https://konruay.com

อยากเป็นเศรษฐีต้องอ่าน

ถ้าคุณอยากเป็นเศรษฐีต้องอ่าน บทความนี้ จาก Dr. John Demartini” ท่านเป็นนักวิจัย นักเขียน นักวิชาการ อาจารย์ นักพูด และ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ ท่านได้มาเผยเคล็ดลับของเศรษฐีทำยังไงถึงรวย

Dr. John Demartini”  กล่าวว่า …

ถ้าคุณอยากรวยเป็นเศรษฐี และ อยากมีอิสระภาพทางการเงินอย่างแท้จริง คุณต้องเริ่มต้นเสียสละความชอบส่วนตัว ตัดขาดนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในบางเรื่องออกไป ถ้ามันไม่เกิดประโยชน์ เพื่ออนาคตที่ดีของคุณในระยะยาว  

https://konruay.com

อยากเป็นเศรษฐีสิ่งที่ต้องรู้

1. เรื่องเงิน

Dr. John Demartini”  ได้ให้คำแนะนำว่า  เรื่องการเก็บออมเงินอย่างถูกต้อง”ไม่ใช่จำนวนหรือตัวเลข” แต่เป็น”นิสัย”ที่รู้จักเก็บออมเงิน และ การบริหารเงินที่มีอยู่ให้เกิดผลสูงสุด ผมเคยเจอคนที่ทำรายได้ต่อปี $6 million แต่เงินไม่ค่อยเหลือเก็บให้ลงทุน ผมถึงพยายามให้คำแนะนำหลายๆท่านว่า ศักยภาพในการทำเงินหาเงินได้มากนั้นก็ดี แต่สิ่งที่ดีกว่านั้นคือ”การบริหารเงินให้ดีและงอกเงย”ขึ้นด้วย

https://konruay.com

มีอีกคน  ที่ทำงานมีรายได้ไม่ถึงล้านเหรียญต่อปี แต่มีเงินเก็บมากกว่าคนที่ทำรายได้ $6 million ต่อปี นี่คือความแตกต่างกันครับ คือ คนที่รายได้ไม่ถึงล้านเหรียญต่อปี เขาบริหารเงินได้ดีกว่านั่นเอง เขาสามารถนำเงินไปลงทุนสร้างอนาคตได้  “จึงไม่ดูว่าได้เงินมาเท่าไหร่” แต่พึงระวังว่า”เหลือเก็บ”เท่าไหร่ต่างหาก หรือ ดูที่นิสัยเรื่องการเก็บออมเงินและการบริหารการเงินเป็นหลัก “ซึ่งในแต่ละคนมีได้ไม่เท่ากันอยู่แล้วตรงนี้”

“รับเงินมาต้องจ่ายให้ตัวเองก่อน” ควรเรียนรู้เรื่องการเงินการลงทุนอย่างดี อ่านหนังสือหาความรู้เยอะๆครับ  ถ้าคุณไม่มีความรู้ในเรื่องพวกนี้คุณจะลำบาก  ผมเรียนรู้และศึกษามาเหมือนกันครับ  เรียนรู้ข้อดีจากคนอื่น สังเกตเอาจากคนอื่น ว่าทำไหมเขาถึงประสบความสำเร็จและร่ำรวยได้ ผมก็ทำตามอย่างเขาครับ

2.”จีเนียส”

Dr. John Demartini”   ได้ให้คำแนะนำว่าทุกคนมี “จีเนียส” ที่ซ่อนอยู่ ที่สามารถปลุกมันขึ้นมาได้ โดยให้ข้อสังเกตง่ายๆว่า คุณทำอะไรแล้วมีความสุข สนุก ตื่นเต้น คุณสามารถทำได้เรื่อยๆโดยไม่เบื่อ นั่นล่ะ!! ใช่แล้ว!!  “จีเนียส ” ในตัวคุณกำลังทำงานอยู่

จงปลุก”จีเนียส” ของคุณนำออกมาใช้ นำออกมาทำงาน ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอะไรเข้ามาในชีวิต  มันจะมีความคิดในการหาทางออกและแก้ปัญหาได้  ให้คุณทำเรื่องที่ท้าทายความสามารถคุณบ่อยๆมันจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆเองครับ

3. อย่ากลัวการดูถูกหรือถูกปฏิเสธ

อย่าให้อะไรมาหยุดคุณได้ถ้า”คุณอยากเป็นเศรษฐี”ครับ  ถ้าเมื่อไหร่คุณหวังจะให้คนอื่นมาทำอะไรให้ โดยที่คุณไม่รู้จักทำอะไรเอง คุณจะไปได้ไม่ถึงไหนครับ เพราะสุดท้ายคุณจะเป็นคนที่ทำอะไรไม่เป็น และถ้าเมื่อไหร่ ที่คุณทำอะไรแล้วเจอคนดูถูก เจอการปฏิเสธ ขอให้คุณ ขอบคุณในทุกสถานการณ์ที่มาช่วยให้คุณเข้มแข็ง และ แข็งแกร่งขึ้นครับ เพราะทุกอย่างคือการพัฒนาตัวเองได้ทั้งสิ้น

4. มองการณ์ไกลและมีวิสัยทัศน์

ถ้า”คุณอยากเป็นเศรษฐี” และ อยากมีอิสระภาพทางการเงินอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมเท่านั้น หรือ อยากทำอะไรก็ได้  อยากมีอิสระในการใช้จ่ายไม่ติดขัดในเรื่องเงิน “คุณต้องเริ่มต้นเสียสละความชอบส่วนตัว ตัดขาดนิสัยที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในบ้างเรื่องออกไปถ้ามันไม่เกิดประโยชน์ เพื่ออนาคตที่ดีของคุณในระยะยาว” ครับ

เพราะเท่าที่ผมสังเกตเห็นหลายท่าน อยากรวยเป็นเศรษฐี” แต่ไม่ลงมือทำจริงๆ ไม่กระทำเป็นภาคปฏิบัติก็จะไม่เห็นผล ถ้าแค่คิดว่า”อยากรวยเป็นเศรษฐี” ก็จะไม่รวยครับ  เพราะ ถ้า”คิด” จะเป็นเศรษฐีแบบจริงๆจะต้อง ”ลงมือกระทำ” ครับ 

คนอยากรวยเป็นเศรษฐีจริง เขาจะมองหาหนทาง หรือ ช่องทาง โอกาสตลอดเวลา และ ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เรื่องพวกนี้มันแปลงเป็นตัวเงินกลับมาให้เราในอนาคตได้ครับ นี่คือเป็นการมองการณ์ไกล อย่างมีวิสัยทัศน์ “ถ้าเราอยากรวยเราต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ครับ” คิดง่ายๆ ถ้าเราทำในสิ่งที่ไม่พัฒนาตัวเองเท่าไหร่ เราก็จะรู้อยู่แล้วว่าอนาคตจะลงเอยแบบไหน และ คุณก็ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใครครับ

https://konruay.com

“ให้เปรียบเทียบกับตัวเองทำให้ดีที่สุด” ว่าเราไปถึงเป้าหมายมากน้อยแค่ไหนแล้ว  ไม่ต้องเอาตัวเองไปแขวนกับความต้องการของคนอื่นที่อยากให้คุณเป็น  ทำใสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ “จงมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเอง”ครับ

ยกตัวอย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ที่เขาสนใจเรื่องการลงทุนมาตั้งแต่เด็ก ด้วยวัยแค่ 11 ขวบ เท่านั้น เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนจนหมดห้องสมุดเลยนะครับ เพราะเขารู้ว่าเขาเองชอบอะไร  เขาก็ลงมือทำในสิ่งที่เขาชอบและสนใจ จากนั้นเขาเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เขาหว่านลงไป  แต่ถ้าเขาแค่คิด โดยไม่ลงมือกระทำ ก็ไม่เกิดหรือเห็นผลอะไรขึ้นถูกต้องไหมครับ

รบกวนคุณลองพิจารณา ดังนี้  มีคนอยู่ 2 คน ที่พูดเหมือนกันว่า”อยากรวยเป็นเศรษฐี” ด้วยกันทั้งคู่ อีกคนหนึ่งลงมือทำเพื่อให้ตัวเองไปถึงซึ่งความสำเร็จ เพราะ เขาอยากเป็นเศรษฐี เขาก็แสวงหาทุกวิถีทางที่จะทำให้ตัวเขากลายเป็นเศรษฐี  กับ อีกคนหนึ่งแค่คำพูดว่า”อยากเป็นเศรษฐี ”แต่ไม่ลงมือกระทำอะไรซักอย่าง  ผมขอถาม คุณว่าใครมีโอกาสรวยมากกว่ากันครับ?

เหมือนกับการเลี้ยงลูก  ถ้าลูกคุณอยากได้มือถือ แท็บเล็ต หรืออะไรซักอย่างก็ตาม คุณต้องสอนบุตรคุณด้วยนะครับ  ให้เด็กทำอะไรบ้างเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนถึงจะซื้อสิ่งของเหล่านั้นให้ หรือ สอนให้เขารู้จักเก็บสะสมเงินเพื่อซื้อสิ่งของที่เขาต้องการ นั่นคือการฝึกเด็กให้มีวินัยในเรื่องการใช้จ่ายเงิน

เด็กอยากได้อะไร อย่าซื้อให้เลยโดยไม่สอนอะไรนะครับ  เพราะ เขาจะคิว่าทุกอย่างได้มาง่ายจนทำให้เด็กไม่เห็นคุณค่าของเงิน ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่ตระหนักถึงการเก็บออม ให้เด็กเรียนรู้เรื่องความอดทนบ้าง หรือ รอคอยจนกว่าจะได้บางสิ่งบางอย่างมา  เพราะเรื่องพวกนี้เราทุกคนต้องเจอครับ กว่าจะรวย “กว่าจะได้เงินมามันต้องใช้เวลา”

อย่าให้เด็กติดนิสัย”อยากได้อะไรเร็วๆโดยไม่ลงแรง”  ถ้าคุณสอนบุตรดีๆ เขาจะมีอิสระภาพทางด้านการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย  เพราะ เขาจะมีความรับผิดชอบมากขึ้น  มีความเข้าใจเรื่องเงินมากขึ้น แล้วเขาจะก้าวหน้าไปได้ไกลมากเลยครับ

ผมขอแนะนำให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้

https://konruay.com

คุณพ่อของผมก็ฝึกผมมาแบบนี้  ถ้าผมอยากได้อะไรก็ให้ทำงานแลกเปลี่ยน ถึงจะได้เงิน หรือ สิ่งของนั้นๆมา ซึ่งเป็นการฝึกความรับผิดชอบให้กับผมเป็นอย่างดีครับ

5. อยากรวยเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน

ประเภท”อยากรวยเป็นเศรษฐีเร็วๆ” คือ ความคิดที่ผิดนะครับ  มีตัวอย่าง ผมเจออยู่คนหนึ่งที่ชัดเจนมากคือ “เขาอยากรวยเร็วชั่วข้ามคืน” ที่นี้พอจะรวยทีไร เขามีเหตุต้องพังทลายลงมาทุกครั้ง คือไม่สำเร็จซักที จากนั้นเขาก็พยายามใหม่แต่ทำแบบเดิมๆ  จนกระทั่งเวลาผ่านมาหลายปี ในปัจจุบันเขาก็ยังไม่ไปถึงไหนเลยครับ เพราะเขาอยากรวยเร็ว แต่”ขาดความอดทน”แต่ชอบทำอะไรแบบเสี่ยงๆเพื่อรวยเร็ว  “นี่คือสิ่งที่ผิดพลาดมากเลยครับ”  อยากเป็นเศรษฐีจริงๆ ต้องอดทน ฝึกในการทำอะไรที่ต้องใช้เวลารอคอย แต่คนที่อยากรวยเร็วมักจะรอไม่ไหว อยากได้วันนี้เดี๋ยวนี้เลย มันไม่ใช่ครับ ผมเจออีกคนเกือบเจ๊งหัวใจวายตาย เพราะเขาลงทุนเสี่ยงมากเกินไป 

“อยากรวยเป็นเศรษฐีต้องอดทน และ ใช้เวลา” ขอให้ทุกท่านรวย รวย รวยกันทุกคนค่ะ

https://konruay.com

ขอบคุณข้อมูลบทความ จาก Dr. John Demartini และ รูปภาพ Pixabay

2 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *