามแม้จะเป็นคนแปลกหน้า  สิ่งที่ต้องปฏิบัติเป็นธรรมเนียม คือ การกล่าว คำทักทายผู้อื่น (Hello)  หรือ  การรู้จักใช้ Please  หรือ  รู้จักกล่าวคำขอบคุณ

ส่วนใครที่ชอบช้อปปิ้ง  ที่นอร์เวย์จะมีห้างไม่ค่อยเยอะ  ส่วนใหญ่ห้างก็จะเล็กๆ ตัวเลือกก็น้อย และ มีราคาแพง

นอร์เวย์เป็นประเทศที่ติดอันดับค่าครองชีพสูงที่สุดในอันดับต้นๆของโลก    ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยน้อยมาก  และ  ประชาชนส่วนใหญ่ก็มีเงินส่วนตัวเกินหลักล้านโครนขึ้นไป   เปอร์เซ็นต์เงินออมในระดับครัวเรือนอยู่ที่ 10.4%     เปอร์เซ็นต์คนว่างงานน้อย   ระดับการคอร์รัปช่่ต่ำ

https://konruay.com

บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศนอร์เวย์  คือ  John Fredriksen  ผู้เป็นมหาเศรษฐีบ่อน้ำมันและนักลงทุน  ซึ่งมีรายได้มากกว่า $7.4 billion

นอร์เวย์เป็นประเทศที่ร่ำรวยติดอันดับ 2 ของโลก   รองจากลักเซมเบิร์ก ที่เป็นอันดับ 1   และ อันดับที่ 3ได้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

https://konruay.com

อีกอย่าง  คนที่นี่จะมีความคิดกว้างไกลมาก   ยกอย่างเช่น  การเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลกเอาไว้  เผื่อวันหนึ่งข้างหน้าอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พืช ฝัก ก็จะได้ไม่สูญพันธ์ุหรือสูญหายไป   และ  มนุษย์ก็จะได้มีอาหารกินกันอย่างอุดมสมบูรณ์  

สมัยก่อนนอร์เวย์ได้ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก

ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำอยู่ต่อเนื่อง  “ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์”   สร้างรายได้นำเงินเข้าประเทศ  สูงถึง $2,351,830,500 ในตลาดยุโรป

แต่ถ้าเป็นยอดการส่งออกปลาแซลมอนจากฟาร์ม  ที่ส่งไปขายทั่วโลกกว่า 149 ประเทศ  ยอดส่งออกนี้ทำเงิน สูงถึง $7,495,059,000

ส่วนอาหารทะเลก็มียอดการส่งออกที่งดงามเช่นกัน  สูงถึง $11,359,700,000 โดยมีตลาดใหญ่แถบยุโรปเป็นหลัก  ประเทศที่เป็นกำลังซื้อสำคัญได้แก่  ประเทศเดนมาร์ก และ โปแลนด์

ส่วนตลาดทางฝั่งเอเชีย  ก็มียอดการส่งออกทำเงิน  ที่ $2,157,508,900

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อ ปี 1959   ในช่วงแรกที่ประเทศเจอน้ำมันและแก๊สธรรมชาติใหม่ๆ   ภาครัฐก็เริ่มคิดและวางแผนเลยว่าทำยังไงให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้นต่อจากนี้ไปในอนาคต   ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่  และ   ยอมรับว่าเสี่ยงเหมือนกัน

โดยภาครัฐจะเน้นไปในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน”   และ  “คุณภาพของศึกษาเป็นหลัก”  ดังนั้น คนที่นี่ส่วนใหญ่ที่มีการศึกษาในระดับสูงพบกว่า 32%

 

มีบ้างที่ต้องฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ราคาน้ำมันตกต่ำ   แต่ภาครัฐก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาคนในประเทศอย่างต่อเนื่อง   เพราะ เล็งเห็นแล้วว่านี่คือ”อนาคตของชาติ”ที่จะพาประเทศเจริญก้าวหน้าไปย่างมั่นคงถาวรและยาวนาน 

https://konruay.com
https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

นอร์เวย์ร่ำรวย

มาจากฝีมือของทางภาครัฐ   ที่คิดถึงภาพรวมชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศเป็นหลัก  เพราะ  เงินที่ได้มาทั้งหมด จากภาษีและจากน้ำมัน ก็นำไปใช้ในการพัฒนาประเทศล้วนๆ 

ซึ่งนอร์เวย์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เสียภาษีสูงมากพอสมควร   มีจำนวนคนเสียภาษี  ณ เวลานี้อยู่ที่ 3 ล้านคน  จากจำนวนประชากรทั้งหมด 5.2 ล้านคน 

และ  ภาษีที่จ่ายไปก็แลกเปลี่ยนกลับมาเป็นสวัสดิการดีๆที่มีเซอร์วิสให้มากมาย   โดยส่วนใหญ่จะฟรี    ในด้านการศึกษาทุกพื้นที่จะมีคุณภาพการศึกษาเท่าเทียมกัน  ได้เรียนเหมือนกัน   มีเงินเกษียณให้เหมือนกัน   คนตกงานก็มีเงินคอยซัพพอร์ตให้อย่างเหมาะสม  และ  มีการดูแลในเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย ฯลฯ

https://konruay.com/
https://konruay.com
https://konruay.com

สิ่งที่รัฐกระทำในการบริหารประเทศ ดังนี้

ปี 1967 ได้มีการก่อตั้งกองทุนประกันอุบัติเหตุของประเทศขึ้น เพื่อใช้ดูแลคนในประเทศ

ปี 1990 ได้มีการก่อตั้งกองทุนน้ำมันของประเทศขึ้น ซึ่งมีมูลค่ากว่า $1 trillion (จาก Forbes รายงาน

ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ กำไรที่ได้ก็นำมาดูแลและใช้จ่ายในประเทศ หรือ นำไปลงทุนต่อในต่างประเทศ ที่อยู่ในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน หรือ ลงทุนใน Google , Apple , Nestle , Shell , YouTube และ ในด้านอสังหาฯ เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

เรียกได้ว่า “รัฐมีความฉลาดในการหาเงินและการลงทุนมาก”  เพราะ   “ไม่อยากนำประเทศไปผูกกับธุรกิจน้ำมันแต่อย่างเดียว”    จึงมีการสร้างรายได้หลายช่องทางขึ้น  เพื่อความมั่นคง  และ  เป็นการกระจายความเสี่ยง  คือ  เน้นไปในการสร้างผลประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว

แต่หลักๆ  รัฐจะให้น้ำหนักในการลงทุนธุรกิจในประเทศตัวเองเป็นหลัก  เช่น  Norsk Hydro , Storebrand , Statoil , Telenor , Yara International , Gjensidige Forsikring , DNB ,Orkla เป็นต้น

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ในอนาคตหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือ ราคาน้ำมันตกต่ำ 

คนในนอร์เวย์ก็ยังอยู่ได้  เพราะ  มีเงินเก็บสำรองเอาไว้แล้วอย่างมากมาย  คือ มีการคิดคำนวณล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว 

ที่สำคัญ ประเทศนอร์เวย์ยังมีทองคำสำรองเอาไว้  ประมาณ 10 ตัน   และ  ทางภาครัฐก็มีความระมัดระวังรอบคอบ ในเรื่องการใช้จ่ายเงินออกไปมาก 

คนส่วนใหญ่ที่นี่ก็จะมีกองทุนของทางภาครัฐจัดเซอร์วิสให้ในการเป็นเจ้าของร่วมกัน

https://konruay.com

8 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *