ฟอร์มูล่าวัน (F-1) เงินเดือนนักแข่งรถ และ รายได้ทีม ปก

ฟอร์มูล่าวัน (F-1) เงินเดือนนักแข่งรถ และ รายได้ทีม

เซบัสเตียน เฟทเทล” ได้ค่าตัวสูงสุดสำหรับนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน (F-1) ค่าย”Ferrari” ได้เงินเดือนต่อปีอยู่ที่ $50 million ส่วน “ลูวิส แฮมิลตัน” ตามมาเป็นอันดับสอง ค่าย “Mercedes-Benz” ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $31 million ส่วนทีมที่ชนะคว้าแชมป์มาครองจะรับเงินรางวัลต่อทีมพร้อมเงินโบนัสและเงินพิเศษอีกเพียบ!! จนต้องตะลึง!!

เซบัสเตียน เฟทเทล (Sebastian Vettel)

อายุ 30 ปี สูง 175 หนัก 62 จากเยอรมนี สังกัดทีม Ferrari” รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ $50 million + เงินโบนัสพิเศษอีก $30 millionหากคว้าแชมป์มาครอง + เงินอัดฉีดพิเศษอีก $10 million

https://konruay.com

เซบัสเตียน เฟทเทล” ได้เงินจากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า ราวๆ $500,000 เซ็นสัญญา กับทีม Ferrari” ปี ถือว่าได้ค่าตัวแพงและสูงที่สุดในโลก คว้าแชมป์ 4 สมัย

 

เซบัสเตียน เฟทเทล” ข้าสู่วงการแข่งรถหลังจากการทดลองขับฟอร์มูล่าวัน (F-1) ดู จากนั้น 3 ปีให้หลัง เขาคว้าแชมป์มาครอง เมื่อปี 2015 เขาได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $55 million ในสังกัดทีม “Red Bull” พอย้ายมาอยู่กับทีมFerrari” ปีแรกเขาได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $40 million

https://konruay.com

ในวัยเด็ก “เซบัสเตียน เฟทเทล” ผมใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้องดังอย่าง “ไมเคิล แจ็คสัน” และ ได้ทำในสิ่งที่ผมรัก ใช้เวลากับคนที่ผมรัก มีความรับผิดชอบสูง

ในวัยเด็กพ่อของผมซื้อรถโกคาร์ทเป็นของขวัญวันคริสต์มาสให้ ผมดีใจมาก ซึ่งพ่อผมเป็นแฟนพันธ์ุแท้ของรถฟอร์มูล่าวัน (F-1) อยู่แล้ว ผมก็ได้รับอิทธิพลตรงนั้นมา

 

เริ่มตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ผมฝึกซ้อมและเข้าแข่งขัน “ผมมีความหลงใหลและชื่นชอบในเรื่องความเร็ว” เรื่องการแข่งขัน มีความต้องการที่จะคว้าแชมป์ อยากชนะ ผมลองเทียบฝีมือของตัวเองกับผู้อื่นว่าเราอยู่ในระดับไหน 

https://konruay.com
https://konruay.com

 แต่ท้ายที่สุด คือ “เราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” ผมภูมิใจมากที่มาถึงจุดนี้ได้ เพราะฟอร์มูล่าวัน (F-1) มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่มายาวนาน “ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ มันเป็นเรื่องของเกียรติและความภาคภูมิใจ” และ “ผมขอขอบคุณครอบครัวของผม ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างดีโดยตลอด” ไม่งั้นคงยากมากที่จะมาถึงจุดนี้ได้ เพราะ ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายและต้องใช้เงิน

ลูวิส แฮมิลตัน (Lewis Hamilton)

อายุ 33ปี สูง 174 หนัก 68 จากอังกฤษ สังกัดทีม “Mercedes-Benz” ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $31 million + โบนัสอีก $ 10 million เซ็นสัญญา ปี  มีรายได้รวมมากกว่า $350 million

ลูวิส แฮมิลตัน“ ได้ชื่อว่าเป็นนักแข่งรถฝีมือดีระดับพระกาฬ กับแชมป์โลก 4 สมัย

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจในการแข่งขันรถแข่งตั้งแต่วัยเด็ก มาจากการที่คุณพ่อของเขาได้ซื้อรถวิทยุบังคับให้ ตอน ขวบ

https://konruay.com

ิ่งที่ทำให้ “ลูวิส แฮมิลตัน“ ประสบความสำเร็จ

เราต้องสนุกกับงานทุกวัน “จดจ่อโฟกัสไปที่เป้าหมายเสมอ” เพราะ จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ง่าย มีความผ่อนคลาย ไม่เครียด “ผมเป็นคนที่ชอบฟังเพลงมาก” ไม่ว่าจะในช่วงฝึกซ้อม กลับบ้าน หรือ เดินทาง “ผมฟังเพลงตลอด” และ ชอบอ่านหนังสือด้วยครับ

 

 

เราควรรู้จักการควบคุมอารมณ์ได้ดี หมั่นฝึกซ้อมสม่ำเสมอ ออกกำลังกายทุกวันเราต้องพร้อม เชื่อมั่นในตัวเอง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมได้แต้มตามหลังเขาอยู่ ผมก็ทำการบ้านหนักมาก ทำยังไงให้ชนะ เพราะ “ผมเชื่อมั่นว่าผมทำได้ ผมไม่มีความกลัวในการลงแข่ง”  ผมชอบสิ่งที่มาท้าทายความสามารถ ผมได้เตรียมตัวเป็นอย่างดี ทำให้ผมพร้อม ผมมั่นใจ

 

         

ท้ายที่สุดผมก็คว้าชัยชนะมาได้จริงครับ “ผมเป็นคนที่เวลาทำอะไรต้องทำให้สุด” ทำอย่างเต็มที่ไปเลยเอาให้แหลกกันไปข้างนึง ผมจะสนุกมากเวลาได้ลงสนาม “ผมเป็นคนทำอะไรเกินร้อยเสมอ” เราอย่าเป็นคนที่ทำอะไรแล้วยอมแพ้หรือเลิกลาไปง่ายๆ

 

 

ตัวผมเองในทุกครั้ง เวลาลงสนาม “ผมคิดอย่างเดียวว่าเราต้องชนะ” ผมคิดแค่นี้จริงๆ และ ในทุกๆวันผมต้องดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เรื่องการลงแข่งรถในสนามเท่านั้น!! แต่ยังรวมไปถึงเรื่องการดำเนินชีวิตด้วยครับ

 

 

ผมจะศึกษาตลอดเวลา จดว่าตรงไหนที่รถเรามีการเปลี่ยนแปลงบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงระบบอะไรไปบ้าง เพื่อผมเรียนรู้ได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และ ทำความเข้าใจในระบบเซ็ทอัพต่างๆ รวมไปถึงในเรื่องของเครื่องยนต์ พวงมาลัย และ ล้อรถ ศึกษาแผนที่ของสนามแข่งมีจุดไหนบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

 

 

ที่สำคัญต้องทำความคุ้นเคยกับรถที่เราขับจนกระทั่งสามารถหลับตาขับได้ รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ผมฝึกซ้อมทุกเช้าครับ เทสสปีดตลอด “สำคัญมากเรื่องสมาธิ”ในสนามแข่งต้องไม่ว่อกแว่ก “สมาธิหลุดไม่ได้” ซึ่งในบางที สื่อ มีเดีย ช่างภาพ การสัมภาษณ์ คือ คุณต้องนิ่งมากๆ จิตตก วิตกกังวลไม่ได้ อะไรที่ไม่สำคัญมากก็ตัดออกไป ไม่เอามาใส่ใจ

 

 

“คิดอย่างเดียวทำยังไงให้ทีมชนะ” แม้ผลออกมามันไม่เป็นอย่างที่คิดหวัง ก็เป็นเรื่องธรรดาของชีวิตครับ “แต่เราต้องตั้งใจทำให้ดีและเต็มที่ทุกครั้งและทำเกินร้อยทุกครั้ง”

https://konruay.com
https://konruay.com

าหารที่ “ลูวิส แฮมิลตัน“ รับประทาน

ผมเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ พืชผักใบเขียว แตงกวา มะเขือเทศ สลัด และ ผลไม้ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอรี่ และ สับปะรด

 

ลูวิส แฮมิลตัน”  มาจากครอบครัวฐานะที่ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคนขับอื่นๆที่พ่อแม่ร่ำรวยเป็นเจ้าของกิจการมีเงินคอยสนับสนุนบุตรให้ไปได้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฟอร์มูล่าวัน (F-1) เป็นกีฬาที่แพงมากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

 

ลูวิส แฮมิลตัน”  กล่าวว่า “พ่อผมสนับสนุนผมเป็นอย่างดี เราเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ด้วยกัน มีแค่ห้องเดียว พ่อผมทำงานถึง 4 อย่าง ผมคิดอย่างเดียวว่า ผมต้องทำให้ได้ และ ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ผมรักอย่างเต็มที่” ผมต้องผ่าฟันเยอะมาก เพราะ ปกติจะไม่ค่อยมีคนสีผิวผมอย่างผมลงสนาม เพราะ กีฬาประเภทนี้เป็นกีฬาของคนอีกระดับหนึ่ง มีบ้างที่ถูกเปรียบเทียบ แต่ผมก็ต้องหนักแน่น เพราะ ผมทราบดีว่าเป้าหมายของผมคืออะไร

 

เฟร์นันโด อาลอนโซ (Fernando Alonso)

 

อายุ 36 ปี สูง 171 หนัก 68 จากสเปน แชมป์โลก 2 สมัย สังกัดทีม “McLaren” ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $30 million + โบนัสตามผลประกอบการ เซ็นสัญญา 1ปี มีรายได้รวมมากกว่า $220 million 

 

 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com/

เฟร์นันโด อาลอนโซ” ได้แนะนำเทคนิคในการขับรถฟอร์มูล่าวัน (F-1) หรือ สำหรับนักขับรถทั่วไป ดังนี้

 

1. เราต้องรู้สึกสนุกและตื่นเต้นในการขับรถมีความรู้สึกเพลิดเพลินใจ ไม่เครียด เพราะมันคือเกมกีฬาที่เราต้องสนุกตื่นเต้นไปกับเกมการแข่งขันนั้นๆ ต้องสร้างความบันเทิงใจ

 

2. ถ้าอยากเอาดีในด้านแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ควรเริ่มฝึกจากรถโกคาร์ทได้ครับ การพัฒนาจะทำได้เร็วขึ้นมาก เรียนรู้การเคลื่อนไหวต่างๆ การเร่งสปีด การควบคุมจังหวะ และ ความเร็ว

 

3. ควรฝึก ทำความเร็วในช่วงเข้าโค้งให้ดี เพราะ ตรงนี้คือฝีมือล้วนครับ “ต้องมั่นใจในตัวเอง มั่นใจในรถที่เราขับ” ต้องไม่มีความกลัวเข้ามาแทรกในการลงแข่งหรือลงสนาม บางครั้งสามารถหลับตาแข่งได้เลยคือใช้ความรู้สึกสัมผัสเอาล้วนๆ เพราะ เราจะทำความเร็วได้ดี มันต้องกล้าเสี่ยงในบางจังหวะที่ต้องเสี่ยง

 

4. การคอนโทรถ ต้องทำได้ดี ควรรู้จังหวะว่าตรงไหนควรผ่อน เบรค หรือ เร่งสปีด รู้จังหวะหลอกคู่แข่งขัน เหวี่ยงซ้ายบ้าง ขวาบ้าง และ ระวังไม่ให้รถเกี่ยวกันไม่งั้นอาจเจอเหวี่ยงออกนอกลู่การแข่งขันทั้งคู่ได้

https://konruay.com/

5. การออกตัวต้องให้เร็วที่สุดจากจุดสตาร์ท คุณต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับรถที่คุณขับ รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวทั้งล้อและเครื่องยนต์ “พยายามอย่าใจร้อนหรือมีอารมณ์ในสนามแข่ง”  ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ให้ดี อย่าให้อะไรมากระทบอารมณ์จนสูญเสียสมาธิแม้เราจะตามคนอื่นอยู่ก็ตาม เพราะ “ในสนามแข่งขันอะไรก็เกิดขึ้นได้” มีการพลาดพลั้งกันได้ สิ่งที่ไม่คาดคิดอะไรๆก็เป็นไปได้เสมอ ฉะนั้น ควรรักษาจังหวะให้ดีคุณก็จะชนะได้ไม่ยาก

 

6. มีการฝึกซ้อมบ่อยๆให้รู้จักหวะรถ ถนน และ การเคลื่อนไหวที่ไปกับรถที่เราขับ ยิ่งฝึกมากยิ่งเก่งมากขึ้น

 

7. เข้าใจเครื่องยนต์ มั่นใจในเครื่องยนต์รถที่เราขับ ทำให้เต็มที่ และ เชื่อมั่นในทีมเบื้องหลัง

 

Valtteri Bottas

 

อายุ 28 ปี สูง 173 หนัก70 จากฟินแลนด์ สังกัดทีม “Mercedes-Benz” ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $8.5 million + โบนัสตามผลประกอบการ เซ็นสัญญาเป็นเวลา 1ปี รายได้รวมมากกว่า $20 million 

https://konruay.com/
https://konruay.com

Valtteri Bottas สิ่งที่เขาทำในแต่ละวัน คือ ตื่นเช้าขึ้นมา ก็กาแฟหนึ่งแก้วพร้อมอาหารเช้า จากนั้นก็ไปออกกำลังกาย หรือ เล่นกีฬากับเพื่อน เช่น ไอซ์ฮอกกี้ จากนั้นก็ประชุม ศึกษาเรื่องพวงมาลัย เพราะ ย้ายทีม เปลี่ยนรถ ระบบทุกอย่างต้องเรียนรู้ใหม่หมด เพราะ มันไม่เหมือนกัน เช่น การเปลี่ยนเกียร์ เบรค หรือ ระบบเซ็ตติ้งต่างๆ

 

Valtteri Bottas “ เล่าว่า ในครั้งแรกที่เขาตกหล่มรักในเรื่องการแข่งรถ ก็คือการลงแข่งขันรถโกคาร์ทที่เขาชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องความเร็ว ซึ่งนักแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน (F-1) ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากตรงนี้โดยส่วนใหญ่ ตั้งแต่เด็กๆ อายุ ขวบก็มี 

https://konruay.com

ยิ่งอยู่ในทีมเดียวกันกับคนเก่งๆอย่างลูวิส แฮมิลตัน” ผมยิ่งต้องพัฒนาตัวเองให้มากๆ เพราะ เขาเป็นนักแข่งรถที่เร็วและคล่องตัวมาก และ อีกอย่างที่ผมอยากจะฝาก สำหรับคนที่ต้องการจะมาเดินในเส้นทางนี้ คือ เราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองครับ “ถ้าคุณยังไม่เชื่อมั่นในตัวเองแล้วจะให้ใครมาเชื่อมั่นในตัวคุณละครับ” 

 

คิมิ ไรโคเนน (Kimi Raikkonen)

https://konruay.com
https://konruay.com

อายุ 38 ปี สูง 175 หนัก70 จากฟินแลนด์ ชนะแชมป์โลกมา 1 ครั้ง สังกัดทีม “Ferrari”  ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $7 million + โบนัส $ 10 million เซ็นสัญญาแค่ 1ปี  มีรายได้มากกว่า $220 million 

https://konruay.com
https://konruay.com

คิมิ ไรโคเนน” เขาเป็นนักแข่งขันรถโกคาร์ทมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ก็เริ่มฉายแววในการที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้ ตั้งแต่การลงแข่งขันในสนาม เขาเป็นคนที่บ้าระห่ำ และ บ้าดีเดือดมาก เมื่อลงสนามครั้งใด 

 

ในวัย 15 เขาเคยแข่งขันรถโกคาร์ที่โมนาโก “เผอิญว่าล้อรถเขามีปัญหายางแตก” เหวี่ยงรถกระเด็นออกไปนอกเส้นทาง แต่ด้วยใจที่แข็งแกร่งมุ่งมั่นในการควบคุมทั้งรถและความเร็วทำให้เขาคว้าอันดับสาม มาครอบครองได้อย่างไม่น่าเชื่อ คือ ฝีมือมาก หลังจากนั้น เขาก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์คว้าแชมป์มาเรื่อยๆในทุกสนาม   การแข่งขันในภาพรวมทั้งหมด เขาคว้าชัยชนะได้ถึง 56% ของการแข่งขันทั้งหมด ก็ถือว่าฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

 

Daniel Ricciardo

 

อายุ 28 ปี สูง175 หนัก64 จากออสเตรเลีย สังกัดทีม “Red Bull” (Aston Martin ) ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ $6.5 million + โบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการทีม หมดสัญญาในปี 2018 มีรายได้รวมมากกว่า $20 million 

https://konruay.com

Daniel Ricciardo” พ่อเขาเป็นนักแข่งรถ และ ทำธุรกิจที่ออสเตรเลีย

Daniel Ricciardo” เล่าว่า ผมโตขึ้นมากับเสียงเครื่องยนต์รถแข่ง  มลแข่งในสนามจริงตอนอายุ 9 ขวบซึ่งถือว่าช้ามาก ก่อนหน้า ผมเล่นสนุไปวันๆ ไม่คิดอะไรมากมาย อาจเป็นเพราะว่าผมชอบกีฬาหลายประเภทก็ได้ เลยทำให้ ไม่ได้คิดเรื่องการแข่งรถมากเท่าไหร่

 

ผมลงแข่งขันรถโกคาร์ทในครั้งแรก “ผมชอบมากและติดใจตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา” ผมบอกกับพ่อว่า คุณพ่อช่วยพาผมไปแข่งอีกได้ไหม คือมันสนุกมากในตอนนั้น ต้องไปให้ได้ ผมลองแล้วติดใจเลยครับ

 

จากนั้นผมบอกพ่อว่า “ผมอยากได้รถโกคาร์ท” คุณพ่อช่วยซื้อให้ผมหน่อยและรบกวนช่วยพาผมไปซ้อมที่สนามทุกวัน หลังเลิกเรียน จากนั้นผมก็ไปลงแข่งขันก็ชนะ จนได้เซ็นสัญญากับ”Red Bull” ดีหน่อยสมัยนั้นมีคนมาช่วยเรื่องเงินทุน พอผมได้ลองขับรถฟอร์มูล่าวันแล้ว ความรู้สึกคือมันใช่เลย นี่แหละความรู้สึกนี้แหละ “เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมานาน”

 

ผมถูกฝึกจาก”Red Bull” ดีมากครับ เขาเปลี่ยนจาก “เด็กชาย” ให้กลายเป็น”ผู้ชาย”ได้อย่างรวดเร็วและเข้มงวดมาก ผมต้องปรับตัวเยอะเลย

 

จนในบางครั้งผมกลัวที่จะรับโทรศัพท์เมื่อเขาโทรมา แหะๆๆ   แต่เขาก็ช่วยผมมาก ในเรื่องการพัฒนาเรื่องการขับรถซึ่งดีมากครับ เขามีข้อแนะนำ เยอะแยะมากเลยว่าต้องแก้ไข ปรับปรุงตรงไหนบ้างซึ่งก็ดีนะครับ เพราะทุกอย่างที่เขาพูดมามันจริงหมดและมีเหตุผลมาก ล้วนส่งผลดีต่อผมทั้งสิ้นคือเขาเอาใจใส่ดี ผมขอสู้ครับ

https://konruay.com
https://konruay.com

สรุปเรื่องรายได้ของ “นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน”

 

นอกจากจะได้รายได้ที่เป็นเงินเดือนจากทีมที่สังกัดอยู่แล้ว เหล่านักแข่ง แต่ละคน ยังมีรายได้อีกทางจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาอีกด้วย จึงเป็นเหตุให้รายได้รวมของแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป 

 

การเตรียมตัวด้านสภาพร่างกายของคนขับรถฟอร์มูล่าวัน (F-1)

 

ร่างกายต้องฟิต โดยเฉพาะส่วนคอ และ ไหล่ เพราะ หมวกกันน็อก ที่สวมจะหนักกว่าหมวกกันน็อกธรรมดาทั่วไปถึง 5 เท่า สำคัญคือ ข้อมือต้องแข็งแรงเหมาะแก่การหมุนซ้าย หมุนขวา ไม่ติดชงัก ขาต้องแข่งแรง เพราะ ต้องนั่งนาน 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ฟอร์มูล่าวัน (F-1) ในสมัยก่อน เป็นกีฬาที่อันตรายมาก ในปี ‘50 ใครที่ลงแข่งขัน ง่ายๆคือ”ยินดีลงไปตาย” เพราะลงสนามแข่งขัน คืออาจถึงตายได้ ซึ่งหลายคนก็ยอมรับและยินดี มีคนเสียชีวิตในปี 1960 จำนวน 29 ราย เนื่องจากอุบัติเหตุและระบบความปลอดภัยที่ยังไม่พัฒนามาก

 

 

มีคำถาม ? ทำไมต่อทีมฟอร์มูล่าวัน (F-1) ต้องส่งผู้เข้าแข่งขันถึง 2 คน

มีคนเดียวไม่ดีกว่าหรือ? รถก็ใช้คันเดียว คนขับก็คนเดียว การแข่งขันใช้คนเดียวก็น่าจะพอ

 

เนื่องจากการแข่ง”ฟอร์มูล่าวัน (F-1)” มีการชนะเลิศ 2 แบบ

แบบ 1. คือการ”ชนะเลิศด้านผู้ขับรถฟอร์มูล่าวัน (F-1) ที่ได้ อันดับ 1” หมายถึง คนขับที่ทำแต้มได้คะแนนรวมมากที่สุดก็คือ”ผู้ชนะ”

 

แบบ 2. ทีมที่แข็งแกร่ง คือ การเอาคะแนนของ 2 ผู้เข้าร่วมแข่งขันในทีม มารวมกัน เป็น”คะแนนของภาพรวมทีม”ว่าใครได้”แต้มมากที่สุดก็ชนะไป”

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

การมีรถ คัน กับ 2 คนขับจึงได้เปรียบกว่า ป้องกันไว้เผื่อเจออุบัติเหตุหรือเจอเรื่องที่ไม่คาดคิด ที่สามารถเกิดขึ้นได้ หากมีคนเดียวแล้วมีอะไรเกิดขึ้นคือไปแล้วก็ไปเลย ไม่มีแผนสอง หรือ สำรองคนไว้

 

ดังนั้น การมี 2 คนจึงดีกว่า เพราะเป็นการกระจายความเสี่ยง เงินที่ได้จากการชนะคว้าแช้มป์ยังไงก็ได้มากกว่าเงินที่ลงไปที่รถและจ่ายให้ทีมและคนขับอยู่แล้ว

 

 

รายได้ของทีมฟอร์มูล่าวัน (F-1)

ทีมชนะจะได้เงินมากกว่าทีมที่อยู่ในอันดับสุดท้ายถึง 10 เท่า!! ซึ่งห่างกันเยอะมาก!!

 

ยกตัวอย่างดังนี้

1. ทุกทีมจะได้เงินอัดฉีดจำนวน $36 million หากภายในระยะเวลา 3 ปี ทั้งทีมสามารถรักษาตำแหน่งให้อยู่ในกลุ่มอันดับดีได้ คือพยายามไม่ให้อยู่ในตำแหน่งรั้งท้ายเท่านั่นเอง รับไปเลยทีมละ $36 million

2. ฝ่ายทีมชนะจะได้เงินรับเงินรางวัลอยู่ที่ $61 million ส่วน ทีมที่ได้อันดับ 2 ก็ได้ลดหลั่นกันไป

 

 

ตัวอย่าง เช่น

ทีมที่ได้อันดับ1 จะได้เงินรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ $97 million (หมายถึง เงินจากข้อ 1 + ข้อ 2)

 

 

ทีมที่ได้อันดับ 2 จะได้เงินรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ $88 million

ทีมที่ได้อันดับ 3 จะได้เงินรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ $77 million

ทีมที่ได้อันดับ 4 จะได้เงินรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ $72 million

ทีมที่ได้อันดับ 5 จะได้เงินรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ $69 million

 

 

3. ได้เงินโบนัสต่อทีมอีก $68 million

4. ทีมผู้ชนะจะได้รับเงินโบนัสพิเศษเพิ่มอีกถึง $143 million ส่วนทีมที่ได้ อันดับ 2 ก็ได้ลดหลั่นกันไป

 

5. ได้เงินโบนัสพิเศษทั่วไปเพิ่มอีก $10-35 million ตามลำดับทีมที่ชนะ

 

ราคารถฟอร์มูล่าวัน (F-1) โดยประมาณ

หน้า ราคาอยู่ที่ $199,071 ถ้าโดนชนอัดหนักๆหักกระเด็น จนต้องเปลี่ยนใหม่ ค่าใช้จ่าย $199,071 ในส่วนนี้แต่ละครั้ง

เกียร์ราคา $ 992,306 ซอฟแวร์ $97,928 เครื่องยนต์ $4,632,694 ยางรถยนต์ $198,519 ปีกหลัง $124,495 ท่อไอเสีย $227,775

 

ในภาพรวมทั้งหมดราคารถฟอร์มูล่าวัน (F-1) จะอยู่ที่ $7,945,650 จากฝั่งอังกฤษปี 2018

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

ขอเรียนดังนี้ว่าราคารถฟอร์มูล่าวัน (F-1)” จะไม่เท่ากัน

เพราะ ขึ้นอยู่กับแบรนด์ของแต่ละค่ายเป็นหลัก เช่น Ferrari, Red Bull, McLaren และ Mercedes-Benz เพราะราคาเครื่องยนต์ และ ราคาอุปกรณ์ต่างๆมีราคาต่างกัน รวมไปถึงงาน R&D ที่แข่งขันกันดุเดือดมาก โดยเฉพาะฝั่ง “Mercedes-Benz” และ “Ferrari” เป็นต้น

 

การเดินทางไปยังสนามแข่งขันในสถานที่ต่างๆทั่วโลกของรถฟอร์มูล่าวัน (F-1)

 

 

https://konruay.com
https://konruay.com
https://konruay.com

การเคลื่อนย้าย หรือ ขนส่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ “DHL” นั่นเอง ที่เราเห็นป้ายโฆษณาตามสนามแข่งขัน โดยมีจำนวนสินค้าในการเคลื่อนย้ายถึง 50 ตัน กับจำนวนระยะการเดินทาง ทั้งหมดต่อปีถึง 160,000 Km. โดยทั้งทางรถบรรทุ ทางเรือ และ ทางเครื่องบิน มีความเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ

 

 

https://konruay.com
https://konruay.com

แหล่งเงินทุนฟอร์มูล่าวัน (F-1)

 

มาจาก”หลายแบรนด์ยักษ์ใหญ่”ที่ให้การสนับสนุนระดับไฮคลาสหรือระดับท็อปๆ เพราะเป็น”กีฬาที่แพงที่สุดในโลก” ศูนย์รวมเศรษฐีคนมีเงินมาโปรโมทธุรกิจผ่านเกมกีฬานี้ บางแหอาจได้มาถึง 1 billion หรือ บางที่แบรนด์ใหญ่หน่อยก็ได้มาถึง $494 billion เป็นต้น 

2 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *