https://konruay.com

ออมเงินอย่างฉลาดไม่มีคำว่าจน

“การออมเงิน”จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย  อยู่ที่แต่ละคนจะเก็บเงินอยู่หรือไม่อยู่   บางคนมีเงินอยู่ในมือไม่ได้เงินมันร้อนต้องใช้ออกไปให้หมดถึงจะสบายใจ  บางคนใช้เงินไม่เป็นเลยไม่มีเหลือเก็บ  บางคนได้เงินเยอะ เงินเดือนสูง แต่ไม่มีเงินเหลือเก็บก็สูญเปล่าเหมือนเผาเงินทิ้งเดือนต่อเดือน  โดยไม่คำนึงถึงอนาคต  การออมเงินไม่ต้องใช้สกิลแต่ใช้วินัยบวกกับความรู้ความเข้าใจ  ไม่ต้องขั้นเทพก็ออมเงินได้ “ออมเงินอย่างฉลาดไม่มีคำว่าจน”  ออมเก่งๆลงทุนให้เป็นคุณก็รวยได้เหมือนกัน          https://konruay.com                                               

                                 ….. โดยสุนทรภู่.

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท      อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์

มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง          อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

คำถาม หากเราไม่มีการวางแผนเรื่องการออมเงินจะเกิดอะไรขึ้น

แน่นอนว่าตลอดชีวิตเราคงไม่มีเงินเก็บอะไร  คุณภาพชีวิตอนาคตคงแย่  อาจลำบากตอนแก่เพราะไม่มีเงินสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น  เจ็บป่วยขึ้นมา หรือ เจอเหตุฉุกเฉินไม่คาดฝัน  เช่น  เกิดอุบัติเหตุ กลายเป็นคนพิการ หรือ ทุพพลภาพทำงานไม่ได้  ถูกทอดทิ้ง เพราะคนอาจมองว่าเป็นภาระไม่อยากรับผิดชอบค่าใช่จ่ายทำงานอะไรก็ลำบากติดขัดปัญหาสุขภาพร่างกายไม่อำนวยอีก ยิ่งเจอพวกโรคร้าย ใช้เงินเยอะๆทุกเดือนมีแต่จ่ายออกจ่ายออก ซ้ำร้ายดันมาตกงานอีก จบเลยชีวิต

บางเคสเจอปัญหาครอบครัวต้องใช้เงินด่วน ลูกป่วยเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน บ้านโดนไฟไหม้ เจอภัยธรรมชาติ โดนปล้น ฯลฯ

ดังนั้นเราจึงเก็บออมเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนเพราะเราไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเตรียมพร้อมไว้ไม่เสียหายเหลือเก็บก็โอนเป็นมรดกให้ลูกให้หลานเอาไปต่อยอดได้อีก 

บางคน ที่ไม่มีการเตรียมพร้อมอะไรไว้เลย  เจอเรื่องไม่คาดฝันแรงๆหนักๆตั้งตัวไม่ทันกลายเป็นสภาพจิตใจรับไม่ไหวเครียดกดดัน  กลายเป็นโรคซึมเศร้า  จนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายก็มี

https://konruay.com

ส่วนคนอีกประเภท ความรู้สึกช้ากว่าจะมาตระหนักหรือคิดได้ก็อายุเยอะแล้ว สมัยทำงานอายุไม่เยอะไม่คิดเผื่ออนาคตอะไรไว้   พอแก่ตัวมายังทำงานถีบจักรไปเรื่อยๆหากไม่ทำก็ไม่มีอะไรจะกิน   เพราะไม่มีเงินเก็บ  กำลังวังชาก็ร่วงโรย โรคภัยก็มาเยี่ยมเยือน ร่างกายก็ไม่ฟิตเหมือนก่อน   ซึ่งทำให้ในบางครั้ง  การตัดสินใจในการลงทุน  หรือ  ออมเงินขาดความยั้งคิด  กลายเป็นอยากรวยทางลัด  อยากรวยเร็ว  จนกลายเป็นการลงทุนในทางที่ผิด  ถูกหลอกให้เสียเงินมากมายมาเร่งสปีดเอาตอนท้ายๆ อายุการทำงานก็เหลือน้อย  อายุเยอะก็ไม่ค่อยมีใครอยากจ้าง  อันเชิญออกอีก  และ  ที่ทำงานทั่วไปเขาอยากได้คนรุ่นใหม่ไฟแรงกันทั้งนั้นเพราะเซฟค่าใช้จ่ายกว่าเยอะ 

ฉะนั้น  ด้วยความปรารถนาดีทุกท่าน  จงวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดีๆ สร้างวินัยในการออมเงินให้ตัวเอง ก่อนที่เราจะไม่มีเวลาเหลือมาก (หมายถึงอายุงาน)  เพราะเวลามันย้อนกลับมาไม่ได้  คนไหนที่ทำดีอยู่แล้วถือว่ายอดเยี่ยมมากขอชม

                                           

 หลักคิดออมเงินอย่างฉลาดไม่มีคำว่าจน 

 “ หาให้มากใช้ให้น้อย  แล้ว จะเหลือเก็บเอง”https://konruay.com

“ ลดค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้”

ยอมอด ไม่มี ไม่ใช้ ไม่ก่อหนี้”

ใช้เงิน ต่ำกว่าฐานะจริง”

“คนรวยมีเงิน ไม่ใช้เงินให้หมดแต่ใช้ให้เหลือ นำเงินไปสร้างเงิน”

คนที่ออมก่อนยิ่งได้เปรียบยิ่งเริ่มมาตั้งแต่อายุน้อยๆสมัยวัยเด็กได้ ยิ่งดี เพราะ ช่วยลดแรงกดดันในเรื่องเวลาทำให้มีเวลาเก็บเงินนานขึ้นมีทางเลือกมากขึ้น และ เป็นอิสระทางด้านการเงินได้เร็ว อีกทั้งยังสามารถนำเงินไปลงทุนสร้างฐานะและอาณาจักรของตัวเองขยายกิจการไปเรื่อยๆ เรียกว่า รวยอยู่แล้ว ก็รวยยิ่งๆขึ้นไป

การออมเงินสัมพันธ์กับเรื่องเวลาเหมือนเราปลูกต้นไม้คือมันค่อยๆโตขึ้น เหมือนคนเล่นหุ้นเขาเรียกพอร์ตโตเพราะเงินมันเกิดดอกออกผล งอกเงยมากยิ่งขึ้นดีกว่าเก็บเงินไว้เฉยๆ แบบนั้นมันไม่เกิดประโยชน์อะไร

เรามาดูด้วยกันสำหรับคนอยากรวย ออมเงินอย่างฉลาดไม่มีคำว่าจน  5 ประการ

1.มีการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่าย

การวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายดีอย่างไร

เป็นการสร้างวินัยในการใช้จ่ายเงินอย่างเป็นระบบระเบียบอย่างมีแบบแผนชัดเจน และช่วยให้เรามีเงินเก็บมากขึ้น จนสามารถสร้างเงินที่มีอยู่ให้งอกเงยกระทั่งเราสามารถนำเงินไปลงทุนในเรื่องต่างๆได้ เช่น ทำธุรกิจ ขยายกิจการ วางแผนซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อที่ดิน คอนโด อสังหาฯ หรือ เพื่อการเกษียณอายุงาน เป็นต้น เพราะ “เริ่มต้นดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง”

เริ่มต้นที่…รายได้ต่อเดือนของเรารับอยู่ที่ เท่าไหร่ เช่น 20,000 , 50,000 , 80,000 หลักแสน หรือ หลักล้านขึ้น

จากนั้นให้เราวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนคร่าวๆ ตามตารางนี้

รายการค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน

..

..

..

..

มี..

..

เม..

..

..

..

มิ..

..

ค่าบ้าน (ที่พัก)

ค่าเดินทาง

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

ค่าโทรศัพท์

ค่าเน็ต

ค่าน้ำ

ค่าไฟ

ค่ากิน

เงินออม

จ่ายหนี้ต่างๆ (ถ้ามี)

ท่องเที่ยว (ถ้ามี)

ส่งที่บ้าน

ประกัน (ถ้ามี)

อื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าวมา

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด


นี่คือภาพรวมทั้งหมดต่อเดือนได้ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง เก็บออมได้เท่าไหร่ 

หากเราเริ่มจากเดือน ม.. – .. เราจะเห็น ยอดออมทั้งหมด  เห็นจำนวนชัดเจน ซึ่งเราปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพราะ เงินเดือนแต่ละคนต่างกันอนาคตก็มีการปรับเพิ่มได้อีกและบางคนก็มีรายได้หลายทาง

ดังนั้นแล้ว

หากใครไม่มีการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายหายนะมาเยือนแน่ ขอย้ำ!!  เพราะใช้เงินไปไม่รู้เหนือรู้ใต้ ประเมินไม่ได้ว่าตอนนี้ใช้ไปเท่าไหร่เหลือเท่าไหร่  หนักเข้าเอาเงินอนาคตมาใช้  ติดหนี้บัตรเครดิต กลายเป็นติดบูโร เสียเครดิต ติดแบล็คลิส  ถูกฟ้องขึ้งโรงขึ้นศาล กระทบกับหน้าที่การงานอีก มีแต่เสียกับเสีย กลายเป็นตกอับกว่าจะหลุดออกจากวงจรนั้นมาได้  เสียเวลามาก   เฮ้อคนอื่นเขาไปถึงดาวอังคารแล้ว 

อุปสรรคอะไรที่ทำให้คนไม่วางแผนเรื่องค่าใช้จ่าย 

1.ไม่มีความรู้ ไม่เห็นความสำคัญ ไม่ตระหนักถึงผลที่จะตามมา ใช้เงินไม่คิด บางคนเงินเดือนออกใช้หมดภายในวันเดียว บางคนไม่ถึงครึ่งเดือนเงินหมดอีกแล้ว นี่แหล่ะเรียกว่าขาดการวางแผนเรื่องเงินอย่างแรง

2.เสพติดบริโภคนิยมเกาะกระแสเกินเหตุ ติดหรู  ติดโชว์ลงโซเชี่ยล โดยไม่มองเงินในกระเป๋า 

3.คิดเฉพาะเรื่องตรงหน้าวันนี้ไม่คิดเรื่องอนาคต ขอสนุกไว้ก่อนอนาคตเป็นไงช่างมันไม่สน ขาดเป้าหมายในการใช้เงิน  คิดว่ามีงานให้ทำเราก็ทำไปเรื่อยๆเงินไม่ต้องเก็บก็ได้ ใช้ กิน เที่ยว เพลินๆ  อยากได้อะไรซื้อไม่ตระหนักว่าจำเป็นจริงไหม 

4.ควบคุมความอยากตัวเองไม่ได้ ใช้เงินเกินตัว ขาดการประมาณตน ฟุ้งเฟื้อ ติดนิสัยสร้างหนี้ ไม่กลัวการเป็นหนี้ ชอบก่อหนี้ไปเรื่อยๆ หนี้เก่ายังไม่หมด หนี้ใหม่ตามมาอีก บัตรเครดิตมี 10 ใบเต็มทั้ง 10 ใบ มีนิสัยชอบหยิบยืมคนอื่น 

5.มีหลักปรัชญาทางการเงินที่ผิด เข้าใจว่า ” ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ” มันก็มีส่วนจริง แต่ส่วนจริงอีกส่วนหนึ่งก็คือ ควรมองอนาคตด้วยว่าเงินทองสามารถตกทอดเป็นมรดกให้ลูกให้หลานใช้ตั้งตัวได้

เรื่องเล่า นิทานอีสปhttps://konruay.com

 เรื่องมดกับตั๊กแตน 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

มดกับตั๊กแตนเป็นเพื่อนกัน

พวกเขาร้องรำทำเพลง     กันทุกวัน

วันหนึ่งในฤดูร้อน มดพูดกับตั๊กแตนว่า..

ฤดูฝนใกล้จะมาแล้ว เรามาเตรียมที่อยู่และอาหารกันเถอะ

ตั๊กแตนตอบว่า เรายังมีเวลาเหลืออีกเยอะ เรามาเต้นรำร้องเพลงกันต่อเถอะ

แต่มดบอกว่า เราไม่มีเวลาทำอย่างนั้นหรอกhttps://konruay.com

ระหว่างฤดูร้อน มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร

แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่นไปทั่ว

เช้าวันหนึ่งฤดูฝนก็เริ่มขึ้น ฝนตกหนักแทบทุกวัน

เจ้าตั๊กแตนผู้ร่าเริงไม่มีที่อยู่และอาหารกิน

มันตัดสินใจไปหามด ขออาหารจากมด แต่มดบอกเสียใจด้วย ฉันไม่มีอะไรให้คนเกียจคร้านดอก

เจ้าตั๊กแตนจึงเดินกลับด้วยความเศร้าสร้อยและหิวโหย..

2.บันทึกรายรับ – รายจ่าย

หากเราไม่มีการบันทึกรายรับรายจ่าย เราจะประเมินอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าเราใช้เงินหมดไปกับอะไรบ้าง มันมองไม่เห็นตัวเลข ที่ต้อง งด ละ เลิก หรือ ตัดอะไรที่ไม่จำเป็นออกhttps://konruay.com

การบันทึกรายรับรายจ่าย ทำได้ไม่ยาก แค่มีสมุด ปากกา ก็ทำได้แล้ว พร้อม เครื่องคิดเลข

ปัจจุบันมีแอพบริการมากมาย จะโหลดโปรแกรมเอ็กเซลจากเน็ตมาใช้ก็ได้ตามสะดวก ชอบแบบไหนใช้แบบนั้น แรกๆอาจไม่คุ้น (ขี้เกียจ+หลงลืมบ้าง) แต่ ทำไปนานๆเดี๋ยวก็ชินเอง

ลองทำดู แบบง่ายๆไม่ซับซ้อน ตามความเหมาะสมแต่ละท่านบนงบที่เราวางเอาไว้ว่าแต่ละวันต้องใช้เงินกี่บาท เพราะภาพรวมรายเดือนเราพอทราบมาแล้ว จากข้อที่ 1 เรื่องการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่าย ดังนั้นเรานำมาย่อยลงรายละเอียดเป็นรายวัน  เช่น

สมมุติ รายวันเราใช้วันละ 500 บาท  หากเมื่อไหร่เราใช้เงินใกล้จะถึง 500 แล้ว  หรือ จะเกินงบแล้ว ให้เราหยุดใช้ในทันที หรือถ้าเหลือก็ยกยอดไปในวันถัดไปจะหยอดกระปุกเก็บไว้ก็ได้ แต่หากเราใช้เกินวันถัดไปเราก็หักออก เช่นใช้เกินไป 100 บาท วันถัดไปก็ใช้แค่  400 พอ ซึ่งเราปรับยืดหยุนได้ ไม่ยาก

ตัวอย่างตารางการทำบัญชี รายรับรายจ่าย หรือ บันทึกรายรับ – รายจ่ายคร่าวๆ

รายการ

จันทร์

อังคาร

พุธ

พฤหัสบดี

ศุกร์

เสาว์

อาทิตย์

ค่าเดินทาง ( หรือ ค่าน้ำมันรถ + ค่าที่จอด รายวัน /รายเดือน )

ข้าวเช้า

น้ำดื่ม

กาแฟ

ข้าวเที่ย

ค่าเดินทางกลับที่พัก

ข้าวเย็น

น้าดื่ม

สรุปค่าใช้จ่าย

ที่ว่างไว้ให้คือเราใส่เพิ่มรายการลงไป ว่ามีอะไรบ้างนอกเหนือจากที่ระบุให้ตามตัวอย่าง จากนั้นนำไปสรุปยอดทุกวัน ติดลบ หรือ บวกเพิ่ม ประยุกต์ใช้ตามสะดวก

3.วางแผนเรื่องการออมเงิน

นักลงทุนอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ 

ท่านสนใจเรื่องการลงทุนมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ https://konruay.com

ท่านมีหลักปรัชญาเรื่องการเงินง่ายๆและเบสิคมาก

คือ มีวินัยในการออม และสิ่งที่ท่านทำมาโดยตลอด คือ ควบคุมรายรับรายจ่าย มีเป้าหมายในออมเงินอย่างชัดเจนอย่างมีแบบแผน

ท่านกล่าวว่า การออมเงินที่ดีนั้นไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียวแต่ต้องรู้จักอดทนรอคอยเวลาด้วยและจะเสี่ยงมากหากวันนี้คุณไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

จุดเริ่มต้นของท่านลงเงินตัวเองไปแค่ $100 และรวบรวมจากเพื่อนและญาติ ในการตั้งกองทุนครั้งแรกนั้น ได้เงินมาทั้งหมดอยู่ที่ $105,000 เวลาผ่านไป 6 ปี เงินก้อนนี้โตขึ้นกลายเป็น $ 7.2 ล้าน

ตัวอย่างการวางแผนการออมเงินแต่ละเดือน

..

..

มี..

เม..

..

มิ..

ให้ใส่ตัวเลขลงไปในช่องว่างว่าเราจะออมเดือนละเท่าไหร่

จากนั้นให้สรุปยอดรายปีออกมา จะเป็นแสน สองแสน หรือ หลักล้าน อะไรก็ว่าไปที่เราออมได้จริง

แผนการออมเงินแต่ละปี

ปีที่ 1

ปีที่ 2

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

ปีที่ 6

ปีที่ 7

ปีที่ 8

ปีที่ 9

ปีที่ 10

สรุปยอดรวมทั้งหมด ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา อยู่ที่…….…………. บาท สมมุติถ้าออมได้ปีละ 1ล้าน 10 ปีก็ 10ล้าน

ปีที่ 11

ปีที่ 12

ปีที่ 13

ปีที่ 14

ปีที่ 15

ปีที่ 16

ปีที่ 17

ปีที่ 18

ปีที่ 19

ปีที่ 20

สรุปยอดรวมทั้งหมด ตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา อยู่ที่…….…………. บาท สมมุติออมปีละ 2ล้านเวลา 20 ปีก็ 40 ล้าน

ปีที่ 21

ปีที่ 22

ปีที่ 23

ปีที่ 24

ปีที่ 25

ปีที่ 26

ปีที่ 27

ปีที่ 28

ปีที่ 29

ปีที่ 30

สรุปยอดรวมทั้งหมด ตลอด 30 ปี ที่ผ่านมา อยู่ที่…….…………. บาท สมมุติออมปีละ 3 ล้าน เป็นเวลา 30 ปีก็ 90 ล้าน

ปีที่ 31

ปีที่ 32

ปีที่ 33

ปีที่ 34

ปีที่ 35

ปีที่ 36

ปีที่ 37

ปีที่ 38

ปีที่ 39

ปีที่ 40

สรุปยอดรวมทั้งหมด ตลอด 40 ปี ที่ผ่านมา อยู่ที่….…บาท สมมุติออมปีละ ล้าน เป็นเวลา 40 ปีก็ 160 ล้าน

ทุกคนพอเห็นภาพชัดขึ้นไหม  ระยะการออมทั้งหมดคิดให้ซัก 40 ปี เป็นแผนการออมเงินซึ่งจะนานกว่านั้นก็ย่อมได้ หรือแบบสั้นๆก็ได้ ปรับตามความเหมาะสมส่วนบุคคล ถ้าไม่มีการบันทึก รายรับ รายจ่ายเข้าช่วย เราไม่เห็นตัวเลขชัดๆ เกิดไอเดียในการออมหรือยัง ให้เริ่มเก็บออม ตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องรอให้เข้าสู่วัยทำงาน เพราะยิ่งเริ่มช้า อะไรมันก็ช้า วางแผนออมเงินแต่เนิ่นๆ ดีกว่า

จากหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น เงิน100บาท วันนี้ วันหน้าค่ามันจะลดลง ดังนั้น เราจึงต้องทำให้เงิน100 ให้มันเพิ่มขึ้น โดยเอาไปลงทุน ส่วนกี่เปอร์เซ็นต์นั้นตามแนวทางวิธีการลงทุนและความถนัดของแต่ละบุคคลว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหนhttps://konruay.com

เขาถึงมีโจทย์ว่าทำยังไง ให้ 100 กลายเป็น1000 เป็น 10,000 เราจึงต้องมีการวางแผนการออมเงินอย่างฉลาดชัดเจน

หากเราไม่มีการวางแผนการออมเงิน เราจะอยู่ไปวันๆแบบล่องลอย ไร้จุดหมาย ปลอบใจตัวเองว่ามีความสุขได้แม้ไม่มีเงิน ชีวิตก็ไปเรื่อยๆ

แต่เอาเถอะ

วันนี้เราสามารถเริ่มต้นวางแผนเรื่องการออมเงิน ได้เอา ซัก 10 % ของเงินเดือนก็ยังดี (ตรงนี้ล่ะคือเงินเก็บที่เราจะเอาไปใช้ยามเกษียณอายุ หรือ อื่นๆ

จากนั้นเราค่อยๆเพิ่มการออม ไปที่ 20 % 50% หรือ บางประเทศมีการออมสูงถึง 70% ก็มี ออมมากเงินเก็บก็มากตาม หากทำเต็มที่แล้วก็อย่าเพิ่งเครียด

บางคนอาจคิดว่า เฮ้อ.. ค่าใช้จ่ายเยอะ ภาระเยอะ เงินเดือนก็น้อยไม่เหลือเก็บเลยทำไงดี??

มีสองสิ่งที่จะแนะนำ คือ อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง เพิ่มค่าตัวให้ตัวเองให้ได้ จากนั้น หางานใหม่ที่ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม หรือ อีกวิธีก็หารายได้เสริมทำเพิ่ม เราควรสร้างโอกาสให้ตัวเอง อย่าหวังน้ำบ่อหน้า รวยทางลัด อย่าคิดว่าเงินมันจะหล่นมาจากฟ้า หรือ หากวันนี้เราไม่ถีบตัวเอง อัพตัวเองขึ้น ???? ใครจะช่วยเรา!! ขนาดเรายังไม่คิดช่วยตัวเอง

คุุณเคยเจอคนแก่ถีบซาเล้งไหม (คือไม่ได้ดูถูกท่านเหล่านั้นนะ แค่ยกตัวอย่างเป็นอุทาหรณ์เรื่องความลำบาก) นั่นล่ะ เห็นแล้ว ..เศร้าใจ..  

แผนการออมเงิน เราแบ่งได้เป็น3 ระยะ คือ

1.การออมเงินระยะสั้นhttps://konruay.com

เน้นสภาพคล่องเป็นหลัก ไม่ติดภาระผูกพันเรื่องเวลาระยะยาว เป็นการออมเงินช่วงสั้นๆ เป็นแหล่งพักเงินไว้ใช้ใน ปี สองปี คือไม่ยาวมาก เพราะเงินเราจำเป็นต้องใช้ เช่น อาจนำไปซื้อของใช้เฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ เพื่อท่องเที่ยว จ่ายค่าเทอม การศึกษาบุตร เรียนต่อ กันเงินไว้ใช้ยามเหตุฉุกเฉิน แต่งงาน คลอดบุตร หรือ เงินหมุนเวียนใช้จ่ายในธุรกิจ เป็นต้น

ลักษณะการออมเงินระยะสั้นก็จะมี พวก ฝากประจำปลอดภาษี กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ฉลากออมสิน

2.การออมเงินระยะกลาง

เช่น การฝากประจำ ตราสารหนี้ ( พันธบัตร หุ้นกู้ มีทั้งระยะสั้นและยาว ) หุ้นสามัญ กองทุนรวมหุ้น ประกันแบบออมทรัพย์มีทั้งแบบสั้นและยาว เป็นต้น

3.การออมเงินระยะยาว

เช่น การออมเงินเพื่อเกษียณอายุ ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือ ประกันชีวิต แบบนำไปลดหย่อนภาษี

4.บริหารเงินออมอย่างเป็นสัดส่วน

เพื่อเป็นการะจายการลงทุน การกระจายความเสี่ยง จากเงินออมที่เรามีอยู่ทั้งหมด และช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการผันผวนจากตลาดหลักทรัพย์หรือการลงทุนบางอย่างที่เรานำเงินหรือทรัพย์สิน ไปลงทุนในรูปแบบธุรกิจ เช่น หุ้น กองทุน เงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ สังหาฯ หรือ ทองคำ

https://konruay.com

การออมเงินอย่างเป็นสัดส่วนขึ้นอยู่กับผลตอบแทนตามช่วงปีที่เหมาะสม ตามเป้าหมายที่วางไว้ การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงย่อมมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงหรือต่ำก็ได้ เราต้องไม่ลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยงหากเราไม่รู้จริงหรือมีการศึกษาก่อนที่จะลงทุน รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

อันดับต่อไป อย่าใส่เงินไว้ในกระปุกเดียว ให้วางไข่ไว้หลายๆตระกร้า หากตระกร้าหนึ่งเสียหายมันก็จะกำจัดความเสี่ยง ทำให้ไข่แตกไปบางส่วนเท่านั้น แต่ถ้าเราไว้ในตระกร้าเดียวกันหมด ไข่อาจจะแตกทั้งตระกร้าก็ได้ การลงทุนก็ต้องลงทุนหลายๆรูปแบบ โดยมีการแบ่งเงินออมของเราออกมาและกำหนดสัดส่วนการลงทุนว่าจะเอาไปลงทุนในทรัพย์สินประเภทไหนบ้าง ในสัดส่วนเท่าไหร่

ไม่ว่าจะลงทุนใน สลากออมสิน กองทุนรวม ทีดิน อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ ฝากประจำปลอดภาษี แต่ละอย่างมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ต้องนำมาวิเคราะห์และสร้างการลงทุนอย่างเหมาะสมให้กับตัวเอง เลือกเป็นเปอร์เซ็นต์แบ่งออกมาอย่างเป็นสัดส่วน หรือ แบ่งตามจำนวนเงินที่เรารับความเสี่ยงได้

เหตุผลที่ต้องออมเงินอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อเราจะไม่เอาเงินออมนำไปใช้จ่ายปนกันมั่ว เช่น ออมเพื่อท่องเที่ยว ออมเพื่อเกษียณอายุงานห้ามแตะเด็ดขาด ออมเพื่อการศึกษาลูก ออมเผื่อเวลาเจ็บป่วย หรือ เผื่อซ่อมบำรุงรถถ้ามี ฯลฯ ควรกันเงินเอาไว้เป็นก้อนๆชัดเจน หากเราออมเงินได้แบบนี้จะไม่มีคำว่าจนเราจะรวย

5.สร้างเงินออมให้งอกเงย

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

เรียกว่าเป็นประโยคยอดนิยมที่เราคุ้นหู ซึ่งก็จริง การสร้างเงินออมให้งอกเงย เรียกว่า เป็นการใช้กึ๋น ตามความสามารถส่วนบุคคลและความแข็งแกร่งเข้มแข็งทางด้านจิตใจ ออมเงินเฉยๆไม่รวย แต่การออมเงินอย่างฉลาดจะไม่มีคำว่าจน ต้องทำให้เงินงอกเงยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว 

และการออมเงินส่วนบุคคลมีความแตกต่างกัน อันเนื่องมาจาก ฐานะทางการเงิน รายได้ ครอบครัว อาชีพ แนวคิด วุฒิภาวะ อายุ และ ศักยภาพที่ไม่เท่ากันในบางเรื่อง เลือกที่เหมาะกับตัวเองhttps://konruay.com

การออมเงินเป็นเรื่องใช้เวลาไม่มีคำว่ารวยเร็วหรือรวยทางลัด นั่นคือคำพูดสวยหรู ของคนบางกลุ่มเท่านั้น ไม่นับกลุ่มบ้านรวยอยู่แล้ว หรือ แบบการพนัน  ขายฝัน ขายตรง

สมมุติ

ออมเงินในรูปแบบกองทุนรวมเป็นเวลา 20 ปี

โดยออมเดือนละ 10,000 บาท เงินก้อนนี้จะงอกเงย เกือบ 7,000,000 บาท โดยเงินต้นแค่ 2,400,000 บาทเท่านั้น!!

หรือ ออมเงินเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา30 ปี เราจะมีเงินออมเกือบทั้งสิ้น 10,000,000 บาท โดยเงินต้นแค่ 1,800,000 บาท ส่วนเงินที่เราได้งอกเงยเพิ่มขึ้นคือ 8,200,000 …ง่ายไปไหม?

มาดูออมเงินหุ้นปันผล โดยเริ่มต้นเดือนละ 5,000 บาท หรือ ปีละ 60,000 บาท หากเราเลือกซื้อหุ้นปันผลที่ให้เงินปันผลอยู่ที่ 5% ต่อปี และ ตัวกิจการเติบโต3% ต่อปี เราฝากเข้าไปทุกเดือนๆ ละ 5,000 ตลอดระยะเวลา 10 ปี จากนั้นในปีที่ 10 เราจะมีเงินเก็บสะสมอยู่ที่ 600,000บาท และ ได้เงินปันผลราว 4.3 หมื่นบาทต่อปี ตกราวเดือนละ 3,600 บาท ประมาณนี้

ถ้าหากเราออมเงินเดือนละ 900 บาท ผลตอบแทนอยู่ที่ 4% ต่อปี ภายใน 40 ปี เงินออมเราจะงอกเงยเป็น 1,063,765 บาท และหากได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ภายใน 40 ปี เงินออมเราจะงอกเงยเป็น 1,373,418 บาท

หากเราออมเงินเดือนละ 1,000 บาท และ ออมเพิ่มทุกปี ปีละ 10% ด้วยอัตราผลตอบแทน 5%ต่อปี ในเวลา 40 ปี เงินออมจะกลายเป็น 9,424,949 บาท และ ถ้าอัตราผลตอบแทนเท่ากับ 10% เงินที่เราออมจะงอกเงยเป็น 20,788,872 บาท

ทั้งหมดเป็นตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น

ออมเงินอย่างฉลาดไม่มีคำว่าจน ทุกท่านทำได้ ขอแค่ ออมให้เป็น เก็บให้อยู่ และ ทำให้งอกเงย!! สั้นๆง่ายๆ

สรุป การออมเงินเป็นเรื่องไม่ยาก ใครๆก็ทำได้ เราควรเริ่มทำทันทีตั้งแต่วันนี้ วินาทีนี้ เก็บเล็กผสมน้อยไปก่อนได้ หรือ จะหักดิบไปเลยตามสะดวก หากใครยังไม่เคยออมเงินเลย เรื่องแบบนี้เราสามารถพัฒนากันได้สร้างกันได้ อนาคตหากเงินเราเพิ่มขึ้นอย่าลืมคิดหาช่องทางการคืนภาษีอย่างถูกต้องด้วย ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จและร่ำรวยกันทุกคนค่ะ

https://konruay.com

2 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *