https://konruay.com

กลยุทธ์การตลาดในแบบ “สตีฟ จ็อบส์”

กลยุทธ์การตลาดในแบบ ”สตีฟ จ็อบส์”   คือ “การมอบคุณค่าดีๆของตัวผลิตภัณฑ์สินค้า” ไปยังลูกค้า หรือ ผู้บริโภค เพราะ  ในโลกที่เต็มไปด้วยความอึกทึกครึกโครมที่มีความยุ่งเหยิง อาจทำให้โอกาสที่ใครหลายคนจะจดจำ”Apple” ได้ไม่มากนัก แม้แต่ตัวบริษัท

ดังนั้น  “เราต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้  คือ  จะต้องทำให้หลายๆคนจดจำเราได้”

https://konruay.com/

Apple” เราเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก   ไม่น้อยไปกว่าแบรนด์ดัง   อย่าง Nike , DISNEY , Coke , Sony ฯลฯ  ซึ่งแบรนด์เหล่านี้   เป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่  และ  แข็งแกร่งด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งมีกระจายไปทั่วโลก

แม้แต่แบรนด์ใหญ่ ๆ เหล่านี้   ยังต้องเอาใจใส่ ในเรื่องการลงทุน   เพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ในบางครั้ง Apple” ยังขาดเรื่องเหล่านี้อยู่   ที่เราต้องพัฒนา   วันนี้ผมไม่ได้มาพูดประเด็นที่ว่า “ทำไม Apple” ดีกว่า Windows”  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบต่างๆรวมไปถึงเรื่องความเร็ว

 

ผมใช้เวลาถึง 20 ปี   ในการพิสูจน์ตัวเองจนเป็นที่ยอมรับในเรื่องความเจริญเติบโต

ผมได้  ตัวอย่าง หรือ ต้นแบบ   “การตลาดของ “Nike” ที่ขายรองเท้า” ทั้งๆที่ไม่ใช่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เลยด้วยซ้ำ

เมื่อทุกคนพูดถึงแบรนด์Nike” มันให้ความรู้สึกมากกว่าคำว่า”รองเท้า”ไปเลย

ลองไป”ดูการตลาด”เขานะครับ    ผมไม่เคยเห็นเขาพูดถึงเรื่องรองเท้าเลย  และ  ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองว่าแบรนด์ Nike “ ดีกว่า “Reebok”

คำถาม คือ Nike” เขาทำการตลาดได้ย่างไร ?    เขาสร้างความรู้สึกให้กับนักกีฬาได้อย่างไร ?   ในขณะที่นักกีฬาสวมใส่รองเท้าแล้ว  “ให้ความรู้สึก ถึง เกียรติอันทรงพลังที่ยิ่งใหญ่”       ”ให้ความรู้สึก ถึง ความภาคภูมิใจ”

นี่คือ “กลยุทธ์ด้านการตลาดที่สำคัญเลยครับ”

 

Apple”  เคยลงทุนในด้านโฆษณามาเยอะมาก     กว่าผมจะมารู้เคล็ดลับ กลยุทธ์การตลาด ในเรื่องนี้    ซึ่งในปัจจุบันผมทำการยกเลิกโฆษณา    ไปกับเอเจนซี่หลายที่เรียบร้อย

ผมเหลือไว้แค่หนึ่งที่เท่านั้น!!    ที่คิดว่าดีที่สุด    “เขาถามผมว่า”

คุณคิดว่า “Apple” คือใคร  ?   และ จุดยืนของApple” คืออะไร ?    “Apple” อยู่ตรงจุดไหนของโลกนี้ ?    และ  คิดว่า Apple” สามารถสร้างผลงานออกมาดีกว่าคนอื่นได้หรือไม่?

คำตอบ   คือ “Apple” เรา คือ “คุณภาพ” ผมเชื่อว่า คนที่มี “Passion”  สามารถเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้      ผมอยากทำงานกับคนที่มี  “Passion” ร่วมกันกับผม   และ Apple”พร้อมที่จะให้โอกาสทุกคน   “เราเห็นคุณค่าของทุกคน แม้อยู่ในตำแหน่งงานเล็กๆรวมไปถึงลูกค้าด้วย”  และ ใครที่เครซี่มากพอ  “กล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนโลก” เขาก็ทำได้จริง

https://konruay.com

สิ่งที่ผมจะทำ คือ สร้างแบรนด์ “Apple” ให้ติดตลาด “จัดแคมเปญต่างๆ ขึ้นมา” ผมกะใช้เวลาไม่เกิน 7 ปี   ต้องทำให้คนรู้สึกว่า ถ้าพูดถึง”Apple” คุณกำลังพูดถึง ”แบรนด์คุณภาพ” เราต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง  “การตลาดก็เปลี่ยน”   เราจะออกจากจุดเดิมๆที่ทำอะไรไม่เหมือนเดิม  เชื่อผมเถอะว่ามันได้ผลแน่ๆ   เราจะแปลงโฉมใหม่หมด

Apple” เราตั้งมั่นในตั้งปณิธานที่ว่า  “เราคือแบรนด์คุณภาพ”   

เราต้องทำให้โลกรับรู้ครับ  คนที่สร้างเกียรติประวัติในการเปลี่ยนโลก  มีมาให้เห็นทั้งมีชีวิตอยู่  และ  ไม่มีชีวิตอยู่

ราต้องทำให้คนรู้สึกว่า   ถ้าใครจะให้คอมพิวเตอร์ต้องเป็น MAC!! เท่านั้น   “ผู้ที่สมควรได้รับเกียรติ คือ คนที่”คิดต่าง”จากคนอื่น”   มีพลังพอที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

https://konruay.com/

วามตั้งใจของผม   คือ  เราเลือกทำในสิ่งที่เราทำได้ดี  “ผมไม่เชื่อว่าบริษัทเดียวจะทำสิ่งต่างๆได้ครอบจักรวาล”  แต่เราเน้นเรื่องพาร์ทเนอร์ในการทำธุรกิจกับคนเก่งๆแทนในด้านนั้น   ผมอยากให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดีในการใช้สินค้า และ บริการเราครับ!!

การตลาดไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์แต่เป็นศิลปะ “ มีเดียอาจสื่อสารภาพลักษณ์ ของApple” เรา ได้ไม่ดีเท่าที่ควร  นี่คือ ความคิดผมนะ   

ปีนี้ผมหยุดโฆษณาทางทีวีไป   เพราะ  มันคล้ายกับโฆษณาชวนเชื่อยังไงไม่รู้ครับ    และ “ Apple” จะไม่โฆษณาผ่านนิตยสารดังๆด้วย  “แต่” เราจะให้พวกเขาเขียนลงในนิตยสารของตนเองว่า”Apple“ ดีอย่างไร  ลงในหน้าแรกให้ได้

https://konruay.com/

คิดง่ายถ้าผู้อ่านเห็นเราในหน้าแรก    โดยที่ตัวเราเองไม่ได้จ่ายเงินลงโฆษณาเอง   แต่เป็นคุณภาพสินค้าที่ดี  และ  การเติบโตของApple“ ที่พวกเขาอดเขียนถึงเราไม่ได้

คุณคิดว่าลูกค้าจะให้ความน่าเชื่อถือใน”Apple“ มากขึ้นไหมครับ    เพราะ   ผมเคยจ่ายเงินค่าโฆษณาไปแล้ว  ได้ลงใน หน้า 7   

ลูกค้ายังมีความรู้สึกตอบสนองไม่มากเท่าที่ควร

 

ุดหลักๆที่ผมเชื่อมั่น  คือ  “การทำให้ PR ดีกว่าการทำโฆษณา”   เพราะ”Apple”   เคยเสียเงินค่าโฆษณาเยอะมาก!!    

แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา    ทำโบชัวร์ยังดีเสียกว่าครับ

ทั้งหมดนี้ ผมหวังว่าทุกคนจะเดินไปข้างหน้า    พร้อมกับผมนะครับ    เราจะทำสิ่งนี้ร่วมกัน คือ ทำสินค้าออกมาดีมีคุณภาพ”   “การตลาดต้องดี”  และ   “การกระจายสินค้าต้องดี”

ทีนี้ ้าคุณจะทำการตลาด คุณลองถามตัวเองดูสิว่า

1. กลุ่มลูกค้าคุณคือใคร?   และ  ทำไมถึงเป็นกลุ่มนั้น ?    ลองตอบตัวเองดูครับ

2. ทำไมลูกค้าถึงต้องเลือกซื้อแบรนด์คุณ    สินค้าคุณ   หากเทียบกับสินค้าแบรนด์ต่างๆมากมายบนท้องตลาด?    ลองตอบตัวเองดูครับ

3. คุณวางแผนในการจัดส่งหรือการกระจายสินค้าออกไปอย่างไร?    ลองตอบตัวเองดูครับ

https://konruay.com/

ทีนี้ผมขอ ยกตัวอย่าง Apple” ให้นะครับ

ผมของตอบใน  ข้อ (1)  ให้

Apple” เคยมีประสบการณ์ ที่ไม่รู้ว่ากลุ่มลูกค้าของตัวเองคือใครมาก่อน

สิ่งที่ผมทำ คือ ผมเขียนวงกลม วงแล้ว  ใส่ชื่อคู่แข่งลงไปตามที่มีหลักๆ  จากนั้นเปรียบเทียบว่าเรามีอะไรที่”เหมือน” หรือ  “ไม่เหมือน”เขาบ้าง

จุดแข็งจุดเด่น เรา คือ อะไรที่เหนือกว่า เรียกว่ามีจุดขายหรือไม่

จากนั้นมาวิเคราะห์จริงๆจะพบว่า กลุ่มลูกค้า“ Apple” คือ “กลุ่มลูกค้าระดับบน” กลุ่มหน่วยงาน และ บริษัทต่างๆ บุคคลที่มีระดับการศึกษาสูง ซึ่งมีเยอะเลยครับ เพราะ กลุ่มนี้เขาต้องการคุณภาพ ”ความเสถียร” และ “รูปลักษณ์” ที่ทำงานได้ดี

โดย“ Apple” มียอดขายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จาก 50,000 ชิ้น    กลายเป็น 100,000 ชิ้น  และ  กลายเป็น 300,000 ชิ้นในที่สุด   ซึ่งถือว่าได้ผลมากครับ   สำหรับกลยุทธ์ในด้านการตลาด

ต่อมา ก็วิเคราะห์ต่อไปว่า  เราจะไปแตะลูกค้ากลุ่มอื่นได้อย่างไร?  เป็นการขยายตลาดออกไปอีก และ ควรรู้จักพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าด้วยครับ

https://konruay.com/

สตีฟ จ็อบส์”   กล่าวส่งท้ายว่า  “การตลาดที่ดี”  คือ  การให้ความรู้ความเข้าใจในด้านผลิตภัณฑ์ของเราต่อลูกค้าได้ดี   สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ดี 

ที่สำคัญมากที่สุด  คือ  ”ให้ลูกค้ารู้สึกจดจำเราได้เสมอ”

https://konruay.com

อบคุณและสวัสดีค่ะ

 

6 Responses

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *